ข่าว

ตร.เร่งล่า'สารวัตรโจ้'ทำองค์กรเสียหาย

ตร.เร่งล่า'สารวัตรโจ้'ทำองค์กรเสียหาย

17 มิ.ย. 2559

หมายจับอ้าง “สารวัตรโจ้” ชักปืนขู่บนถนนย่านพระราม 3 ตร.เร่งล่าตัว ชี้ สร้างความเสียหายต่อองค์กร พบรถเก๋งจอดทิ้งบนถนนสาย 347 สั่งยกมาไว้ สภ.สามโคก


               ความคืบหน้ากรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เปิ้ล ยอแซฟ” โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่กล้องหน้ารถยนต์จับภาพวิดีโอไว้ได้ โดยมีชายอ้างตัวเป็นตำรวจชื่อ “สารวัตรโจ้” ถืออาวุธปืนลงมาจากรถและข่มขู่หลังขับขี่รถยนต์ปาดหน้ากัน เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 16 มิถุนายน บนถนนพระราม 3 ส่งผลให้คู่กรณีเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีการสืบสวนทราบว่า คนที่อ้างตัวเป็นสารวัตรโจ้นั้น ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด เป็นเพียงพ่อค้าขายเคสโทรศัพท์มือถืออยู่ในห้างย่านพระราม 3 นอกจากนี้ยังพบประวัติก่อเหตุชิงทรัพย์อย่างโชกโชน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

               ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ร.ต.อ.ทวีสิทธิ์ ชูศรี รองสารวัตร(สอบสวน) สน.บางโพงพาง ได้ขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ จ.430/2557 ออกหมายจับนายอุดมทรัพย์ ล้อมแก้ว อายุ 40 ปี ที่อ้างตัวว่าเป็นสารวัตรโจ้ ในข้อหามีอาวุธปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้ตกใจกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ โดยมีอาวุธ

               เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางโพงพาง อยู่ระหว่างการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่อยากจะให้คนร้ายยอมมามอบตัว โดยยืนยันจะให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายแน่นอน

               ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง ได้รับคำร้องทุกข์คดีอาญาที่ 506/2559 กระทำความผิดฐานทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวหรือตกใจกลัวโดยการข่มขู่ นอกจากนี้จะมีความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก ต้องดูรายละเอียดของพฤติการณ์และพฤติเหตุในอดีตด้วยว่าเคยอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเรียกค่าคุ้มครองที่ไหนหรือไม่ อย่างไร และอาจจะมีความผิดฐานอื่นๆ หากสามารถจับกุมตัวได้ จากการตรวจสอบนายอุดมทรัพย์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นลักษณะการแอบอ้างเท่านั้น ซึ่งการแอบอ้างครั้งนี้ทำให้เสื่อมเสียต่อองค์กร

               อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกำลังดำเนินการติดตามจับกุมนายอุดมทรัพย์ คาดว่าภายในวันนี้ (17 มิ.ย.) จะสามารถดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ อย่าไปมองว่าคดีนี้เป็นคดีที่เล็กน้อย เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดเหตุลักษณะนี้บ่อยครั้ง ซึ่งทุกกรณีเกิดจากการใช้อารมณ์ ถ้าประชาชนมีวินัยตามกฎจราจร และรู้จักให้อภัย เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ หากควบคุมอารมณ์ไม่ได้จริงๆ สามารถนำหลักฐานด้วยการถ่ายภาพทะเบียนรถหรือหลักฐานอื่นๆ มาแจ้งที่โรงพัก หรือ แจ้ง 191 หรือ 1559

               “ขอประชาสัมพันธ์ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนว่า เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเพื่อนร่วมทางจะตัดสินใจในการขับรถอย่างไร บางครั้งอาจจะขับรถไม่เป็นที่พอใจ เมื่อเกิดเหตุลักษณะนี้ขอให้หลีกเลี่ยง ตั้งสติให้ดี และอย่าใช้อารมณ์ เมื่อเห็นว่าคู่กรณีกระทำความผิดจริง ควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าตัดสินใจโดยพลการ เพราะอาจเกิดความสูญเสียขึ้นได้ อย่าลืมว่าเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอุทาหรณ์ได้เป็นอย่างดี ผิดถูกไปว่ากันที่โรงพัก สำหรับผู้ใดที่คิดจะแอบอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และใช้อาวุธปืนไม่ว่าจะของจริงหรือปลอมมาข่มขู่ประชาชนนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยอมไม่ได้ ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ต้องมีการดำเนินคดีกันต่อไป” รองโฆษก ตร. กล่าว

               ส่วนที่ จ.ปทุมธานี บ่ายวันเดียวกัน ร.ต.อ.วสันต์ คงใย รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.สามโคก ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน ชธ 6069 กรุงเทพมหานคร กระจกหลังรถติดคำว่าสมบัติพ่อช้าง จอดทิ้งไว้ข้างถนนสายบางปะหัน-ปทุมธานี ทางหลวงหมายเลข 347 หมู่ 4 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จอดทิ้งไว้ตั้งแต่กลางคืนวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา

               ร.ต.อ.วสันต์กล่าวว่า ได้ไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งแล้ว พบว่าเป็นรถคันเดียวกับที่แชร์กันตามโซเชียลมีเดีย โดยผู้พบเห็นบอกว่าจำสติกเกอร์คำว่า “สมบัติพ่อช้าง” ที่ติดอยู่กระจกหลังรถได้ จึงให้รถยกมายกไปเก็บไว้ที่ สภ.สามโคก เพื่อประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพงพาง มาติดต่อรับรถไปตรวจสอบต่อไป เพราะว่ารถถูกล็อกประตูทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเปิดดูภายในได้ จึงให้ท้องที่เกิดเหตุมารับรถไปตรวจสอบ