
ยุติตรวจค้น!ศิษย์ขวางห้ามใกล้“ธัมมชโย”
'ดีเอสไอ' แถลงยุติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย หลังถูกกลุ่มมวลชนคณะศิษยานุศิษย์เข้าขวางไม่ให้เข้าใกล้ที่พักรักษาตัว “ธัมมชโย”
16 มิ.ย. 59 เมื่อเวลา 13.30 น. วัดพระธรรมกาย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย นายอำเภอคลองหลวง ปลัดอำเภอคลองหลวง และรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ร่วมกันแถลงผลการเจรจา เพื่อเข้าตรวจค้นและจับกุม พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมรับของโจร หลังใช้เวลาในการเจรจาดังกล่าวนานกว่า 4 ชั่วโมง
พระสนิทวงศ์ กล่าวว่า สำหรับการตรวจค้นในวันนี้ ทางวัดพระธรรมกาย ยินดีและให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐฯ อย่างเต็มที่ ในการดำเนินการตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้แสดงหมายค้นและทำตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งทุกอย่างปราศจากความรุนแรง พร้อมทั้งขอพื้นที่จากศิษยานุศิษย์ ที่นั่งปฏิบัติธรรมอยู่ตามจุดต่างๆ โดยศิษยานุศิษย์ที่อยู่บริเวณประตู 7 และ 6 ของวัดพระธรรมกาย ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเป็นอย่างดี แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณประตู 5 ก็พบกับกลุ่มศิษยานุศิษย์อีกกลุ่ม ซึ่งหลวงพี่และเจ้าหน้าที่ก็ได้พยายามเจรจา เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นภายใน แต่กลุ่มลูกศิษย์ก็ไม่ยินยอมที่จะให้เจ้าหน้าที่ผ่านเข้าไปได้ ซึ่งหลวงพี่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากกลุ่มศิษย์ดังกล่าว เป็นผู้ที่มีอายุอาวุโสกว่าหลวงพี่ อีกทั้งยังทำคุณประโยชน์ให้กับวัดพระธรรมกาย ก่อนที่หลวงพี่จะมาอยู่ที่นี่ ซึ่งก็เหมือนกับเป็นผู้ที่สร้างวัดให้พระในวัดนี้ได้อาศัยอยู่
พระสนิทวงศ์ กล่าวอีกว่า ทางวัดยืนยันว่า พระธัมมชโยพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ต้องขอให้พระธัมมชโยหายจากอาการอาพาธตรงนี้ก่อน อีกทั้ง คดีนี้ยังอยู่ในชั้นอัยการ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ได้รอให้ผ่านกระบวนการในชั้นอัยการให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งหลวงพี่ก็ยังไม่อยากให้มีการรีบร้อนหรือเร่งรัดในขั้นตอนการนำตัวพระธัมมชโยไปดำเนินคดีแต่อย่างใด
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอในวันนี้ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จาก 3 ฝ่าย คือ ดีเอสไอ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยการดำเนินการตามหมายค้นในวันนี้ เราได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ในการดำเนินการตามหมายจับและหมายค้น อีกทั้ง การดำเนินการในวันนี้ เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่มีการพกพาอาวุธ รวมถึงไม่ได้ใช้วิธียุทโธปกรณ์ และรถหุ้มเกราะ ตามที่มีการกระแสข่าวก่อนหน้านี้แต่อย่างใด ทุกขั้นตอนในการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่คำนึงถึงความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก และยังได้รับความร่วมมือจากทางวัดพระธรรมกายเป็นอย่างดี แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ให้ความร่วมมือและต่อต้าน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายในวัดได้ ทั้งนี้ ในส่วนของกฎหมายทางดีเอสไอก็จะต้องเดินหน้าทำตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวด้วยว่า สำหรับการปฏิบัติการในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน มาใช้ในการบันทึกภาพ เพื่อนำกลับไปเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับบุคคลที่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 189 โดยจะนำไปพิจารณาว่า การขัดขวางดังกล่าวเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์หรือไม่ ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความยืดเยื้อมาถึงช่วงบ่ายวันนี้ เนื่องจากศิษยานุศิษย์มีจำนวนมาก และต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ส่วนกรณีที่พระธัมมชโย ยังอยู่ภายในวัดหรือไม่ ทางการข่าวได้รายงานให้ทราบมาโดยตลอดว่า พระธัมมชโย ยังอยู่ในวัด ส่วนปัญหาและอุปสรรคที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้การค้นหาไม่สำเร็จ เป็นเพราะสภาพอากาศ ซึ่งมีฝนตกตลอดทั้งวัน สถานที่ที่เจ้าหน้าที่ไม่ชำนาญ รวมถึงสื่อมวลชนด้วย ทั้งนี้ การดำเนินการในวันนี้ถือว่าเป็นการล้มเหลวหรือไม่นั้น ขอให้สื่อและสังคมได้พิจารณากันเอง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถประเมินการทำงานของตัวเองได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พ.ต.ต.สุริยา พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้แถลงผลการตรวจค้นและจับกุมพระธัมมชโยเสร็จแล้ว ได้เดินทางกลับมายังศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า จ.ปทุมธานี เพื่อร่วมประชุมกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ และผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนเข้าประชุมเพื่อประเมินผลปฏิบัติการและวางมาตรการดำเนินการต่อไป
โดย พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า การเข้าค้นวัดพระธรรมกายในวันนี้ ได้ยุติลงแล้ว แต่ยังมีการประชุมต่อไป พร้อมยืนยันว่า จะดำเนินการตามขั้นตอนของหมายจับต่อไป โดยคาดว่าจะมีการเข้าค้นวัดพระธรรมกายครั้งต่อไปก่อนวันที่ 13 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันที่อัยการสูงสุดจะพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องพระธัมมชโย โดยจะมีการนำผลการตรวจค้นของวันนี้มาประเมินเพื่อปรับแผนในการตรวจค้นครั้งต่อไป พร้อมยืนยันว่าการตรวจค้นมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามแผนอยู่แล้ว
ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ปัญหาของการบุกเข้าไปในวันนี้ เกิดจากลูกศิษย์ไม่ให้เข้าไป และมีเจตนาไม่ให้เข้า หากดีเอสไอจะดำเนินการตามกฎหมาย ก็ให้ร้องขอมาที่ตำรวจ ซึ่งจะรับเรื่องไว้ พร้อมกับดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนการปฏิบัติงานของตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองยืนยันว่า ไม่ล้มเหลว เพราะระหว่างการตรวจค้นไม่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ส่วนดีเอสไอจะถือว่าการปฏิบัติการครั้งนี้ล้มเหลวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะทำงานและสื่อมวลชนเอง ในทางการข่าวของตำรวจสันติบาล ยืนยันว่า พระธัมชโย ยังคงอยู่ภายในวัด



