ข่าว

ธรรมกายยอมให้จนท.ดีเอสไอเข้าตรวจค้น (ชมคลิป)

ธรรมกายยอมให้จนท.ดีเอสไอเข้าตรวจค้น (ชมคลิป)

16 มิ.ย. 2559

พระสนิทวงศ์ เจรจาร่วมดีเอสไอ ก่อนยอมเปิดทางให้จนท.เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อหาตัวผู้ต้องหา

      เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 มิ.ย.59 ที่บริเวณหน้าประตู 7 วัดพระธะรมกาย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมเจ้าหน้าที่ 5 นาย นำหมายค้นเข้ามาบริเวณประตู 7 วัดพระธรรมกาย โดยมี พระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรณ์วัดพระธรรมกายเจรจา และพระมหานพพรฯ ตัวแทนพระวัดพระธรรมกาย เข้ามาขอให้มีการเจรจากันภายในห้องกระจก ศูนย์ประชาสัมพันธ์ด้านหน้า ใช้เวลากว่า 30 นาที ท่ามกลางการนั่งสมาธิของศิษย์วัดพระธรรมกายบริเวณด้านหน้ามหาธรรมกายเจดีย์ โดยมีสายฝนโปรยปรายลงมา หลังเสร็จสิ้นการเจรจาได้มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกัน

        ต่อมาเวลา 09.25 น. พระสนิทวงศ์  เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ขอเจริญพรญาติโยมลูกศิษย์ทั่วประเทศ วันนี้ดีเอสไอได้นำหมายจับมาที่วัดพระธรรมกายโดยวัดยินดีให้ความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ภายในวัด ที่ผ่านมาพอเจ้าหน้าที่มา ทางวัดก็ให้ความร่วมมือไม่ได้มีการปิดกั้นใดๆ ส่วนจะค้นส่วนใดบ้างในรายละเอียดระบุไว้ในหมายค้นแล้ว ขอให้ดูการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ซึ่งจะมีการชี้แจงในภายหลัง โดยเจ้าหน้าที่จะต้องพูดคุยเจรจากับศิษยานุศิษย์ก่อน ขอยืนยันว่าหลวงพ่อธัมมชโยยังอยู่ในวัดพักรักษาตัวด้วยอาการอาพาตหนักอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ 

         ด้านพ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล กล่าวว่า เบื้องต้นเป็นไปตามข้อตกลงคือมีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ผลการพูดคุยทางวัดได้ให้ความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจค้นและจับผู้ต้องหาตามหมายจับ ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นเรื่องของการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอให้เป็นไปตามหมายศาล ซึ่งเราได้แสดงหมายค้นแล้วและจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย 

        หลังจากนี้จะพูดคุยกับญาติโยมศิษย์ยานุศิษย์ขอความร่วมมือเพื่อเปิดทาง ขอเวลาให้พูดคุยก่อน สื่อมวลชนอย่าเพิ่งคาดการณ์อะไรในตอนนี้ ขอเวลาเจ้าหน้าที่อีเอสไอปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอน  โดยนโบายผู้บังคับบัญชาเน้นการปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่ให้มีใครได้รับบาดเจ็บ ไม่ให้ใช้ความรุนแรงใดๆ อยากขอความร่วมือศิษยานุศิษย์ ญาติโยม ได้กรุณาเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการในวันนี้ ส่วนจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ยังไม่สามารถบอกได้ ทั้งนี้เบื้องต้นทางวัดให้ความร่วมมมือด้วยดี ขอให้รอดูขั้นตอนแปฏิบัติก่อนตอนนี้อยู่ในขั้นเริ่มต้น

           ก่อนหน้านั้นผู้สื่อข่าวได้สำรวจรอบวัดพระธรรมกาย ปรากฏว่าประตู 7 ฝั่งถนนบางขันธ์-หนองเสือ เจ้าหน้าที่วัดได้ปิดประตูไม่ให้รถผ่านเข้าออก โดยมีธงแดงปัก่กลางถนน บ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด โดยให้ผู้ที่จะผ่านเข้าออกมาใช้ถนนเลียบคลองแอนด์ 2 ประตู 5 กับประตู 6 ด้านถนนเลียบคลองแอนด์ 3 เจ้าหน้าที่ได้นำรถ 10 ล้อบรรทุกเสาเข็มมาปิดกั้นถนน และมีรถบรรทุกพระภิกษุสงฆ์จอดปิดกั้นถนนของวัดพระธรรมกาย 2 คัน

       ส่วนประตู 1 ยังมีรถแบ็คโฮ 2 คันจอดขวางทางเข้าออกอยู่ด้านนอกวัด ส่วนด้านในวัดทางเจ้าหน้าที่ได้นำนั่งร้านมากั้นประตูทางเข้าออก พร้อมทั้งมีศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายจำนวนมากมานั่งเป็นกำแพงมนุษย์ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปถึงกุฏิของพระธัมมชโย

       พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1)กล่าวว่าดีเอสไอ.ได้ร้องขอกำลัง่ตำรวจ ในการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายและจับกุมพระธัมมชโย เรื่องนี้ทางตำรวจภูธรภาค1 ได้จัดกำลังสนับสนุน เพื่อเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อย และไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมช่วยเหลือในทุก ๆ ด้าน ส่วนรายละเอียดการเข้าค้นนั้น เป็นเรื่องที่ทางดีเอสไอเป็นผู้กำหนด ตนยังไม่ทราบรายละเอียดส่วนพื้นที่รอบวัดพระธรรมกายนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลัง พร้อมตั้งด่านตรวจตลอดเวลา เพื่อป้องกันมือที่สามและผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสในการสร้างสถานการณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด

วันนี้ (16มิ.ย.59)ที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีเจ้าหน้าหลายฝ่าย อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1หน่วยปราบไพรีอริศัตรูพ่ายตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีกองตำรวจสื่อสารรถพยาบาลศูนย์ส่งกลับ รพ.ตำรวจรถพยาบาลเทศบาลเมืองคลองหลวงรถงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองท่าโขลง ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมพร้อมกรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะทำการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพื่อเข้าจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

       ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้ร่วมประชุมพร้อมพล.ต.ท.ชัยวัตน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 , พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า สภ.คลองหลวง ตำรวจภูธรจ.ปทุมธานีหลังการประชุมเสร็จสิ้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า  การเข้าตรวจค้นตามหมายค้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ DSI ซึ่งตำรวจภูธรภาค 1 มีหน้าที่เพียงดูแลความเรียบร้อยเท่านั้น ผู้ที่เข้าตรวจค้นต้องมีชื่อตามหมายค้น ส่วนกำลังพลมีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจราจล (ปจ.) 3 กองร้อย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร และดีเอสไอ.

      ตำรวจไม่เกรงกลัวต่อกระแสต่อต้านและทางตำรวจมาตามที่ ดีเอสไอ. ร้องขอมา ทั้งนี้เชื่อว่าคงไม่เกิดความวุ่นวายและความวุ่นวายจะเกิดไม่ได้ เรามีหน้าที่ดูแลความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดการเสียเลือดเสียเนื้อ ล่าสุดศปก.ได้รายงานมาว่า ภายในวัดเหตุการณ์ปกติ โดยมีสาธุชนมาปฏิบัติธรรมตามปกติ