ข่าว

"โคราช"เดินหน้าทางลอด400ล.
กรมทางดันมทส.ทำโพลล์หนุน

"โคราช"เดินหน้าทางลอด400ล. กรมทางดันมทส.ทำโพลล์หนุน

05 ส.ค. 2552

นครราชสีมา - โครงการก่อสร้างทางลอดทางแยกนครราชสีมางบ 400 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาจราจรไม่จบง่ายๆ ล่าสุด กรมทางหลวงจ้าง มทส.สำรวจความคิดเห็นอีกครั้ง หลังถูกคัดค้านจากทุกฝ่าย

 จากกรณีที่กรมทางหลวงจะก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดถนน บริเวณสามแยกนครราชสีมา (ทางแยก ถ.มิตรภาพ-หนองคาย ) เขตเทศบาลนครนครราชสีมา จุดตัดทางหลวงหมายเลข 2 (อ.ปากช่อง-นครราชสีมา) กับทางหลวงหมายเลข 224 (นครราชสีมา-ขอนแก่น) ด้วยงบ 400 ล้านบาท โดยว่าจ้าง บริษัท ดีซีไอ จำกัด เป็นที่ปรึกษา เพื่อสำรวจและออกแบบรายละเอียด ก่อนพิจารณาให้ทันกรอบการเบิกจ่ายงบปี 2550 คาดเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2551

 ปรากฏ มีกระแสคัดค้านจากผู้พักอาศัย เจ้าของกิจการร้านค้าในเส้นทางอุโมงค์ทางลอดพาดผ่าน รวมทั้งองค์กรในเขต จ.นครราชสีมา รวมตัวยื่นหนังสือคัดค้าน เพื่อต้องการให้ยกเลิกโครงการนี้ และให้ดำเนินการหาแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจรอย่างอื่น ส่งผลให้จังหวัด และสำนักแขวงการทางนครราชสีมาที่ 2 ต้องชะลอโครงการ เกรงจะมีปัญหาบานปลายระหว่างมวลชนกับองค์กรของรัฐ

 ล่าสุด ที่สำนักแขวงการทางนครราชสีมาที่ 2 ถ.สุรนารายณ์ นายสามารถ ดีด้วยชาติ ผอ.สำนักแขวงการทางฯ ได้ร่วมลงนามทำหนังสือสัญญาจ้างการสำรวจความเห็น กับ ผศ.ดร.สมประสงค์ สัตยมัลลี ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) คู่สัญญา ที่เป็นไปตามมติในที่ประชุมร่วมกับคณะทำงานประนีประนอม และพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา กรณีกรมทางหลวงจะดำเนินก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดถนนฯ

  ผศ.ดร.สมประสงค์ กล่าวว่า สัญญานี้จะมีผลภายใน 60 วัน เริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จะประชาสัมพันธ์โครงการอีกครั้งชี้ให้เห็นถึงข้อดี ข้อเสียของโครงการ เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม แสดงความเห็นว่าต้องการหรือไม่ ซึ่งเป็นการประชาพิจารณ์ ตามข้อกฏหมายของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 เพื่อเป็นกรอบป้องกันในการฟ้องร้องศาลปกครองภายหลัง

 ด้าน นายสามารถ กล่าวเสริมว่า ข้อสรุปการทำประชาพิจารณ์ของพี่น้อง ประชาชน ที่มีส่วนได้ ส่วนเสียกับโครงการ ได้มอบหมายให้ มทส.เป็นฝ่ายดำเนินการจะต้องแล้วเสร็จในสิ้นเดือนกันยายนนี้ มิเช่นนั้นการดำเนินการจะไม่ทันการณ์ ซึ่งเป็นระยะเวลาสุดท้ายของกรอบเวลางบประมาณผูกพัน ปี 2550-2552 ที่ระบุว่าจะต้องได้ข้อสรุปทั้งหมดภายในเดือนตุลาคม หากผลออกมาว่าไม่ต้องการ ทาง สน.แขวงการทางนครราชสีมาที่ 2 เจ้าของโครงการ จะต้องทำงบ 400 ล้านบาท ส่งคืนให้แก่สำนักงบประมาณต่อไป