ข่าว

ปัดฝุ่นงบ3 พันล้านแก้หนี้เกษตรกร

ปัดฝุ่นงบ3 พันล้านแก้หนี้เกษตรกร

16 มิ.ย. 2559

เตรียมปัดฝุ่นงบ 3,000 ล้าน แก้หนี้เกษตรกร ภารกิจเร่งด่วนบอร์ด กฟก.

               ในที่สุดคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (บอร์ด กฟก.) ชุดใหม่ ได้ปัดฝุ่นขออนุมัติใช้งบกลางหมวดรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาหนี้ของเกษตรกร ในวงเงิน 3,000 ล้านบาท หลังจากที่บอร์ด กฟก.ชุดเก่าทำเรื่องเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ทันอนุมัติบอร์ด กฟก.ชุดเก่าหมดวาระลงก่อน

               ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา การประชุมบอร์ด กฟก.ได้เห็นชอบขออนุมัติใช้งบกลางเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เร่งด่วนให้แก่เกษตรกรสมาชิกอีกครั้ง ในวงเงิน 3,000 ล้านบาท เพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนมิถุนายน 2559 นี้

                นายวัชระพันธุ์ จันทรขจร เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยว่า การขออนุมัติใช้งบกลางหมวดรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในวง 3,000 ล้านบาทนั้น บอร์ด กฟก.ชุดเก่าเสนอไปเมื่อครั้งที่ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอต่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หลังจากกระบวนการขออนุมัติเสร็จสิ้นลง บอร์ด กฟก.ได้หมดวาระลง หลังจากมีบอร์ด กฟก.ชุดใหม่แล้ว จึงนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด กฟก. ก่อนนำเสนอ ครม.ได้พิจารณาเรื่องการกำหนดกรอบงบประมาณให้ กฟก. เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาหนี้เร่งด่วนให้แก่เกษตรกร

              สอดคล้องกับ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ออกมาชี้แจงว่า การประชุมบอร์ด กฟก.ครั้งล่าสุดมีมติเห็นชอบขออนุมัติใช้งบกลางในการแก้ไขปัญหาหนี้เร่งด่วนของเกษตรกรในวงเงิน 3,000 ล้านบาท ต่อ ครม. พร้อมทั้งได้ตรวจสอบคุณสมบัติของเกษตรกรสมาชิก วัตถุประสงค์การกู้ยืม สถานะหนี้ มูลหนี้ และหลักประกัน กับสถาบันการเงินเจ้าหนี้เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย เพื่อเตรียมจัดการหนี้ให้เกษตรกร รวม 19,494 ราย เป็นเงิน 3,000 ล้านบาท จากนี้บอร์ด กฟก.จะเร่งดำเนินการเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติให้เร็วที่สุด

              นอกจากนี้คณะกรรมการ กฟก.ได้มีมติเห็นชอบรายชื่อเกษตรกรสมาชิกที่ขอขึ้นทะเบียนเกษตรกร กรณีลูกหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสหกรณ์ ระหว่างเดือนมิถุนายน 2557- มีนาคม 2559 จำนวน 73 จังหวัด จำนวน 9,490 ราย จำนวน 19,440 บัญชี จำนวนเงิน 2,229,899.50 บาท ด้วย ต่อไปจะได้ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การแก้ไขปัญหาหนี้ของเกษตรกรเป็นไปด้วยความคล่องตัว

             อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา นายธีรภัทรระบุว่า นโยบายของ กฟก.ชุดนี้ไม่ได้แค่ต้องการจะใช้หนี้อย่างเดียว แต่ต้องการสร้างระบบที่จะตัดวงจรระบบของการเป็นหนี้ด้วย นั่นคือการฟื้นฟู สร้างรายได้ และลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของต้นทุนการผลิตของเกษตรกรให้ได้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นโครงการในปี 2559 ที่จะดำเนินการต่อไป