
“บิ๊กต๊อก”ลั่นดีเอสไอมีหน้าที่ต้องจับธัมมชโย
“บิ๊กต๊อก” ลั่นดีเอสไอมีหน้าที่ต้องจับ“ธัมมชโย” เตือนผู้ขัดขวางการจับโดนม.198 เคย บอกให้เข้ามอบตัวได้ประกัน แต่กลับสร้างเงื่อนไขผูกมัดตัวเอง
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการแผนการเข้าจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ตามที่มีกระแสข่าวระบุจะเข้าจับกุมในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แต่หากจะเข้าจับกุมก็ต้องรายงานตน พร้อมย้ำว่าแผน“กบิล 59” ที่กำหนดนั้นตนก็เพิ่งอ่านจากสื่อ ไม่ทราบด้วยว่าจะมีการเข้าดำเนินการในวันศุกร์นี้ รู้แค่มีการพูดคุยกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความเรียบร้อย โดยมีตำรวจภูธรภาค 1 เป็นผู้รับผิดชอบ
ซึ่งหากมีความพร้อมก็คงเข้าตามแผนดำเนินการกับผู้ต้องหา ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนสำหรับการยุติเจรจาทางสงฆ์นั้น ที่ผ่านมาพยายามทำให้เกิดความเรียบร้อยที่สุดแล้ว หากจะยุติก็คงบังคับกันไม่ได้ แต่กระบวนการทางกฎหมายไม่สามารถยุติลงได้ต้องเดินหน้าต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าในการเข้าจับกุมต้องได้ตัวด้วยหรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตนพูดทุกครั้งว่าหากเข้าไปแล้วมีเรื่องจะเข้าไปทำไม แต่หากไม่เข้าก็จะไม่ได้ตัว ขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่หากเห็นว่าเหตุการณ์ไม่ดีก็ให้ไปอธิบายกับอัยการและศาลว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนอัยการ ทั้งนี้สังคมรับรู้ว่าไม่ใช่ความผิดของพนักงานสอบสวน เพราะไม่ต้องการให้เหตุบานปลาย ตนให้สัมภาษณ์ไปหลายครั้งว่าหากเกิดปัญหาก็ไม่ต้องเข้าไป หากเข้าไปแล้วจะสูญเสียมากกว่าจะเข้าไปทำไม
ในเมื่อสามารถฟ้องคดีได้อยู่แล้ว หากเข้าไปแล้วยังจับไม่ได้ ก็ให้เข้าไปจับกันเรื่อยๆใครขัดขวางก็มีกฎหมายอาญามาตรา 189 เอาผิดได้ ให้เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปไว้ตามจับทีหลัง เชื่อว่าคงไม่สามารถหนีจากประเทศไปได้. ไปถ่ายรูปทำหลักฐานไว้แล้วค่อยตามจับกันทีหลัง หากเจอตัวที่บ้านก็จับที่บ้าน เจอกลางทางก็จับกลางทาง จากนั้นก็เอาหลักฐานไปฟ้องศาลเป็นคดีต่อๆไปอีก หากเป็นเช่นนั้นคดีเดียวก็จะลามไปยังคดีอื่นๆมาก
“ที่ผ่านมาสังคมเห็นว่าพนักงานสอบสวนพยายามหลีกเลี่ยงให้มีการพูดคุยกัน รวมถึงใช้อีกหลายแนวทางทั้งประสานทนายความและฝ่ายสงฆ์ แต่ก็ไม่เข้ามอบตัว เมื่อถึงเวลาที่พนักงานสอบสวนต้องทำตามขั้นตอนก็จะไปผูกมัดที่ตัวผู้ต้องหาเอง หากมอบตัวตั้งแต่แรกที่ถูกออกหมายจับเรื่องก็จบและได้ประกันตัว แต่กลับมีการสร้างเงื่อนไขขยายเรื่องไปเรื่อย.จนเริ่มมีการพูดถึงการคัดค้านประกันตัว ทำให้เรื่องราวเขม็งเกลียวขึ้นหากถูกจับติดคุกก็ต้องถูกถอดผ้าเหลือง ไม่รู้ว่าจะไปสร้างปมทำไม ทั้งนี้ตามขั้นตอนหลังพนักงานสอบสวนเห็นสั่งฟ้องอัยการจะใช้เวลาภายใน 1 เดือนว่าสั่งฟ้อง สั่งไม่ฟ้อง หรือสั่งสอบสวนเพิ่มเติม เรื่องดังกล่าวน่าจะจบตั้งแต่การเข้ามอบตัวและได้ประกันตัว แต่ขณะนี้เริ่มยุ่งยาก และหากพนักงานสอบสวนค้านประกันก็จะยุ่งยากไปอีก เพราะหลักฐานเห็นกันอยู่ทนโท่” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว



