ข่าว

จับมือฆ่าชิงทรัพย์แท็กซี่ อ้างทะเลาะค่ารถแพง

จับมือฆ่าชิงทรัพย์แท็กซี่ อ้างทะเลาะค่ารถแพง

15 มิ.ย. 2559

รวบผู้ต้องหาฆ่าโชเฟอร์แท็กซี่ทิ้งศพบางปะกง อ้างทะเลาะค่าโดยสารแพง ชักปืนขู่ก่อนแย่งปืนลั่นใส่ดับ

             เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 มิถุนายน ที่ห้องแถลงข่าวสำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 พ.ต.อ.ยงยุทธ จันตะบุตร รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.กิตติพัฒน์ พงษ์พนัส ผกก.สภ.บางปะกง ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายเทพพนม อาคม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 ม.6 ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาชิงทรัพย์ และใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยอำพรางซ่อนเร้นศพ พร้อมของกลาง รถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีแดง ทะเบียน ทส 9621 กรุงเทพฯ อาวุธปืนกึ่งออโตเมติกยี่ห้อนอริงโก้ ขนาด 7.62 มม.ไม่มีทะเบียน ซองบรรจุกระสุนปืน 1 อัน กระสุนขนาดเดียวกัน 13 นัด ซองปืนสีดำ พร้อมสายคาดลำตัว เครื่องช๊อตไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ พร้อมซิมโทรศัพท์ของผู้ตาย
               ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บางปะกง ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตบริเวณสะพานข้ามคลองอินทรนิน ม.1 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ทราบชื่อต่อมาคือ นายเอกราช ธาราโรจน์ มีร่องรอยถูกยิงที่บริเวณท้ายทอยด้านซ้ายทะลุโหนกแก้มด้านขวา 1 นัด จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ตายมีอาชีพขับรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทส 9621 กรุงเทพฯ และรถคันดังกล่าวได้หายไป พร้อมทรัพย์สินหลายรายการ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางปะกง และชุดสืบสืบสวน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ได้ออกติดตามและพบว่ารถแท็กซี่ของผู้ตายถูกนำมาจอดที่ลานจอดรถของโรงแรมปัญจะรีสอร์ทในเขต อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ตำรวจจึงวางกำลังรอ กระทั่งเวลา 05.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. ผู้ต้องหาได้เดินมาที่รถพร้อมทั้งใช้กุญแจไขรถ ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากการตรวจค้นพบของกลางดังกล่าว

จับมือฆ่าชิงทรัพย์แท็กซี่ อ้างทะเลาะค่ารถแพง

ขอบคุณภาพ F’ Chonticha Tararoj 
               จากการสอบสวน นายเทพพนม ให้การรับสารภาพว่า ได้โบกรถแท็กซี่ของผู้ตายมาจาก อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อจะมาที่ ต.บางวัว อ.บางปะกง แต่เมื่อถึงปรากฏว่าราคามิเตอร์สูงถึง 150 บาท จากที่เคยเสียค่าโดยสารประมาณ 70-80 บาท จนได้ทะเลาะกับผู้ตาย จึงชักปืนออกมาจนเกิดการยื้อแย่งกัน ทำให้ปืนลั่นถูกท้ายทอยของผู้ตาย หลังจากนั้นได้ขับแท็กซี่นำศพผู้ตายมาทิ้งบริเวณที่พบศพแล้วขับรถหลบหนีไป จนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว
               จากแนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาเคยมีอาชีพขับรถแท็กซี่มาก่อน และมีประวัติการก่อคดีมาแล้ว 3 คดี คือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส, ข่มขืนโดยใช้กำลังประทุษร้าย ในพื้นที่ สภ.เมืองชลบุรี และคดียักยอกทรัพย์ สภ.คลองด่าน หลังจากนั้นตำรวจได้ตรวจดีเอ็นเอ รวมทั้งลายนิ้วมือของผู้ต้องหาภายในรถแท็กซี่ เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี และควบคุมผู้ต้องหาไว้ดำเนินคดีต่อไป