
บริษัทปืนเฮราคาหุ้นพุ่งหลังสังหารหมู่ออร์แลนโด
ราคาหุ้นผู้ผลิตปืนรายใหญ่พุ่งขึ้นถ้วนหน้าหลังสังหารหมู่ 49 ศพ มะกันชนกลัวคุมเข้มปืน-กลัวก่อการร้าย
(15 มิ.ย.) ขณะที่การกราดยิงสังหารหมู่ครั้งร้ายแรงสุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ที่ไนท์คลับพัลซ์ ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กำลังจุดประเด็นถกเถียงซ้ำซากเรื่องการควบคุมปืนชนิดร้ายแรง อีกด้านหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ ราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิตปืนสองรายใหญ่สุดในสหรัฐกลับพุ่งทะยาน เพราะคาดได้ว่าชาวอเมริกันจะแห่ซื้อปืนเผื่อมีการออกกฎหมายคุมเข้มการได้มาและครอบครอง
ราคาหุ้นของ สเตอร์ม รูเกอร์ แอนด์ โค เมื่อวันจันทร์หรือหนึ่งวันหลังเกิดเหตุ พุ่งขึ้น 8.5% อยู่ที่ 62.29 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นมากสุดในวันเดียวในรอบกว่าหนึ่งปี ขณะที่ สมิธ แอนด์ เวสสัน เพิ่มขึ้น 6.9% อยู่ที่ 22.88 ดอลลาร์
การพุ่งทะยานของราคาหุ้นบริษัทผลิตปืน เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดหลังการสังหารหมู่ในสหรัฐแทบทุกครั้ง รวมถึงหลังเกิดเหตุกราดยิง 14 ศพที่เมืองซานเบอร์ดีโน ในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อธันวาคม
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ความหวาดกลัวว่าอาจจะมีการก่อการร้ายเพิ่มอีก บวกกับแนวโน้มที่ว่าอาจมีการออกกฎหมายเข้มงวดตรวจสอบประวัติและกฎระเบียบอื่นๆ มักกลายเป็นแรงหนุนอย่างดีของความต้องการปืน ขณะที่ตลาดอาวุธปืนก็ขยายตัวต่อเนื่อง
นายโอมาร์ มาทีน มือปืนวัย 29 ซื้อปืนเล็กยาวจู่โจม เออาร์-15 กับปืนพก ที่ร้านแห่งหนึ่งใกล้บ้านของเขาในเมืองพอร์ต เซนต์ ลูซี รัฐฟลอริดา จุดคำถามว่าเหตุใดคนที่เคยถูกเอฟบีไอเรียกสอบปากคำเพราะมีเหตุต้องสงสัยมีแนวคิดสุดโต่ง 3 ครั้งเมื่อราวสองปีก่อน จึงซื้อปืนได้ง่ายดาย



