ข่าว

 ระวัง!แอนแทรคโนส-หนอนชอนใบ ทำลาย“มะม่วง-มันฝรั่ง”

ระวัง!แอนแทรคโนส-หนอนชอนใบ ทำลาย“มะม่วง-มันฝรั่ง”

15 มิ.ย. 2559

กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงรับมือโรคแอนแทรคโนสระบาด! เช่นเดียวกับชาวไร่มันฝรั่งระวังแมลงวันหนอนชอนใบเข้าทำลายผลิตผล!

              สภาพอากาศช่วงนี้ ฝนตกติดต่อกัน ความชื้นในอากาศสูง อุณหภูมิลดลง เกษตรกรเจ้าของสวนมะม่วง ต้องระวังโรคแอนแทรคโนส เพราะอยู่ในช่วงแตกใบอ่อน ส่วนมันฝรั่ง โดยเฉพาะปลูกบริเวณพื้นที่สูง ซึ่งกำลังเจริญเติบโต ให้ระวังแมลงวันหนอนชอนใบ จึงขอเตือนเกษตรกรให้หมั่นสังเกตอาการ และหาทางป้องกัน

โรคแอนแทรคโนสมะม่วง

 ระวัง!แอนแทรคโนส-หนอนชอนใบ ทำลาย“มะม่วง-มันฝรั่ง”

             อาการ

             - บนใบ จะเป็นจุดแผลสีน้าตาลขยายตัวอย่างรวดเร็วติดต่อกันทั้งผืน,ใบเหี่ยวแห้งบิดเบี้ยวเสียรูปทรง,ยอดอ่อนเหี่ยวและดำ

             - บนก้าน ช่อดอกและก้านดอกเป็นจุดหรือขีดสีน้าตาลแดงเล็กๆ ต่อมาจุดแผลขนาดใหญ่ และอาจทำให้ช่อดอกเหี่ยวแห้ง หลุดร่วงก่อนติดผล

             - บนผล เป็นจุดสีดำรูปร่างกลม ขนาดไม่แน่นอน แผลขยายลุกลามทำให้เน่าทั้งผล

 ระวัง!แอนแทรคโนส-หนอนชอนใบ ทำลาย“มะม่วง-มันฝรั่ง”

            การป้องกัน

             - ตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคเผาท้าลาย

             - กำจัดวัชพืชรอบโคนต้น

             - ควบคุมปริมาณธาตุอาหารให้เหมาะสม ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป

 ระวัง!แอนแทรคโนส-หนอนชอนใบ ทำลาย“มะม่วง-มันฝรั่ง”

             - หากพบว่าเริ่มมีการระบาด ให้พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช อะซอกซีสโตรบิน 25% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร หรือแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรือสารเบโนมิล 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ทุก 5-7 วัน โดยพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งสลับกันเพื่อป้องกันเชื้อต้านทานสารเคมี

แมลงวันหนอนซอนใบมันฝรั่ง

 ระวัง!แอนแทรคโนส-หนอนชอนใบ ทำลาย“มะม่วง-มันฝรั่ง”

            อาการ

              แมลงวันจะวางไข่ในเนื้อเยื่อของใบ เมื่อฟักตัวเป็นหนอนจะชอนไชกัดกินใต้ผิวใบ ท้าให้ใบแห้ง

            การป้องกัน

            - การเผาทำลายเศษใบพืชที่ถูกทำลายเนื่องจากหนอนชอนใบตามพื้นดิน จะช่วยลดการแพร่ระบาดได้ เนื่องจากดักแด้ที่อยู่ตามเศษใบพืชจะถูกท้าลายไปด้วย

 ระวัง!แอนแทรคโนส-หนอนชอนใบ ทำลาย“มะม่วง-มันฝรั่ง”

           - สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ เบตา-ไซฟลูทริน 2.5% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้า 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร

ที่มา : กรมวิชาการเกษตร