
ระวัง!แอนแทรคโนส-หนอนชอนใบ ทำลาย“มะม่วง-มันฝรั่ง”
กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงรับมือโรคแอนแทรคโนสระบาด! เช่นเดียวกับชาวไร่มันฝรั่งระวังแมลงวันหนอนชอนใบเข้าทำลายผลิตผล!
สภาพอากาศช่วงนี้ ฝนตกติดต่อกัน ความชื้นในอากาศสูง อุณหภูมิลดลง เกษตรกรเจ้าของสวนมะม่วง ต้องระวังโรคแอนแทรคโนส เพราะอยู่ในช่วงแตกใบอ่อน ส่วนมันฝรั่ง โดยเฉพาะปลูกบริเวณพื้นที่สูง ซึ่งกำลังเจริญเติบโต ให้ระวังแมลงวันหนอนชอนใบ จึงขอเตือนเกษตรกรให้หมั่นสังเกตอาการ และหาทางป้องกัน
โรคแอนแทรคโนสมะม่วง
อาการ
- บนใบ จะเป็นจุดแผลสีน้าตาลขยายตัวอย่างรวดเร็วติดต่อกันทั้งผืน,ใบเหี่ยวแห้งบิดเบี้ยวเสียรูปทรง,ยอดอ่อนเหี่ยวและดำ
- บนก้าน ช่อดอกและก้านดอกเป็นจุดหรือขีดสีน้าตาลแดงเล็กๆ ต่อมาจุดแผลขนาดใหญ่ และอาจทำให้ช่อดอกเหี่ยวแห้ง หลุดร่วงก่อนติดผล
- บนผล เป็นจุดสีดำรูปร่างกลม ขนาดไม่แน่นอน แผลขยายลุกลามทำให้เน่าทั้งผล
การป้องกัน
- ตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคเผาท้าลาย
- กำจัดวัชพืชรอบโคนต้น
- ควบคุมปริมาณธาตุอาหารให้เหมาะสม ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป
- หากพบว่าเริ่มมีการระบาด ให้พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช อะซอกซีสโตรบิน 25% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร หรือแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรือสารเบโนมิล 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ทุก 5-7 วัน โดยพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งสลับกันเพื่อป้องกันเชื้อต้านทานสารเคมี
แมลงวันหนอนซอนใบมันฝรั่ง
อาการ
แมลงวันจะวางไข่ในเนื้อเยื่อของใบ เมื่อฟักตัวเป็นหนอนจะชอนไชกัดกินใต้ผิวใบ ท้าให้ใบแห้ง
การป้องกัน
- การเผาทำลายเศษใบพืชที่ถูกทำลายเนื่องจากหนอนชอนใบตามพื้นดิน จะช่วยลดการแพร่ระบาดได้ เนื่องจากดักแด้ที่อยู่ตามเศษใบพืชจะถูกท้าลายไปด้วย
- สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ เบตา-ไซฟลูทริน 2.5% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้า 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
ที่มา : กรมวิชาการเกษตร



