
‘บิ๊กต๊อก’ยันทำ‘คดีธัมมชโย’ให้เห็นไม่มีใครอยู่เหนือก.ม.
“บิ๊กต๊อก” เชื่อทุกคนเบื่อคำว่า “สองมาตรฐาน-เลือกปฏิบัติ-บังคับใช้กฎหมายไม่ได้” แนะ จนท. ทำ “คดีธัมมชโย” ตรงไปตรงมา ให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.59 เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. ถึงการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย ในข้อหายักยอกทรัพย์ ฟอกเงิน รับของโจร กรณีรับเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นว่า ไม่มีอะไร เรื่องนี้อธิบดีดีเอสไอได้ชี้แจงแล้ว อัยการก็ชี้แจงแล้ว คงต้องรออีกหนึ่งเดือน ทำไปตามขั้นตอน
เมื่อถามว่า เหตุใดจึงต้องทิ้งช่วงนานถึง 1 เดือน พล.อ. ไพบูลย์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาร่วมในคดีนี้มี 4-5 คน เราไม่ได้ตรวจสอบแค่คนเดียว ทางอัยการระบุแล้วว่าใช้ระยะเวลาหนึ่งเดือนเพื่อพิจารณาว่า สำนวนมีปัญหาหรือไม่ จะต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ และจำเป็นต้องเรียกดีเอสไอมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ท้ายสุดอัยการอาจจะไม่เห็นด้วย ไม่ส่งฟ้องก็ได้ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับอัยการ
เมื่อถามว่า ปัญหาของประชาชนที่ถูกโกงเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่กำลังรอความชอบธรรม พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องหาเงินกลับมาคืนให้แก่ผู้เสียหายให้ได้ ถ้าเราไม่หาผู้กระทำความผิด กฎหมายก็ไม่สามารถนำเงินกลับคืนมาได้ ทั้งนี้ วงเงินรวมที่มีการร้องรวมๆ กันหลายหมื่นล้านบาท ทำไมเราจึงไม่เห็นใจคนที่ถูกโกงเงินบริสุทธิ์ที่หามาทั้งชีวิต อยากชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่าเราดำเนินการเรื่องนี้เพราะอยากได้เงินกลับคืนให้แก่ผู้เสียหายมากที่สุด แต่การจะได้เงินมาก็ต้องหาผู้กระทำความผิดให้ได้เสียก่อน
เมื่อถามว่า นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่ต้องโทษจากการยักยอกเงินมาบริจาคให้วัดพระธรรมกาย ให้การเป็นประโยชน์ใช่หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนบอกไม่ได้ แต่การให้การก็เป็นประโยชน์ เขาชี้ทั้งหมด ส่วนที่มีการพูดกันว่าฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาสร้างภาพให้ตัวเองพ้นผิดนั้น สังคมคงจะมองเห็นภาพนี้และพิจารณาเอง วันนี้เจ้าหน้าที่สอบสวนก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของมหาเถรสมาคม(มส.) และสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นั้น เราก็คงไม่เข้าไปก้าวก่าย เพียงแต่ต้องการให้ผู้ปกครองร่วมทำงานคู่กันไป
เมื่อถามถึง การเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ถ้าเราเห็นชัดเจนว่าพนักงานสอบสวนไม่ให้ความเป็นธรรมเราก็ยินดี ตนได้ถามอธิบดีดีเอสไอเรื่องนี้ได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้องเรียนหรือยัง ก็พบว่ามีแต่การอยากร้องเรียนให้เปลี่ยนแต่ไม่ได้มีประเด็นที่ชี้ชัดเจนว่าขอให้เปลี่ยนเพราะอะไร เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับพนักงานสอบสวนด้วยเช่นกัน เพราะเขาไม่ได้ผิดอะไร
เมื่อถามว่า เรื่องนี้ผู้ถูกกล่าวหามีอิทธิพลมาก พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่ทำอย่างตรงไปตรงมาในกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอนอย่างถูกต้อง ให้ความเป็นธรรมกับทุกคนได้ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายหรอกครับ ทุกคนต้องกล้าทำในสิ่งนี้ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนอยากเห็นเรื่องพวกนี้ และเราก็เบื่อคำว่าสองมาตรฐาน เบื่อคำว่าเลือกปฏิบัติ เบื่อคำว่าบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ ผมว่าเราเบื่อคำนี้มานาน กรณีนี้ผมก็พูดกับเจ้าหน้าที่ว่าจะต้องทำให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วเราจะธำรงกระบวนการยุติธรรมเราได้ ผมก็ให้คำแนะนำไป”
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ทางวัดพระธรรมกายระบุว่าไม่ได้เข้าร่วมในการเจรจาสามฝ่าย จะส่งผลต่อคดีหรือไม่นั้น ตนได้พูดกับพนักงานสอบสวนแล้วว่าอะไรก็ตาม ขอให้เป็นเรื่องที่ผู้ต้องหายอมรับอย่าอ้างเป็นผู้แทน มันไม่มีผลทางด้านกฎหมาย จึงพูดไปตั้งแต่แรกแล้วว่าขอให้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนและผู้ต้องหารับผิดชอบด้วยกัน นอกนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณา ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่เคยถามตนเรื่องนี้ เพียงแต่เรียนท่านว่าตนทำงานไปตามปกติ ท่านก็เตือนเรื่องความรอบคอบและตอบสังคมให้ได้
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการดำเนินการกับรายชื่อข้าราชการล็อต 4 พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรอเสนอรายชื่อขึ้นมา ส่วนรายชื่อข้าราชการในล็อต 1-3 ที่ถูกพักงานไปแล้วนั้น ยังไม่มีรายใดเคลียร์ตัวเองจนสามารถคืนตำแหน่งเดิมให้ได้



