ข่าว

ไอเดียสุดแจ่ม ดันผ้าไทยสู่แฟชั่นโลก

ไอเดียสุดแจ่ม ดันผ้าไทยสู่แฟชั่นโลก

14 มิ.ย. 2559

พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดเสวนาพิเศษหวังปลุกไอเดียสร้างสรรค์ดันผ้าไทยสู่วงการแฟชั่นระดับโลก

     เป็นที่ประจักษ์กันหลายรันเวย์ ว่าผ้าไทยนั้นสามารถนำมาปรับดีไซน์ให้เข้ากับยุคสมัยได้สวยสง่าไม่แพ้ใคร ทั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของเหล่าดีไซเนอร์ไทยหลากหลายแบรนด์ที่ไม่ละทิ้งเอกลักษณ์ของเสื้อผ้าไทยให้หายไปไหน และเพื่อให้เห็นแนวทางการส่งเสริมผ้าไหมสวยๆ ของบ้านเราไปสู่เวทีโลกให้มากขึ้น พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้จัดเสวนาพิเศษ “ผ้าไทยในโลกแฟชั่น” ในโอกาสเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการครบ 4 ปีเนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม นี้ และเพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในด้านการอนุรักษ์ผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งทำให้นักออกแบบรุ่นใหม่รู้จักการนำผ้าไทยมาใช้ประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยนำผ้าไทยมาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

     งานเสวนาครั้งนี้ได้เริ่มจากคนทำงานอัพเดทเรื่องราวแฟชั่นอย่าง “ปืน” สธน ตันตราภรณ์ เล่าเส้นทางการส่งเสริมผ้าไทยสู่เวทีโลกจากประสบการณ์ตัวเองให้ฟังว่า ทุกๆ ปี นิตยสารจะมีการนำผ้าไทยที่ได้คัดสรรแล้ว ส่งไปให้ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก โดยมีโจทย์คือ ให้สร้างสรรค์สินค้า 1 แบบ ต่อผ้าไทย 1 ชิ้น ซึ่งจะเป็นชิ้นเดียวในโลก และจัดกาล่าดินเนอร์ เพื่อนำของชิ้นพิเศษเหล่านี้มาประมูล เราไม่ได้คาดหวังว่า คอลเลกชั่นถัดไปของแบรนด์ที่ไปขอความร่วมมือนั้นจะเป็นผ้าไทย หรือเขาจะหลงรักผ้าไทย ซึ่งถ้าดีไซเนอร์สนใจก็คือ แจ็กพอต ที่สำคัญกว่าคือเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในเรื่องของการอนุรักษ์ผ้าไหมไทย โดยนำสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อราษฎรมาเผยแพร่ให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ ได้เห็นถึงมุมมองใหม่ ๆ ของผ้าไหมไทยมากยิ่งขึ้น คนยุคใหม่อาจจะลองทำความรู้จักกับผ้าไทยในสิ่งของที่เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนก็ได้ อย่างกระเป๋าสตางค์ใบเล็กๆ หรือผ้าเช็ดหน้าที่เป็นผ้าไทย ซึ่งของแต่ละชิ้นก็มีคาแรกเตอร์ของตัวเอง และล้วนเป็นการเริ่มต้นที่ดีทั้งสิ้น  

      ด้านดีไซเนอร์ ประภากาศ อังศุสิงห์ ย้อนประสบการณ์เมื่อครั้งที่ได้มีโอกาสครั้งแรกที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบทำเสื้อโดยใช้ผ้าไหมไทยว่า รู้สึกยากเพราะการออกแบบถูกจำกัดด้วยลวดลายของผ้า แต่เมื่อเข้าใจความเป็นผ้าไทย ทิศทางของสวดลายต่างๆ ก็สามารถจับลวดลายกราฟฟิก หรือทิศทางการต่อผ้า แพทเทิร์นของเสื้อได้ถูกทาง ผ้าไหมจะทำออกมาได้สวยกว่าผ้าชนิดอื่นๆ ดีไซเนอร์แถวหน้าในยุคแรกจะพยายามคงความเป็นผ้าไหมไว้ให้มากที่สุด ในขณะที่พวกเราพยายามเบือนเขาให้เป็นอีกอย่างเพื่อให้ดูร่วมสมัย แต่บางทีก็จะลืมเสน่ห์บางอย่างของผ้าไหมไป ซึ่งเราก็ต้องทำให้คนสมัยนี้เข้าใจ ไม่ให้น่าเบื่อ และไม่ดูเชย

      “ก่อนที่เราจะไปขายเมืองนอกหรือตลาดโลกต้องเริ่มจากตลาดในก่อน ทำอย่างไรก็ได้ให้การใช้ผ้าไทยเป็นสิ่งที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ซึ่งทุกวันนี้ก็ได้เห็นเพื่อนๆ ที่อายุ 35-40 ปี เริ่มหันมานุ่งผ้าไทยไปทำงานกันเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมีการซื้อขายผ้าไทยผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ดังนั้นการจะให้ผ้าไหมไทยไปสู่ตลาดโลกได้นั้น ต้องเริ่มจากหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะรัฐบาลหรือภาครัฐที่มีส่วนในการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่ต้องเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง อาทิ กำหนดให้วันศุกร์เป็นวันแต่งชุดไทยทั้งประเทศ ผู้ชายสวมเสื้อเชิ้ต นุ่งโจงไปออฟฟิศ ก็ดูน่ารักดี หรือผู้หญิงนุ่งโจงหรือผ้าซิ่นกับเสื้อสวยๆ ก็สวยเก๋ชวนมองไปอีกแบบ และคงได้เห็นทุกคนสนุกกับการแต่งชุดไทย ทำให้การใช้ผ้าไทยเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เคอะเขินที่จะสวมใส่กันอีกต่อไป” ดีไซเนอร์คนดัง ให้มุมมองการก้าวสู่แฟชั่นโลก