
ศิลป์เชื่อมศิลปินลุ่มน้ำโขง
ศิลปะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสานสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนบ้านกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง เสือปืนไวสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) เอ่ยปากเชื้อเชิญศิลปินแห่งชาติ และ ม.ขอนแก่น จัด "โครงการนิทรรศการวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ สานสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขง" โดยมุ่งหวังว
งานสำคัญขนาดนี้กลุ่มศิลปินแห่งชาติผู้รักการสัญจร นำโดย ดร.กมล ทัศนาญชลี พร้อมด้วย ศ.เกียรติคุณประหยัด พงษ์ดำ ดร.ถวัลย์ ดัชนี ศ.เดชา วราชุน และ รศ.อิทธิพล ตั้งโฉลก ไม่พลาดมาร่วมวงไพบูลย์ ซึ่ง อาจารย์กมล ในฐานะแม่งานคนสำคัญ เล่าว่านับแต่ปี 2548 เป็นต้นมาได้ช่วยกันเผยแพร่ความรู้ ประสบการณ์ ปรัชญาในการทำงานศิลป์ไปยัง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ และต่อมาได้ขยายขอบเขตกว้างขวางยิ่งขึ้น โครงการแรกคือศิลปินแห่งชาติสัญจร ศิลปินแห่งชาติวาดฟ้าฟื้น เปลวศิลป์ศิลปินแห่งชาติวาดวิถีวิญญาณ ต่อมาได้ขยายโครงการเชิญศิลปินท้องถิ่น ครู อาจารย์ และศิลปินรับเชิญเข้าร่วมเป็นผู้ช่วยวิทยากร ทำให้การเผยแพร่ขยายขอบเขตออกไป
"สำหรับครั้งนี้ เราได้เพิ่มโครงการโดยเชิญศิลปินจากประเทศลาว เวียดนาม ศิลปินไทยลุ่มแม่น้ำโขง และจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้าร่วมปฏิบัติการศิลปวัฒนธรรม "วิถีวัฒนธรรมแห่งสายน้ำโขง" ระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งผลงานศิลปกรรมดังกล่าวสร้างสรรค์ขึ้นใหม่จากกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศิลปินแห่งชาติและศิลปินกลุ่มสมาชิกภาคีลุ่มน้ำโขง สะท้อนวิถีชีวิตของคนแถบนี้ รวมถึงกิจกรรมบรรยายและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ ภายใต้แนวคิดวิถีวัฒนธรรมแห่งสายน้ำโขงให้แก่เยาวชน นักเรียน นักศึกษาในพื้นที่เป้าหมายและใกล้เคียงจำนวน 200 คน" ดร.กมล แจง
เหวี่ยน เหวียง ฮวาง ศิลปินสื่อผสมชาวเวียดนามเจ้าของผลงาน "จิตวิญญาณ" เล่าถึงแรงบันดาลใจการสร้างสรรค์ผลงานว่าพบเห็นคนที่อาศัยอยู่ตามริมแม่น้ำโขงซึ่งมีเกิดแก่เจ็บตายเช่นคนบนฝั่ง งานชิ้นนี้ถ่ายทอดวิธีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับของชาวเวียดนาม นำกระดาษมาตัดแต่งเป็นสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อเผาส่งวิญญาณคนตายคล้ายๆ พิธีกงเต๊กของชาวจีน ซึ่งการมาร่วมโครงการครั้งนี้ทำให้ได้รู้จักศิลปินจากประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างกันมากขึ้น
ขณะที่ศิลปินจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว คำสุข คำมิ่งเมือง เจ้าของผลงาน "ช้าง" ให้มุมมองในผลงานว่าสื่อถึงประเทศลาวหรือในอดีตคืออาณาจักรล้านช้าง ที่นำความรักมาสู่ประเทศไทย ในภาพมองผิวเผินจะเห็นรูปช้าง แต่ลึกๆ แล้วจะเห็นเป็นรูปคนจูบกัน จับมือกัน และช้างยืนในน้ำแสดงถึงน้ำอกน้ำใจระหว่างกัน ซึ่งไทย-ลาวมีความสัมพันธุ์อันดีต่อกันเรื่อยมา และสิ่งที่มีความคล้ายกันมากนอกจากภาษานั่นคือ ศิลปวัฒนธรรม
การปฏิบัติการโครงการศิลปะสานสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขงยังช่วยให้น้องๆ ได้ประสบการณ์ศิลปะจากศิลปินแห่งชาติ รัชนีย์ ตันนารัตน์ หรือ "น้องแอม" นักเรียนชั้น ม.1/2 ร.ร.เทศบาล 3 ยุวบำรุง ซึ่งได้รับรางวัลชมเชยวาดภาพธรรมชาติเผยว่า รู้สึกดีใจและมีความสุขที่มีโอกาสสัมผัสกับศิลปินแห่งชาติ ส่วนตัวสนใจศิลปะอยู่แล้ว เมื่อเรียนรู้วิธีการสร้างสรรค์จากมืออาชีพก็ทำให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้น ซึ่งหลังเสร็จกิจกรรมนี้จะนำประสบการณ์ไปบอกเพื่อนๆ ที่โรงเรียนต่อไป
"เราทั้งหมด (ศิลปินแห่งชาติ) เป็นเสาวิหารคอยรองรับศิลปะเบื้องบน แล้วคนดูคือกระเบื้องที่คอยปกป้องดูแลศิลปะนั้น เราพยายามคิดเรื่องคน เอาศิลปินแห่งชาติ ศิลปินในท้องถิ่นมาร่วม แม้กระทั่งศิลปะการแสดงก็มาร่วมได้ ซึ่งหวังว่าจะมีคนที่กล้าหาญ เสียสละ มองเห็นคุณค่า ไม่ใช่มูลค่า ศิลปะกับคนรุ่นใหม่จะต่อยอดแล้วไปถึงจุดหมายนั่นคือ ความยั่งยืนทางศิลปะ" อาจารย์ถวัลย์ ฝากไว้เป็นแง่คิด



