ข่าว

รวบ“แก๊งหนูหลับ”ลักทรัพย์เหยื่อจอดหลับ

รวบ“แก๊งหนูหลับ”ลักทรัพย์เหยื่อจอดหลับ

13 มิ.ย. 2559

ตร.รวบแก๊งตระเวนลักทรัพย์เหยื่อจอดรถหลับริมถนนหลายสายทั่ว กทม.ทำมาเป็นสิบปี ทำทีเคาะกระจกเรียก ถ้าเหยื่อตื่นแสร้งเป็นพลเมืองดีบอกเตือน แต่ถ้าหลับสนิทลงมือทันที


                    เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. รักษาราชการแทน ผบก.ป. พ.ต.อ.ปรีชา เพ็งเภา ผกก.สน.อุดมสุข พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน.มักกะสัน แถลงผลจับกุมแก๊งตระเวนลักทรัพย์ฉายา “แก๊งหนูหลับ” ประกอบด้วย 1.นายพัฒนา หรือเป้ง อินทกาน์ อายุ 49 ปี หัวหน้าแก๊ง ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี เลขที่ ส.254/2556 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2556 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 2.นายสมชาติ หรือชาติ พรหมเมฆ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง 3.น.ส.อุมาพร หรือตุ้ม จอมเกาะ อายุ 35 ปี 4.นายวิรัตน์ หรือง่อย โพธิ์อินทร์ อายุ 49 ปี 5.นายสิทธา หรือแฟร์ ฮะเฮ็ง อายุ 33 ปี และ 6.นายอุทัย หรือไข่ แซ่อึ๊ง อายุ 29 ปี เคยถูกจับกุมในข้อหาครอบครองยาเสพติด

                    พร้อมยึดของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 41 เครื่อง ไอแพด 9 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน แหวนเงิน 2 วง พระเครื่องประมาณ 30 องค์ สร้อยคอ-สร้อยข้อมือทองคำ กระเป๋าสะพาย เครื่องมือที่ใช้ในการก่อเหตุงัดแงะรถยนต์ อาทิ ท่อนเหล็ก คีม ไขควง ประแจ ไฟฉาย ไม้ไผ่ เป็นต้น

                    พล.ต.ท.ฐิติราช เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากผู้ต้องหาทั้งหมดได้ร่วมกันตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์จากผู้เสียหายที่ขับรถยนต์มาจอดตามริมถนนเส้นทางสายต่างๆ ในช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนจนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 04.00 น.ของทุกวัน โดยผู้ต้องหาจะขับรถยนต์ส่วนตัวหรือเช่ารถแท็กซี่ แสร้งทำทีขับเข้าไปจอดใกล้ๆ กับรถยนต์เป้าหมายที่เหยื่อจอดรถนอนหลับพักผ่อน หากพบว่ารายใดหลับสนิทก็จะลงมือก่อเหตุทันทีโดยมีการแบ่งหน้าที่กัน ทั้งคอยดูต้นทาง ใช้อุปกรณ์งัดรถ รื้อค้นทรัพย์สินมีค่า เมื่อได้ทรัพย์สินมีค่าต่างๆ มาแล้วก็จะนำไปขายตามแหล่งรับซื้อ อาทิ ตลาดสินค้ามือสองย่าน จ.ปทุมธานี ในราคาถูกกว่าท้องตลาด แล้วนำเงินมาแบ่งกัน โดยพบว่ามีผู้เสียหายถูกลงมือก่อเหตุในหลายเส้นทาง อาทิ ถนนวิภาวดีรังสิต, ถนนรัชดาภิเษก, ถนนพระราม 9, ถนนมอเตอร์เวย์ รวมทั้งถนนกาญจนาภิเษก เป็นต้น

                    ต่อมาภายหลังชุดสืบสวน กก.1และ กก.ปพ.บก.ป.ได้รับแจ้งข้อมูลจากผู้เสียหายจึงวางแผนร่วมกับตำรวจนครบาล สืบสวนติดตามกลุ่มผู้ต้องหาโดยพบว่ามีการกระทำกันมานาน เมื่อได้พยานหลักฐานต่างๆ แล้ว จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเอาไว้ กระทั่งชุดจับกุมสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้ออกตระเวนก่อเหตุอีกครั้งที่บริเวณถนนเชื่อมต่อระหว่าง อ.ศรีมหาโพธิ์ กับ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี แล้วหลบหนีไปอาศัยอยู่ในบ้านพักใน อ.ศรีมหาโพธิ์ จึงวางแผนติดตามเข้าจับกุมที่บ้านพัก แต่ทันทีที่นายพัฒนาพบเห็นตำรวจจึงขับรถแหกวงล้อมหลบหนีออกมาโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวขับชนรถยนต์ตำรวจชุดจับกุมได้รับความเสียหาย ทางชุดจับกุมจำเป็นต้องใช้ปืนยิงสกัดที่ยางรถยนต์ก่อนเข้าชาร์จจับกุมผู้ต้องหารายนี้ไว้ได้ ส่วนผู้ต้องหารายอื่นทางตำรวจอีกหลายชุดรวมทั้ง สน.อุดมสุข และ สน.มักกะสัน ได้เข้าติดตามจับกุมและขยายผลยึดทรัพย์สินของกลางกลับคืนมาบางส่วน

                    พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนนายพัฒนา รับสารภาพว่าจะเลือกเหยื่อที่เดินทางมาคนเดียว ขับรถมาจอดไว้ที่ริมถนน หรือจุดพักรถต่างๆ แล้วปรับเบาะนอนหลับพักผ่อน ซึ่งจะทำทีเข้าไปเคาะกระจกเรียก หากผู้เสียหายตื่นขึ้นมาก็จะแสร้งเป็นพลเมืองดีคอยบอกเตือนให้เหยื่อระมัดระวังหรือสอบถามว่าต้องการความช่วยเหลือใดๆ หรือไม่ แต่หากเหยื่อหลับสนิทก็จะลงมือก่อเหตุ พร้อมกับนัดแนะให้เพื่อนร่วมแก๊งเข้าลงมือก่อเหตุทันที โดยลงมือก่อเหตุแต่ละครั้งจะใช้เวลาไม่เกิน 1 นาที หากเหยื่อเปิดกระจกไว้เล็กน้อยเพียงสามารถสอดไม้เข้าไปได้ก็จะงัดหน้าต่างรถ และลงมือลักทรัพย์สินต่างๆ ส่วนกรณีที่เหยื่อลดกระจกไว้เพียงเล็กน้อยหรือมีกันสาดก็จะใช้มืองัดแล้วค่อยๆ ลักทรัพย์สิน

                    นายพัฒนา ให้การต่อว่า สำหรับทรัพย์สินมีค่าที่เคยก่อเหตุได้มาเป็นจำนวนมาก ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ และนาฬิกาข้อมือ โดยมีนาฬิกาซึ่งมาทราบภายหลังว่ามีมูลค่านับแสนบาท แต่ขายไปเพียงหลักหมื่นบาท โดยได้ปลดจากตัวเหยื่อ อย่างไรก็ดี ภายใน 1 คืน จะก่อเหตุได้ประมาณ 2 ราย ทำมาแล้วนับสิบปี แต่ไม่เคยทำร้ายร่างกายเหยื่อแต่อย่างใด

                    นอกจากนี้ยังก่อเหตุลักทรัพย์ซึ่งเป็นอาวุธปืนของตำรวจ ทหาร รวมถึงประชาชนทั่วไปที่จอดรถแล้วนอนหลับ หลังจากที่งัดแงะกระจกรถสำเร็จแล้วพบว่าในรถคันดังกล่าวที่มีอาวุธปืนอยู่ภายในรถก็จะทำการลักทรัพย์และนำอาวุธที่ได้ไปให้แก่นายสิทธา เพื่อนำไปขายต่อ แต่ก็ไม่ทราบว่าไปขายต่อที่ไหนอย่างไร ทั้งนี้อยากฝากถึงคนทั่วไปว่าหากง่วงนอนหรือขับรถเดินทางต่อไปไม่ไหวก็อยากแนะนำให้ไปจอดรถนอนพักผ่อนในปั๊มน้ำมันดีกว่า เนื่องจากเป็นสถานที่ซึ่งมีความปลอดภัยกว่าริมถนนสายต่างๆ

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของนายพัฒนาพบว่ามีหมายจับติดตัวอยู่อีก 4 หมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคดีลักทรัพย์ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 3 รายที่ยังหลบหนีอยู่ โดยตำรวจได้เร่งสืบสวนขยายผลติดตามตัวมาดำเนินคดีแล้ว หากผู้เสียหายรายใดที่เคยถูกกลุ่มผู้ต้องหาลงมือลักทรัพย์สินไปสามารถมาติดต่อขอตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ ได้