
5 วายร้ายทำลายเส้นผม
รัก(เส้น)ผมมั้ย????
อดผวาไม่ได้ทุกทีเวลาที่เราตื่นขึ้นจากฝันร้าย ผมชี้ฟูจัดทรงยากนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าฝันร้ายเพราะมันจะอยู่กับเราไปทั้งวัน หรืออาจตลอดชีวิต เทรซาเม่ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพจากอเมริกา ชวนสาวๆ มาทำความรู้จักกับ 5 วายร้ายทำลายเส้นผม
"ยางมัดผม" แม้จะชื่อว่ายางมัดผมแต่มันไม่เป็นมิตรกับเส้นผมเลย ลองสังเกตว่าเรารัดผมบริเวณเดิมทุกวัน เส้นผมในบริเวณนั้นจะแห้งและหักงอ หรืออาจถึงขั้นแตกและหลุดร่วง ยิ่งบางคนรีบๆ ใช้ยางที่รัดอาหารมามัดผมบ่อยๆ ก็ถือเป็นการสร้างความเสียหายให้ผมได้อย่างมาก จึงควรเลือกยางมัดผมที่มีผ้าหุ้มก็จะดีกับผมมากกว่า
"แปรงและหวี" เป็นที่สะสมของรังแค ฝุ่นละออง เชื้อโรคและสารเคมีต่างๆ ที่ติดมาจากเส้นผมด้วย การทำความสะอาดแปรงและหวีให้แห้งสะอาดอยู่เสมอจึงเป็นการช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดกับเส้นผมได้ นอกจากนี้การใช้แปรงและหวีผิดประเภทก็เป็นการทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่ายเช่นกัน หลังสระผมขณะที่ผมยังเปียก ควรใช้หวีซี่ห่างก่อน หรือใช้ปลายหวีซี่ถี่แบ่งผมเป็นช่อเพื่อไดร์ หรือรอผมแห้งตามธรรมชาติแล้วจึงค่อยแปรงผม
"ธรรมชาติ" แม้จะเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่จริงๆ แล้วเส้นผมอาจถูกธรรมชาติทำร้ายได้ โดยเฉพาะความร้อนจากแสงแดด ผลจากการตากแดดนานๆ จะทำให้เส้นผมแห้งกรอบ ก่อเกิดปัญหาผมบาง เปราะขาดง่าย เป็นต้นเหตุของ ปัญหาผมบาง ซึ่งรุนแรงเท่าๆ กับการกัดสีผม การฟอกสีผม การดัดผม เพราะรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดจะทำลายโปรตีนเคราตินในเส้นผม
ใน "ฤดูฝน" นั้น เส้นผมของเราต้องเผชิญกับความชื้นที่ทำให้ผมชี้ฟูจัดทรงยาก แต่กลับดูลีบแบน นอกจากนี้ในปัจจุบันน้ำฝนยังมีมลพิษเจือปน ทำให้เป็นอันตรายต่อเส้นผมและหนังศีรษะ ส่วน "ฤดูหนาว" ความชื้นในอากาศค่อนข้างต่ำ เส้นผมจึงมีความแห้งเพราะเกิดจากการปล่อยน้ำออกมาทำให้เกิดประจุไฟฟ้า อันเป็นสาเหตุอาการผมชี้ฟู และที่แย่ไปกว่านั้น คือ หนังศีรษะแห้ง และหลุดลอกกลายเป็นรังแค วิธีป้องกันง่ายๆ เพียงแค่ใช้ครีมนวดหลังสระผมด้วยแชมพู
แต่...ปัญหาจากธรรมชาติและสภาพอากาศในภาวะต่างๆ สามารถแก้ไขง่ายๆ ได้โดยการใช้แชมพูหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราตินเพื่อเติมเต็มและบำรุงเนื้อผม ทำให้เส้นผมแข็งแรง จัดทรงง่ายขึ้นในทุกสภาพอากาศ
นอกจากนี้ "สารเคมี" จากการยืด ดัด และทำสีผม ก็เป็นส่วนสำคัญทำให้ผมเสีย เพราะไทยส่วนใหญ่มีผมเส้นผมที่ดำและเส้นใหญ่หนา เป็นที่ทราบกันดีว่า สีดำเป็นสีที่ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนได้ ซึ่งหากจะทำสีผมให้ติดนั้น จะต้องกัดจนกว่าจะได้สีผมโดนใจ เส้นผมก็ถูกสารเคมีจากการกัดและยังโดนน้ำยาย้อมผมทำลายจนบอบช้ำ ส่วนการยืดและดัด เป็นการใช้สารเคมีในการสลายพันธะ ทำให้เส้นผมซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งเปลี่ยนรูปไป
ดังนั้น การยืด ดัด ทำสี ผมควรเว้นระยะห่างประมาณ 3 เดือน เพื่อไม่ให้เส้นผมสูญเสียเคราตินในเส้นผมมากเกินไป ควรใข้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราติน เพื่อช่วยในการเติมเคราตินกลับคืนสู่เส้นผม ลดการแตกหักของเส้นผม และควบคุมปัญหาผมชี้ฟู ช่วยให้ผมลื่นสวย จัดทรงง่าย
อีกหนึ่งตัวก่อปัญหาของเส้นผม คือ "ไดร์และเครื่องรีดผม" หลายๆ คนเมื่อสระผมแล้วก็ต้องไดร์ผม ยิ่งหากใจร้อนใช้ไดร์ที่เปิดความร้อนสูงๆ เป่าตั้งแต่หัวเปียกจนแห้งถือเป็นตัวการทำผมเสียอย่างร้ายแรง ผมจะแห้งกรอบ จึงควรเช็ดผมให้แห้งที่สุดแล้วจึงใช้ไดร์ ส่วนการรีดผมนั้นควรแบ่งทีละช่อเพื่อให้ผมโดนความร้อนซ้ำน้อยที่สุด นอกจากนี้สิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนอย่างสเปรย์หรือทรีทเมนท์



