ข่าว

5 วายร้ายทำลายเส้นผม

5 วายร้ายทำลายเส้นผม

13 มิ.ย. 2559

รัก(เส้น)ผมมั้ย????

           อดผวาไม่ได้ทุกทีเวลาที่เราตื่นขึ้นจากฝันร้าย ผมชี้ฟูจัดทรงยากนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าฝันร้ายเพราะมันจะอยู่กับเราไปทั้งวัน  หรืออาจตลอดชีวิต  เทรซาเม่ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพจากอเมริกา ชวนสาวๆ มาทำความรู้จักกับ 5 วายร้ายทำลายเส้นผม
           "ยางมัดผม" แม้จะชื่อว่ายางมัดผมแต่มันไม่เป็นมิตรกับเส้นผมเลย    ลองสังเกตว่าเรารัดผมบริเวณเดิมทุกวัน เส้นผมในบริเวณนั้นจะแห้งและหักงอ หรืออาจถึงขั้นแตกและหลุดร่วง ยิ่งบางคนรีบๆ ใช้ยางที่รัดอาหารมามัดผมบ่อยๆ ก็ถือเป็นการสร้างความเสียหายให้ผมได้อย่างมาก จึงควรเลือกยางมัดผมที่มีผ้าหุ้มก็จะดีกับผมมากกว่า

 

5 วายร้ายทำลายเส้นผม


          "แปรงและหวี" เป็นที่สะสมของรังแค ฝุ่นละออง เชื้อโรคและสารเคมีต่างๆ ที่ติดมาจากเส้นผมด้วย  การทำความสะอาดแปรงและหวีให้แห้งสะอาดอยู่เสมอจึงเป็นการช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดกับเส้นผมได้  นอกจากนี้การใช้แปรงและหวีผิดประเภทก็เป็นการทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่ายเช่นกัน  หลังสระผมขณะที่ผมยังเปียก  ควรใช้หวีซี่ห่างก่อน หรือใช้ปลายหวีซี่ถี่แบ่งผมเป็นช่อเพื่อไดร์ หรือรอผมแห้งตามธรรมชาติแล้วจึงค่อยแปรงผม    
          "ธรรมชาติ" แม้จะเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่จริงๆ แล้วเส้นผมอาจถูกธรรมชาติทำร้ายได้ โดยเฉพาะความร้อนจากแสงแดด ผลจากการตากแดดนานๆ จะทำให้เส้นผมแห้งกรอบ ก่อเกิดปัญหาผมบาง เปราะขาดง่าย เป็นต้นเหตุของ ปัญหาผมบาง ซึ่งรุนแรงเท่าๆ กับการกัดสีผม การฟอกสีผม  การดัดผม เพราะรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดจะทำลายโปรตีนเคราตินในเส้นผม
          ใน "ฤดูฝน" นั้น  เส้นผมของเราต้องเผชิญกับความชื้นที่ทำให้ผมชี้ฟูจัดทรงยาก แต่กลับดูลีบแบน  นอกจากนี้ในปัจจุบันน้ำฝนยังมีมลพิษเจือปน  ทำให้เป็นอันตรายต่อเส้นผมและหนังศีรษะ ส่วน "ฤดูหนาว" ความชื้นในอากาศค่อนข้างต่ำ เส้นผมจึงมีความแห้งเพราะเกิดจากการปล่อยน้ำออกมาทำให้เกิดประจุไฟฟ้า อันเป็นสาเหตุอาการผมชี้ฟู และที่แย่ไปกว่านั้น คือ หนังศีรษะแห้ง และหลุดลอกกลายเป็นรังแค วิธีป้องกันง่ายๆ เพียงแค่ใช้ครีมนวดหลังสระผมด้วยแชมพู
          แต่...ปัญหาจากธรรมชาติและสภาพอากาศในภาวะต่างๆ สามารถแก้ไขง่ายๆ ได้โดยการใช้แชมพูหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราตินเพื่อเติมเต็มและบำรุงเนื้อผม  ทำให้เส้นผมแข็งแรง จัดทรงง่ายขึ้นในทุกสภาพอากาศ

          นอกจากนี้ "สารเคมี" จากการยืด ดัด และทำสีผม ก็เป็นส่วนสำคัญทำให้ผมเสีย เพราะไทยส่วนใหญ่มีผมเส้นผมที่ดำและเส้นใหญ่หนา เป็นที่ทราบกันดีว่า สีดำเป็นสีที่ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนได้  ซึ่งหากจะทำสีผมให้ติดนั้น จะต้องกัดจนกว่าจะได้สีผมโดนใจ เส้นผมก็ถูกสารเคมีจากการกัดและยังโดนน้ำยาย้อมผมทำลายจนบอบช้ำ ส่วนการยืดและดัด เป็นการใช้สารเคมีในการสลายพันธะ ทำให้เส้นผมซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งเปลี่ยนรูปไป
           ดังนั้น การยืด ดัด ทำสี ผมควรเว้นระยะห่างประมาณ 3 เดือน เพื่อไม่ให้เส้นผมสูญเสียเคราตินในเส้นผมมากเกินไป  ควรใข้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราติน  เพื่อช่วยในการเติมเคราตินกลับคืนสู่เส้นผม ลดการแตกหักของเส้นผม และควบคุมปัญหาผมชี้ฟู ช่วยให้ผมลื่นสวย จัดทรงง่าย
          อีกหนึ่งตัวก่อปัญหาของเส้นผม คือ  "ไดร์และเครื่องรีดผม" หลายๆ คนเมื่อสระผมแล้วก็ต้องไดร์ผม ยิ่งหากใจร้อนใช้ไดร์ที่เปิดความร้อนสูงๆ เป่าตั้งแต่หัวเปียกจนแห้งถือเป็นตัวการทำผมเสียอย่างร้ายแรง  ผมจะแห้งกรอบ จึงควรเช็ดผมให้แห้งที่สุดแล้วจึงใช้ไดร์ ส่วนการรีดผมนั้นควรแบ่งทีละช่อเพื่อให้ผมโดนความร้อนซ้ำน้อยที่สุด  นอกจากนี้สิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนอย่างสเปรย์หรือทรีทเมนท์