ข่าว

นักบินปากพล่อย VS ผู้โดยสารปากไว

นักบินปากพล่อย VS ผู้โดยสารปากไว

13 มิ.ย. 2559

ปากเป็นภัย ! แชทไลน์กลุ่มผู้ช่วยนักบิน “มีเหยื่อ ออน บอร์ด หวะ” กับเคสหนุ่มแซวแอร์โฮสเตส “วางกระเป๋าของตนเองดีๆ เดี๋ยวจะระเบิด” กรณีศึกษามาตรฐาน พ.ร.บ.การบิน 58


                    จากกรณีมีมือดีแคปแชทไลน์ ที่มีการระบุว่า เป็นของกลุ่มผู้ช่วยนักบิน “นกแอร์” ที่โพสต์ภาพอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะ ขณะกำลังจะมาขึ้นเครื่อง แล้วพิมพ์ข้อความคุยกันในไลน์ว่า “มีเหยื่อ ออน บอร์ด หวะ” และต่อมามีผู้ใช้ไลน์อีกคนตอบกลับมา ด้วยข้อความว่า “CFIT หน่อย” ซึ่งเป็นศัพท์ทางการบิน หมายถึง “control flight to terrain” แปลว่า เครื่องกำลังจะ “โหม่งโลก” นั้น

                    ระหว่างที่ผู้บริหารนกแอร์ พาที สารสิน กำลังไล่เอาผิดกับพนักงานในสังกัด ผู้แชทไลน์ดังกล่าว และ ส่งสาสน์ขออภัยไปปยัง อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และผู้โดยสารคนอื่นๆ ในเที่ยวบินนั้น

                    อีกด้านหนึ่ง เรื่องนี้ทำให้นึกถึงเคสที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เมื่อหนุ่มไทยคนหนึ่งพูดแซวแอร์โฮสเตสสาวบนเครื่องบิน สายการบิน Lion Air ขณะยกกระเป๋าว่า ให้วางกระเป๋าของตนเองดีๆ เดี๋ยวจะระเบิด จากนั้นแอร์สาวจึงรีบแจ้งเรื่องดังกล่าวไปที่กัปตัน ทำให้เที่ยวบินดังกล่าวต้องล่าช้านานกว่า 6 ชั่วโมง เพราะต้องนำกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารทั้งหมดลงมาตรวจใหม่

                    ที่สุด ผู้โดยสารชายรายนั้น ถูกแจ้งข้อหาหนักทั้งอาญาและแพ่ง ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามแก้ตัวว่า เป็นการพูดจาหยอกล้อก็ตาม แต่เขาก็ต้องรับโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558

                    โดยถือเป็นคดีแรกหลังมีการประกาศใช้กฎหมาย เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา แจ้งข้อความหรือส่งข่าวสารซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ ให้ผู้อื่นที่อยู่ในท่าอากาศยานหรืออยู่ระหว่างการบินตกใจ ตามมาตรา 22 มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                    มาวันนี้ เมื่อการกระทำผิด กลับเป็นคนของสายการบินเสียเอง นอกจากสังคมถามหาความเหมาะสมทางจริยธรรมวิชาชีพแล้ว ยังมีคำถามว่าต่างกันตรงไหนกับเคสแซวแอร์ดังกล่าว ที่สุดท้ายต้องโดนดำเนินคดีทางกฎหมาย โดยในเคสของผู้ช่วยนักบิน มีการใช้คำว่า “CFIT” ซึ่งหมายความว่า เป็นการโหม่งโลกด้วยการควบคุมของนักบินอีกด้วย

                    กรณีล่าสุดนี้ จึงน่าขบคิดว่า ถ้านักบินมีแรงจูงใจที่จะทำ CFIT ในเครื่องที่มีอดีตนายกฯ และคณะโดยสารอยู่ ถือเป็นเจตนาหรือไม่ แต่หากนักบินแก้ตัวว่า “พูดเล่นขำๆ” ก็ต้องถามว่าต่างอะไรกับการที่ผู้โดยสารพูดเล่นๆ ว่ามีระเบิด

                    ดังนั้น นอกเหนือจากบทลงโทษของต้นสังกัด สายการบินนกแอร์ และกรมการบินพลเรือนแล้ว งานนี้น่าจะมีการลงโทษตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญาด้วยเช่นเดียวกัน

                    ยิ่งเวลานี้ สายการบินนกแอร์กำลังถูกจับตามองเรื่องมาตรฐานทางการบินด้วยแล้ว ยิ่งควรต้องตรวจสอบ เพราะการกระทำแบบนี้ ถือเป็นภัยอาจมีผลต่อการประเมินการบินของต่างชาติ และบุคคลที่มีทัศนคติถือเป็นภัยต่อคนรอบข้างหรือไม่

                    อนึ่ง ใน พ.ร.บ. การบิน ปี 58 หากดูตาม มาตรา 13 ที่ระบุว่า “ผู้อยู่ในอากาศยาน” ในระหว่างการบิน ผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (1) ใช้กําลังทําร้ายผู้ควบคุมอากาศยานหรือเจ้าหน้าที่ประจําอากาศยาน (2) ทําให้ผู้ควบคุมอากาศยานหรือเจ้าหน้าที่ประจําอากาศยานเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ไม่ว่าจะทําด้วยใช้แรงกายภาพหรือด้วยวิธีอื่นใด"

                    “ถ้าการกระทํานั้นเป็นการรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ควบคุมอากาศยานหรือเจ้าหน้าที่ประจําอากาศยาน หรือทําให้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ควบคุมอากาศยาน หรือเจ้าหน้าที่ประจําอากาศยานลดลง ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 280,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ”

                    จะเห็นว่า เป็นการกำหนดที่คุ้มครองฝ่ายผู้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมอากาศยาน หรือเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยาน

                    ต้องมาดูกันว่า นอกจากข้อนี้แล้ว ยังมีมาตราอื่นๆ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่จะสามารถบังคับใช้ในเคสที่ผู้กระทำผิดเป็น “ผู้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมอากาศยาน หรือเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยาน” เสียเองหรือไม่