ข่าว

‘โรคเหี่ยว’กล้วยยืนต้นตายทำชาวสวนอ่วมต้องโค่นทิ้งทั้งหมด

‘โรคเหี่ยว’กล้วยยืนต้นตายทำชาวสวนอ่วมต้องโค่นทิ้งทั้งหมด

13 มิ.ย. 2559

พบโรคเหี่ยวกล้วยเกิดจากเชื้อแบคทีเรียระบาดหนัก  เกษตกรชาวสวนกล้วยหินพื้นที่3อำเภอของจังหวัดยะลาสุดช้ำ เสียหายแล้วกว่าพันไร่ พบต้องโค่นทิ้งทั้งหมด สำนักงานเกษตกร

          วันที่ 13 มิถุนายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลาว่า ในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ในขณะนี้ มีโรคระบาดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เรียกว่า“โรคเหี่ยวกล้วย” ระบาดหนักในสวนกล้วยหิน ในพื้นที่ อ.เบตง อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยพบว่าที่ อ.เบตง และ อ.ธารโต จ.ยะลา โดยโรค“เหี่ยวกล้วย”ที่ว่า นี้ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่จะเข้าไปทำลายระบบท่อเลี้ยงส่งน้ำในต้นกล้วย ทำให้กล้วยยืนต้นตาย ใบเหลือง และผลลีบไม่สมบูรณ์ เนื้อของกล้วยจะเป็นสีดำ และพบการระบาดเริ่มมาจาก อ.เบตง จ.ยะลา และเข้าสู่ อ.ธารโต อ.บันนังสตา จ.ยะลา

     เกษตรกรในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ให้ข้อมูลว่า ในเบื้องต้นนั้น พบว่าโรคดังกล่าว เมื่อหลายเดือนก่อน ได้เกิดระบาดในแถบพื้นที่ประเทศมาเลเซีย และขยายวงกว้าง เข้าสู่สวนกล้วยใน อ.เบตง จ.ยะลา โดยสันนิษฐานขั้นตอนว่า พ่อค้าที่นำกล้วยหินจาก อ.เบตง จ.ยะลา ไปขายในฝั่งประเทศมาเลเซีย ได้ใช้วัสดุ เช่นมีด ในการตัดแบ่งเครือของกล้วย ขณะนำไปขาย ทำให้เกิดการติดเชื้อ และขยายวงกว้างสู่พื้นที่สวนกล้วยหินกล้วยน้ำหว้า ใน อ.เบตง และ อ.ธารโต จ.ยะลา ซึ่งล่าสุดพบว่า เกษตรสวนกล้วยหินใน ต.แม่หวาด อ.ธารโต บางรายได้ตัดสินใจ โค่นต้นกล้วยทิ้งทั้งสวน เนื่องจากประสบปัญหาโรค“เหี่ยวกล้วย”ระบาดอย่างหนักจนทำลายต้นกล้วยยืนต้นตายทั้งสวน

          มีรายงานจาก สำนักงานเกษตร อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และได้ให้ความรู้ในการจำกัดอาณาเขต ไม่ให้“โรคเหี่ยวกล้วย”เกิดการแพร่กระจายระบาดในวงกว้าง โดยขั้นต้นนั้น ได้แนะนำให้เกษตรกรสวนกล้วยหิน ระมัดระวังในการใช้มีด หรือภาชนะใด ๆ ที่ใช้ในสวนกล้วย นำไปใช้กับพื้นที่อื่น ๆ เนื่องจาก เชื้อแบคทีเรีย ที่ได้สัมผัสกับมีด หรือภาชนะ จะสามารถทำให้ต้นกล้วยต้นอื่นติดเชื้อได้ และอย่า โค่นต้นกล้วย ทิ้งในแหล่งน้ำ เพราะเชื้อแบคทีเรียจะกระจายไปสู่แหล่งน้ำ หากมีการนำน้ำไปใช้รดต้นกล้วยในพื้นที่อื่น ๆ ก็จะเกิดการแพร่กระจายของเชื้อ ทำให้ต้นกล้วยติดเชื้อได้ 
 
          อย่างไรก็ตาม โรคระบาดดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายของมนุษย์ เป็นเพียงเชื้อที่ทำลายเฉพาะพืชกล้วยเท่านั้น และขณะนี้ สวนกล้วยที่ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อโรคระบาดดังกล่าว มี 3 อำเภอคือ อ.เบตง อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่า พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมีจำนวนมากเท่าไหร่ แต่หากเชื้อโรคระบาดดังกล่าวแพร่กระจายออกไปยังพื้นที่อื่นๆ ก็อาจจะทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างได้
      
          ด้าน นายโชคดี วิรุณกาญจน์ เกษตรจังหวัดยะลา ได้เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา แจ้งว่ากล้วยหิน เป็นโรคระบาด ซึ่งก็ยังไม่ทราบสาเหตุ จึงส่งเจ้าหน้าที่ลงไปดูแล้วพบว่าเป็นเชื้อที่ไม่เคยเจอมาก่อน แต่ไม่ใช่โรคตายพรายอย่างแน่นอน ถ้าโรคตายพรายเกิดจากเชื้อรา ขณะนี้ได้ประสานไปยังศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านอารักขาพืช ที่ จ.สงขลา มาดูว่าเป็นโรคชนิดไหนกันแน่ และเก็บเชื้อตัวอย่างนำไปให้ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และกรมวิชาการการเกษตร ทำการตรวจสอบก็พบว่า เชื้อที่แพร่กระจายเป็นโรคระบาด เรียกว่า“โรคเหี่ยวกล้วย”ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย ที่ยังไม่เคยพบในพื้นที่มาก่อน โดยเริ่มการระบาดมาจากพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา จากนั้นเชื้อได้แพร่กระจายสู่ อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้น พบว่า มีพื้นที่สวนกล้วยหินได้รับความเสียหายเฉพาะที่บ้านถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา เสียหาย ประมาณ 28 ไร่ รวมทั้งหมดใน 3 อำเภอ เสียหายไปแล้วกว่า 1 พันไร่ จากพื้นที่ปลูกกล้วยหินทั้งหมดกว่า 7 พัน 3 ร้อย กว่าไร่
     
          “ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ได้มีการแนะนำวิธีป้องกันโรคนี้ควรจะป้องกันอย่างไรตามที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำมา นอกจากนั้นยังได้ถ่ายทอดให้ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรอาสา รับทราบถึงวิธีกำจัด วิธีทำลาย แต่ทางเกษตรกรได้ขอเงินชดเชยมา ทางจังหวัดจึงได้มีการประชุมเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เพื่อหามาตรการช่วยเหลือโดยมีนายราชิด สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธาน เพราะถือว่าโรคระบาดเป็นความมั่นคงด้วย ในที่ประชุมจึงมีการชี้แจงว่าโรคระบาดไม่ใช่ภัยภัยพิบัติ เพราะกล้วยไม่ได้ตายโดยสิ้นเชิง กล้วยจะตายต่อเมื่อกล้วยออกเกลือต้องเป็นช่วงที่กล้วยอ่อนแอ ต้นที่ยังเล็กที่ยังไม่ออกเกลือต้นก็ยังดีอยู่ แต่พอออกเกลือผลผลิตจะเสียหาย ที่ประชุมก็ไม่สามารถที่จะชดเชยได้ เหนืออำนาจของสำนักงานเกษตรจังหวัด กรมวิชาการการเกษตรศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา จะมี พ.ร.บ การควบคุมโรคต่างๆ สำนักงานเกษตรเองทำงานด้านส่งเสริม แนะนำ ชาวบ้าน เพียงอย่างเดียว แต่ถ้าจะไปควบคุมเขตไม่ให้ระบาดไปที่อื่น ต้องใช้ พรบ.การควบคุมโรคติดต่อ จึงต้องขอความร่วมมือไปยังกรมวิชากาเกษตรศูนย์วิจัยและการพัฒนาการเกษตรยะลา ในส่วนของกระทวงเกษตรก็รับทราบเรื่องนี้แล้ว แต่เนื่องจากอยู่ช่วงงบปลายปีทำให้งบมีน้อย”นายโชคดี กล่าว
      
          นายโชคดี ยังเผยว่า ช่วงนี้ราคายางก็มีราคาถูก เกษตรกรก็มาประสบกับโรคระบาดในกล้วยอีก ซึ่งพืชที่เป็นรายได้สวนหนึ่งของเกษตรกรที่ได้ทุกวัน เนื่องจากกล้วยสามารถเก็บผลผลิตได้ทุกวัน แต่ฝนตกอย่างนี้จะทำให้ดีขึ้นหรือไม่กำลังให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ ประกอบกับที่ผ่านมาประสบปัญหาแล้งหนักทำให้โรคระบาดหนัก ขณะนี้ได้นำปู๋ยยูเรียไปใส่เพื่อให้ดินเปลี่ยนแปลงเร็ว ทำให้เชื้อตายเร็ว ซึ่งมีโอกาสระบาดขยายวงกว้าง ขณะนี้กำลังควบคุมได้แนะนำเกษตรกรห้ามนำหน่อไปขายห้ามนำหน่อออกจากพื้นที่ โรคนี้มีโอกาสระบาดเข้าสู่กล้วยอื่นๆ ด้วย