
รายงาน-จริยธรรมพรรคร่วมฯ...บทพิสูจน์ฝีมือ "มาร์ค"
05 ก.พ. 2552
ในที่สุด วิฑูรย์ นามบุตร รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องยอมสละเก้าอี้ เซ่นวิญญาณปลากระป๋องเน่า เพื่อต่อชีวิตรัฐบาล ภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ จะว่าไปแล้วการลาออกของ "วิฑูรย์" ครั้งนี้ กลับกลายเป็นผลบวกต่อประชาธิปัตย์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะก
โดยเฉพาะตามกฎเหล็ก 9 ข้อ ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แจกในที่ประชุมครม.นัดแรกว่า นักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบเหนือกฎหมาย
นี่จึงเป็นการสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดจนกลายเป็นสถาบันทางการเมือง
นั่นเป็นเพราะว่าตลอดช่วงเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ในการเป็นพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลได้แสดง "มาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง" มาโดยตลอด
ดังนั้น เมื่อเจอเข้ากับตัวเองจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะพยายามยื้อจนถึงที่สุด แต่สุดท้ายก็ไม่อาจที่จะทนต่อกระแสสังคมได้
ท่ามกลางรัฐนาวาที่สั่นคลอนจากสารพัดปัญหารุมเร้า ในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา ที่อาจจะทำให้อายุรัฐบาลประชาธิปัตย์สั้นลงในที่สุด
บวกกับการเล่นงานทั้งในและนอกสภาทุกรูปแบบของพรรคฝ่ายค้านป้ายแดงอย่างพรรคเพื่อไทย ที่ได้มีการวางกลยุทธ์สารพัดวิธีในการโค่นรัฐบาลผสมที่มีจุดอ่อนภายในอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะกรณีการแจกปลากระป๋องเน่าในถุงยังชีพ ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ที่ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน
ทำให้พรรคฝ่ายค้านนำมาประโคมข่าวเพื่อดิสเครดิตพรรคประชาธิปัตย์ได้ตลอดเวลา รวมถึงการขู่ยื่นซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยการประชุมนี้ โดยหวังโค่นทั้ง ครม.
ดังนั้น ประชาธิปัตย์จึงต้องชิงปิดเกมก่อน ด้วยการไฟเขียวให้ "วิฑูรย์" ยอมสละเก้าอี้ เพื่อต่อลมหายใจของรัฐบาลออกไปได้อีกเฮือก
นั่นเป็นเพราะว่าประเด็นปลากระป๋องเน่า ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า "วิฑูรย์" ผิดหรือไม่ผิด แต่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ยื่นให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมทั้งยอมรับการตรวจสอบจากทุกองค์กรไปแล้ว
เกมนี้จึงเท่ากับว่าเป็นการวัด "กระแสนิยม" ของพรรคประชาธิปัตย์
เพราะเคยใช้ได้ผลมาแล้วในกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องทุจริตการจัดซื้อเรือและรถดับเพลิงของ กทม.
เป็นเหตุให้ "อภิรักษ์" ต้องหลุดจากเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ทั้งๆ ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นสมัยที่สองด้วยคะแนนถล่มทลาย
ซึ่งการตัดสินใจครั้งนั้นของพรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถครองใจคนกรุงได้สำเร็จ ด้วยการชนะเลือกตั้งพ่อเมืองเสาชิงช้าอีกครั้ง แม้จะเปลี่ยนตัวเป็น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ก็ตาม
ทั้งสองกรณีนี้ประชาธิปัตย์ต้องการสะท้อนให้เห็นมาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง ในยามที่กระแสสังคมยังให้โอกาสรัฐบาลในการบริหารประเทศเพื่อแก้วิกฤติของชาติในยามนี้
ดังนั้น ประชาธิปัตย์จึงต้องยอม "ตัดเนื้อร้าย" ก่อนที่จะลุกลามบานปลาย กลายเป็นไฟลามทุ่ง
ที่สำคัญการสละขุนพลอีสานครั้งนี้ ยังถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว
นั่นเพราะยามนี้รัฐบาลผสมมีสายล่อฟ้าถึงสองคนที่จะเป็นเป้าล่อให้พรรคฝ่ายค้านเล่นเกมถล่มได้ง่ายๆ
เพราะนอกจากกรณีของ "วิฑูรย์" แล้วยังมีประเด็นของ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย จากกลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย ที่มีปัญหากรณีใช้เงินกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ แจกเงินพร้อมแนบนามบัตรให้ประชาชนในพื้นที่
แม้ว่าเรื่องนี้จะยังไม่ได้ข้อสรุปว่าผิดหรือไม่เช่นเดียวกันกับกรณี "วิฑูรย์" แต่อย่างน้อยก็อยู่ในชั้นการตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ป.ป.ช.
เกมแสดงสปิริตลาออกของ "วิฑูรย์" นี้แหละ ที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการใช้กระแสสังคมในการกดดันให้ "บุญจง" ได้แสดงสปิริตลาออกตามไปด้วย
เพราะเป็นที่ทราบดีว่าประชาธิปัตย์ไม่กล้าที่จะหัก "กลุ่มเพื่อนเนวิน" โดยตรง เพราะยิ่งจะเป็นการซ้ำเติมความแตกแยกให้เกิดขึ้นภายในพรรคร่วมรัฐบาลที่เริ่มสั่นคลอน
เห็นได้จากอาการของ "อภิสิทธิ์" ที่พูดอ้อมแอ้มว่ากรณีของ "วิฑูรย์" แตกต่างจาก "บุญจง"
นาทีนี้ประชาธิปัตย์จึงได้แต่หวานอมขนกลืน ยอมสละขุนพลอีสาน เพื่อสร้างภาพยกระดับมาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง พร้อมกับเป็นแรงบีบ
แม้ว่าหน้าฉากประชาธิปัตย์จะสวมบทแสดงสปิริต แต่เบื้องหลังถึงกับต้องกระอักเลือด เพราะการเสีย "วิฑูรย์" ครั้งนี้ ทำให้พรรคต้องมีตำหนิเกิดขึ้น แถมศึกในยังระอุขึ้นมาอีกระลอกเมื่อเกิดการแย่งเก้าอี้กันอีกครั้ง
ถึงกับต้องมีการสาดโคลนกันในพรรค ว่าสาเหตุที่ "วิฑูรย์" ต้องหลุดจากเก้าอี้ครั้งนี้เกิดจาก เกลือเป็นหนอน นั่นเอง
ขณะเดียวกันเชื่อว่าการลาออกของ "วิฑูรย์" ครั้งนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของพรรคร่วมอย่างกลุ่มเพื่อนเนวิน ที่จะผลักให้ "บุญจง" สละเก้าอี้ตามไปด้วย
จึงเป็นการสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ยังไม่สามารถที่จะยกระดับมาตรฐานทางการเมืองของพรรคร่วมได้
นี่จึงเป็นภารกิจหลักที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ต้องเร่งพิสูจน์ !!!
บัญชา แข็งขัน



