
รวบฆาตกรโหดถีบจยย.สาววัย31หวังชิงพรัพย์
คนร้ายใจโหด ถีบรถจักรยานยนต์หวังชิงทรัพย์สาววัย 31 เหยื่อฮึดสู้จับกดน้ำจนสิ้นใจ แต่ทำโทรศัพท์มือถือหล่นในที่เกิดเหตุ ตร.ตามรวบ สารภาพสิ้น พาทำแผนโดนญาติโดดชก
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ต.ท.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช ผกก.สภ.วังทอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ควบคุมตัวนายวิโรจน์ เกิดช้าง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 18 ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 191/2559 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2559 ในข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมของกลางหมวกนิรภัยแบบเต็มใบสีดำ 1 ใบ เสื้อยีนแขนยาวสีน้ำเงิน 1 ตัว รองเท้าผ้าใบสีดำ 1 คู่ ไฟฉายแบบคาดศีรษะสีดำ 1 อัน โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโมบายสีขาว 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ดรีม สีแดง ทะเบียน 1กช1772 พิษณุโลก 1 คัน และกระเป๋าหนังเทียมลายตารางสีม่วง 1 ใบ บัตรประจำตัวประชาชนของนางเกษร ชาปาน 1 ใบ พวงกุญแจ 1 พวง ใบสัญญาซื้อขาย 1 ใบ บัตรชำระค่างวดรถ 1 ใบ ยางกันกระแทกโทรศัพท์มือถือสีเขียว 1 อัน และบัตรเดบิตการ์ดธนาคารกรุงเทพ 1 ใบ
พ.ต.ท.สุรเดชเปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีผู้พบศพผู้เสียชีวิตในลักษณะนอนคว่ำหน้าอยู่ในคูน้ำริมถนนสายเลี่ยงเมืองสี่แยกอินโดจีน-บึงพระ หมู่ 6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง เมื่อไปตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางเกษร ชาปาน อายุ 31 ปี โดย นายสมควร ชาปาน อายุ 34 ปี สามีของผู้เสียชีวิต เดินทางมาดูศพ ยืนยันว่า ภรรยาไม่น่าจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่น่าจะถูกคนร้ายถีบรถจักรยานยนต์ประสงค์ทรัพย์ เพราะก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์หาภรรยาให้เดินทางมารับหลังจากเลิกงาน แต่รอเป็นเวลานานจนเห็นผิดสังเกต โทรศัพท์ติดต่อก็ไม่รับสาย จึงให้เพื่อนช่วยออกติดตามหา กระทั่งไปพบศพอยู่ในป่าสภาพคว่ำหน้าจมน้ำเสียชีวิต
“จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุพบมีร่องรอยการต่อสู้ในพงหญ้าริมน้ำข้างทางบริเวณที่พบศพผู้เสียชีวิตจมอยู่ในน้ำ และพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบโทรศัพท์มือถือพบว่าเป็นของนายวิโรจน์ จึงร่วมกับตำรวจชุดสืบสวนส ภ.นครไทย ไปติดตามนายวิโรจน์ที่บ้านพักจนสามารถจับกุมได้ในที่สุด สอบสวนนายวิโรจน์ให้การรับสารภาพว่าก่อนเกิดเหตุเห็นนางเกษรขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว โดยคล้องกระเป๋าสะพายมาด้วย จึงตามประกบจนถึงทางเปลี่ยวแล้วใช้เท้าถีบรถนางเกษรล้มก่อนจะกระชากกระเป๋า แต่นางเกษรสู้ จึงลากไปจับหัวกดน้ำจนแน่นิ่ง จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีกลับบ้านพักที่ อ.นครไทย แต่ทำโทรศัพท์หล่นในที่เกิดเหตุ กระทั่งถูกตำรวจจับกุมดังกลาว” พ.ต.ท.สุรเดช กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว พ.ต.ท.สุรเดช พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ได้ควบคุมตัวนายวิโรจน์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ แต่ขณะกำลังพาผู้ต้องหาเดินไปขึ้นรถยนต์นั้น มีเพื่อนและญาติของผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งเดินทางมาดูโฉมหน้าคนร้ายด้วยอารมณ์ที่ยังโกรธแค้นอยู่และอาศัยจังหวะตอนเจ้าหน้าที่ตำรวจเผลอเดินปรี่เข้าไปชกหน้าผู้ต้องหา 1 ครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ว่ากล่าวตักเตือนไป



