
ประดู่หางดำเชียงใหม่ ไข่ดก ไก่พันธุ์ใหม่เพิ่มทางเลือกเกษตรกร
บายไลน์-ดลมนัส กาเจ
ประดู่หางดำเชียงใหม่ ไข่ดก ไก่พันธุ์ใหม่เพิ่มทางเลือกเกษตรกร
จากการที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ กรมปศุสัตว์ ได้ทุ่มเทกับงานวิจัยพัฒนาบำรุงพันธุ์ไก่พื้นเมืองสายพันธุ์ต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2545 เพื่อขยายผลและส่งเสริมเกษตรกรนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมในครัวนั้น ล่าสุดได้ต่อยอดไก่พื้นเมือง “ประดู่หางดำ นำไปผสมกับไก่พันธุ์ไข่เรดฮอร์น” เพื่อให้เป็นไก่ไข่พันธุ์ใหม่ที่เลี้ยงแบบวิถีชาวบ้านหาอาหารกินเองได้บ้างเหมือนกับพันธุ์พ่อ คือไก่พื้นเมืองหรือไก่บ้านประดู่หางดำ ปรากฏว่าประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี ได้ไก่ไข่พันธุ์ใหม่ “ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดก” แม่ไก่สามารถออกไข่ได้ปีละ 147 ฟอง โดยที่กรมปศุสัตว์ตั้งเป้าหมายไว้ปีละ 200 ฟอง เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยเลี้ยงไว้เป็นอาชีพเสริมในชนบท
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา (10 มิ.ย.) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในงาน “9 ทศวรรษ บำรุงพันธุ์สัตว์ก้าวไกล ครั้งที่ 3” เปิดบ้านงานวิจัย นวัตกรรม และสัตว์พันธุ์ดีกรมปศุสัตว์ สู่การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน 2559 ณ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ และได้ชูไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดก เป็นไฮไลท์ของงานอีกด้วย
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในระหว่างการเป็นประธานแถลงผลงานวิจัย “ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดก" ภายในพิธีเปิดงาน “9 ทศวรรษ บำรุงพันธุ์สัตว์ก้าวไกล ครั้งที่ 3” เปิดบ้านงานวิจัย นวัตกรรม และสัตว์พันธุ์ดีกรมปศุสัตว์ สู่การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน 2559 ว่า กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายผลักดันงานวิจัยเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตตรงตามความต้องการของตลาด รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ที่เหมาะสมทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ เพื่อการพัฒนาการเกษตรให้ก้าวหน้าและเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรไทย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559) ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งภาคเกษตร ความมั่นคงของอาหารและพลังงานชีวภาพในระดับครัวเรือนและชุมชน
ในส่วนของกรมปศุสัตว์มีเป้าหมายการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์สัตว์ ที่เน้นงานวิจัยในการสร้างพันธุ์ใหม่ให้มีศักยภาพของพันธุ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม นำไปสู่การใช้ประโยชน์ และเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรไทยสามารถแข่งขันทางการตลาดได้ โดยในปี 2545-2550 กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ได้ทำการวิจัยพัฒนาพันธุ์ไก่พื้นเมืองแท้ 4 พันธุ์ ได้แก่ ไก่แดงสุราษฎร์ ไก่ชีท่าพระ ไก่เหลืองหางขาวกบินทร์บุรี ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาต่อยอดไก่พื้นเมืองทั้ง 4 สายพันธุ์และขยายผลไปยังเกษตรกรให้ได้รับประโยชน์มากที่สุด และช่วงปี 2559-2564 กระทรวงเกษตรฯ มีแผนพัฒนาพันธุ์ “ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่” เป็น “ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดก” ที่ให้ผลผลิตไข่เพิ่มขึ้น 30%
ทั้งนี้ เนื่องจากไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ เป็นไก่พื้นเมืองไทยพันธุ์แท้ ทนทานต่อสภาพแวดล้อมและโรคระบาด และสามารถกินอาหารที่เกษตรกรหาได้ในท้องถิ่น มีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี และให้ไข่ดกกว่าสายพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ ให้เนื้อที่มีคุณภาพที่ดีกว่าไก่เนื้อทางการค้า รสชาติอร่อย เป็นพันธุ์ที่ให้ไข่ดกที่สุดจึงถูกคัดเพื่อดำเนินโครงการนี้
“การสนับสนุนและส่งเสริมผลงานวิจัยไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดก ครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวทางนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในการลดต้นทุนให้เกษตรกร โดยการปรับใช้กับเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่จะเป็นทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรรายย่อย รายขนาดกลางนำไปเลี้ยงเพื่อบริโภคในชุมชน หรือจำหน่ายเป็นไข่ไก่พรีเมียม รวมทั้งโครงการพระราชดำริในพื้นที่ห่างไกลที่มีปัญหาการขนส่งอาหาร ถือเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ดีในครัวเรือนของเกษตรกร เป็นไข่ไก่ที่เลี้ยงในธรรมชาติ และไข่ไก่อินทรีย์ และจะทำให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชนมากขึ้นในอนาคตด้วย” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
ด้าน นสพ.อยุทธ์ หรินทรานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า การพัฒนาสายพันธุ์ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดก ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ทางกรมปศุสัตว์ได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ ทำการพัฒนาสายพันธุ์ โดยการต่อยอดจากไก่พื้นเมืองประดู่หางดำผสมกับไก่พันธุ์ไข่ “เรดฮอร์น” โดยมี นายอำนวย เลี้ยวธารากุล ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ ประจำศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ ได้ทำการวิจัยเป็นเวลา 5 ปี จนได้ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดกขึ้นมา ที่มีคุณสมบัติพิเศษทนทานต่อสภาพแวดล้อมและโรคระบาด สามารถหาอาหารกินเองตามท้องถิ่น เหมาะที่จะให้เกษตรกรายย่อยเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมที่ปล่อยแบบไก่บ้านทั่วไป
จากการที่เลี้ยงแบบปล่อยพบว่า ฝูงพันธุ์ไก่พื้นเมืองประดู่หางดำเชียงใหม่ ให้ไข่ดกเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 30% หรือแม่ไก่ 1 ตัวให้ผลผลิตไข่ปีละ 90 ฟอง จากนั้นได้พัฒนาไปเรื่อยๆ เวลาผ่านไป 5 ปี ได้ 117 ฟองต่อตัวต่อปี และจากการเลี้ยงในรูปแบบฟาร์ม โดยเกษตรกรรายย่อย พบว่า แม่ไก่ 1 ตัว สามารถเพิ่มจาก 147 ฟองต่อตัวต่อปี มาเป็นตัวละ 191 ฟองต่อปี เป้าหมายตั้งไว้ที่ตัวละ 200 ฟองต่อปี ที่ผ่านมาได้แจกจ่ายไปให้เกษตรกรทดลองเลี้ยงดูแล้วจำนวน 2,000 ตัว แต่กรมปศุสัตว์มีศักยภาพในการที่จะผลิตไก่ลูกผสมได้ปีละ 5 แสนตัว ไก่พันธุ์แท้ 4 แสนตัว นอกจากนี้ ยังมีฟาร์มในเครือข่ายอีก 13 แห่งทั่วประเทศ ที่สามารถที่จะผลิตพันธุ์แท้ 6.2 แสนตัว ลูกผสม 8 แสนตัว ต่อไปจะส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อย ขนาดกลาง รวมถึงให้เลี้ยงตามโรงเรียนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารเลี้ยงเป็นอาหารกลางวันด้วย เบื้องต้นคิดว่าหลังจากทำการตลาดแล้ว ราคาขายลูกไก่อายุ 20 วัน ตกอยู่ตัวละ 15 บาท หากเป็นของเครือข่ายตัวละ 20 บาท
ขณะที่ นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร ผู้อำนวยการ สวก. บอกว่า สำหรับโครงการการพัฒนาพันธุ์แท้ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดกนั้น สวก.ได้สนับสนุนเงินจำนวน 6.4 ล้านบาท ให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการโดยใช้งบประมาณปี 2560 จนสิ้นสุดโครงการปี 2564 เพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในอนาคต
นับเป็นอีกหนึ่งผลงานของกรมปศุสัตว์ ที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เนื่องจากตามคุณสมบัติของไก่ไข่พันธุ์ใหม่ “ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดก” สามารถปล่อยเลี้ยงแบบธรรมชาติได้ แต่ผลที่ได้มาคือไข่ดกเหมาะอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงในยุคประเทศไทยกำลังประสบภัยแล้งอย่างปัจจุบัน



