ข่าว

เสริมพลังความคิด สู่จินตนาการสร้างสรรค์

เสริมพลังความคิด สู่จินตนาการสร้างสรรค์

11 มิ.ย. 2559

การจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสำหรับลูกน้อยต้องคำนึงถึงความเหมาะสม เรื่องนี้พ่อแม่สามารถทำได้...

     โลกแห่งการเรียนรู้ของเจ้าตัวน้อย เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาแล้วผสานความรัก การเอาใจใส่เลี้ยงดูของพ่อแม่ที่ได้เฝ้าบ่มเพาะหล่อหลอมต้นกล้าน้อยด้วยพลังความคิด พร้อมพัฒนาฝึกฝนอย่างต่อเนื่องสู่จินตนาการแห่งการสร้างสรรค์ โดยผ่านการเล่น การทำกิจกรรมด้านศิลปะ ดนตรี/การเคลื่อนไหว และการพูดคุยซักถามเพื่อพัฒนาสมองทุกส่วนอย่างเต็มศักยภาพ 

    โดย ยาสุโยชิ คุโนะ ประธานและผู้ก่อตั้งสถาบัน โคกุมาไค สถาบันพัฒนาความคิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคร่ำหวอดในแวดวงการศึกษาระดับปฐมวัยมามากมายกว่า 44 ปี โดยสร้างสรรค์การศึกษาสมัยใหม่มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชื่อว่าเด็กสามารถที่จะ ‘คิดเป็น’ ไปพร้อมกับ ‘การเติบโต' ได้อย่างมีเป้าหมาย เผยว่า ศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับการศึกษาพื้นฐานที่เหมาะกับเด็กในแต่ละช่วงอายุ โดยมุ่งเน้นไปที่เด็กเล็กก่อนวัยเรียน เพราะทักษะการเรียนรู้และการคิดนั้นสำคัญมากและมีบทบาทมากที่สุดของเด็กวัย 3-6 ปี

     "จริงๆ แล้วเด็กมีความคิดที่เป็นเรื่องราวเมื่ออายุ 1 ขวบ และการพัฒนาความคิดจะสมบูรณ์เมื่ออายุ 2 ขวบขึ้นไป ดังนั้นเราจึงรวบรวมพื้นฐานสิ่งที่เด็กวัย 3-6 ปี ควรรู้และเข้าใจไว้ทั้งหมด โดยใช้วิธีการสอนที่เป็นรูปแบบเฉพาะไม่เหมือนใคร และได้ผ่านการปฏิบัติจริงในห้องเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว โดยผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ในปัจจุบัน โคกุมาไคมีสาขาต่างประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลี อินเดีย เวียดนาม และประเทศไทย” ผู้ก่อตั้งสถาบันกล่าว

    คุโนะ ยังบอกเล่าเรื่องราวที่มาของสถาบันโคกุมาไค ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปีในประเทศญี่ปุ่นว่า วิธีการสอนนั้นจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่ดึงดูดเด็กๆ ไปยังสิ่งต่างๆ และตรวจสอบความเข้าใจโดยการสนทนาโต้ตอบ ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะทำให้เด็กๆ สามารถค้นพบความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเอง นั่นก็คือการสอนจากประสบการณ์จริง ลองผิดลองถูกจากการเล่นเพื่อหาคำตอบและทำความเข้าใจอย่างแท้จริง ด้วยการเรียนรู้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ซึ่งจะทำให้เด็กเริ่มรู้จักการคิดและเข้าใจเหตุที่มีผลตามมา เป็นการคิดแบบมีตรรกะเข้าใจความเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆ รอบตัว รู้จักการจำแนกหมวดหมู่เข้าใจการเรียงลำดับ รู้จักวันเวลาและเข้าใจความหมายของอดีต ปัจจุบัน อนาคต สามารถฟังและจับใจความสำคัญ ตอบคำถามและคิดหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง

    ณิษฐ์ฐะกาญจน์ พรหมสาขา ณ สกลนคร กรรมการผู้จัดการ สถาบันโคกุมาไค ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า เห็นเด็กเล็กๆ ในประเทศไทยไปเรียนพิเศษเพื่อติวสอบเข้าโรงเรียนประถมชื่อดังมากมาย เคยได้เห็นข้อสอบและรู้สึกว่าเป็นพื้นฐานที่ดีมากที่เด็กๆ สามารถหาคำตอบแบบนี้ได้ แต่การจะให้เด็กๆ คิดเป็น และออกมาเป็นคำตอบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าเพียงทำแบบฝึกหัดจากกระดาษ บางทีเด็กสามารถตอบได้ถูกเพียงเพราะเขาจำคำตอบได้เท่านั้น เมื่อพบวิธีแบบโคกุมะของอาจารย์คุโนะ ก็พบว่ามีวิธีที่อ่อนโยนต่อหัวใจเด็กๆ ที่สามารถสอนพวกเขาให้มีพื้นฐานความคิดอย่างเป็นตรรกะได้ดี รวมถึงเป็นการสร้างพื้นฐานในการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตจริงของพวกเขาด้วย การเรียนของเราจะไม่เน้นการอัดข้อมูลให้เด็กจดจำ แต่จะให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์จริง มีของเล่นและอุปกรณ์มากมายที่ทำให้เด็กๆ เห็นภาพและคิดหาคำตอบได้เอง รวมถึงการมีคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดตลอดเวลา เพื่อให้เด็กสามารถคิดอย่างมีระบบ มีขั้นตอนจนออกมาเป็นคำตอบด้วยตัวของเขาเอง จะคล้ายกับข้อสอบเข้าตามโรงเรียนประถมต่างๆ แต่วิธีสอนสนุก และมีขั้นตอนในการเรียนที่ชัดเจน