
พาณิชย์หั่นเป้าเงินเฟ้อทั้งปีลบ1-0%
พาณิชย์ปรับเป้าเงินเฟ้อใหม่จาก 0-0.5% เป็นติดลบ 1-0% เหตุรัฐบาลต่ออายุมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพไปจนถึงสิ้นปี ระบุ 5 เดือนที่เหลือของปีมีทิศทางลดลง
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(เงินเฟ้อ) เดือนกรกฎาคม 2552 ว่าเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2551 พบว่าติดลบ 4.4% ซึ่งติดลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 แต่เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2552 เงินเฟ้อไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนเงินเฟ้อในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมาติดลบ 1.9%
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาติดลบต่อเนื่องนั้น มาจากการลดลงของดัชนีราคาหมวดยานพาหนะ การขนส่งและการสื่อสาร เช่น ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าโดยสารสาธารณะ รวมถึงหมวดบันเทิง การอ่าน การศึกษา และศาสนา ที่เกี่ยวข้องกับค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา หนังสือและอุปกรณ์ หมวดเคหสถาน เช่น ค่าไฟฟ้า น้ำประปา และหมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า เช่น เครื่องแบบนักเรียน ขณะที่บางหมวดสินค้าราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ หมวดอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเนื้อสุกร ไก่สด ปลาและสัตว์น้ำ ไข่และผลิตภัณฑ์นม ผักและผลไม้
"ส่วนทิศทางเงินเฟ้อในระยะ 5 เดือนหลังของปีนี้ คาดว่ายังคงมีแนวโน้มติดลบ หลังจากเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่องมาแล้วเป็นเดือนที่ 7 ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงปรับประมาณการเงินเฟ้อของปี 2552 ใหม่ จากเดิมที่คาดว่าอยู่ระดับ 0-0.5% ตามสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่ 50-60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนที่ 34-35 บาทต่อดอลลาร์ ของใหม่เป็นติดลบ 1-0% ภายใต้สมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่ 35-36 บาทต่อดอลลาร์ และราคาน้ำมันเฉลี่ย 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยคาดการณ์ที่ลดลงเนื่องจากรัฐบาลขยายเวลา 5 มาตรการลดค่าครองชีพออกไปอีกจนถึงสิ้นปีนี้ ประกอบกับราคาน้ำมันโดยเฉลี่ยปรับสูงขึ้น" นายศิริพลกล่าว
ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเดือนกรกฎาคม 2552 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551 ลดลง 1.2% ทำให้ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ เงินเฟ้อพื้นฐานเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2551 เพิ่มขึ้น 0.5%



