
จับ2โจ๋ขี่จยย.ยิงเด็ก15ดับอ้างถูกท้าทาย (ชมคลิป)
ตำรวจจับ 2 เยาวชนขี่จยย.ยิงเด็ก 15 ปีดับ อ้างถูกท้ายทายให้ของลับ รับไม่เคยโกรธเคืองมาก่อน
ที่ศปก.กก.สส.บก.น.3 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ดร.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สุรพล ก้อมน้อย รอง ผกก.สส.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สมคิด ประเชิญสุข สว.สส.สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกก.สส.บก.น.3 และสน.มีนบุรี ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และนายบี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืน ติดตัวไปในหมู่บ้าน หรือทางสาธาณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควร
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 18.25 น. ของวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบรถของนายทินภัทรหรือเบียร์ ไชยหงส์ อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/571 ซอยหทัยราษฎร์ 33 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ก่อนใช้อาวุธปืนยิงจ่อยิงเข้าที่บริเวณศรีษะ 1 นัด จนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัสและทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดปากซอยสุวินทวงศ์ 1/1 ถ.สุวินทวงศ์ แขวงและเขตมีนบุรี กทม. จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบรวมทั้งกดดันกลุ่มผู้กระทำความผิดจนกระทั่งทางผู้ปกครองฝ่ายของนายเอ และนายบี ได้พาทั้งคู่เข้ามอบตัวกับตำรวจสน.มีนบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.30 น. ของเช้ามืดที่ผ่านมา
จากการสอบสวนนายเอ รับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนปากกา ขนาด.38 จ่อยิงนายทินภัทร เนื่องจากผู้เสียชีวิตได้พูดจาท้าทายและให้ของลับขณะขับรถมายังจุดเกิดเหตุ โดยไม่เคยรู้จักกันหรือโกรธเคืองกันมาก่อน ส่วนนายบีเพียงแค่นั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์คันเดียวกัน ซึ่งภายหลังก่อเหตุเสร็จสิ้นกลุ่มผู้ก่อเหตุได้พากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีโดยใช้เส้นทางถ.สุวินทวงศ์ ฝั่งขาออก มุ่งหน้าแยกวัดแสนสุข จนกระทั่งทนแรงกดดันจากท่งเจ้าหน้าที่ไม่ไหวจึงประสานกับทางผู้ปกครองให้พาเข้ามอบตัวภายในสถานที่ดังกล่าว
รรท.ผบช.น. กล่าวอีกว่า สำหรีบคดีนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจมากเนื่องจากมีภาพเหตุการณ์ที่คนร้ายก่อเหตุอุกอาจ หลังจากนั้นตนจึงสั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบติดตามเร่งรัดคดีกระทั่งรู้ตัวกลุ่มผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นนักเรียนอาชีวะ สาขาช่างไฟฟ้า ชื่อดังแห่งหนึ่งย่านหัวหมาก โดยจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้กระทำความผิดได้ขี่รถจักรยานยนต์ยนต์มาด้วยกันทั้งหมด 2 คัน รวม 7 คน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้สบตากับนายทินภัทร จนเกิดการท้าทายกันซึ่งขณะนั้นรถคันที่ลงมือก่อเหตุมีด้วยกัน 3 คน ประกอบด้วยคนขี่ นายบี นั่งกลาง และนายเอ นั่งซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนปากกาออกมาจ่อยิงจนเกิดเหตุสลดดังกล่าว
“ซึ่งคดีนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสถาบันเป็นเพียงแค่เหตุบังเอิญเท่านั้นจนนำไปสู่เหตุสลด ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวซึ่งในช่วงสายของวันนี้ทางพนักงานสอบสวนจะเดินทางไปศาลจังหวัดมีนบุรีเพื่อขออนุมัติหมายศาลทำการออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิด อยากฝากถึงพี่-น้องประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทางเจ้าหน้าที่จะเร่งหามาตราการในการแก้ไขปัญหาเรื่องนักเรียนที่ชอบสร้างปัญหาทำร้ายซึ่งกันและกันจนเกิดความสูญเสียเป็นเหตุให้สังคมเกิดความไม่สบายใจ” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว
ด้านพล.ต.ต.ดร.ชัยพร กล่าวว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายไปส่งที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร (บางนา) ก่อนนำไปฝากขังต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง หลังจากนี้จะดำเนินการเรื่องออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการที่เหลือซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 5 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งนี้จากการสอบถามนายเอ เรื่องอาวุธปืนทราบว่า ซื้อต่อมาจากช่างก่อสร้างในราคา 800 บาท โดยหลังก่อเหตุได้นำของกลางไปโยนทิ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหานั้นต้องขอความร่วมมือกับทางครอบครัว ทางสถานศึกษาและชุมชน เพื่อช่วยกันสร้างจิตสำนึก และสร้างเสริมสติปัญญา เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ
นอกจากนี้นางเอ(นามสมมติ) อายุ 47 ปี มารดาของเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิตที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาด้วยกันในวันเกิดเหตุ ได้เดินทางนำกระเช้าดอกไม้มามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ รวมทั้งขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นอีกหนึ่งแรงพลักดันที่ช่วยกันนำเสนอข่าวจนนำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้



