ข่าว

เครือข่ายธุรกิจปั้นของเหลือทิ้งให้เป็นเงิน

เครือข่ายธุรกิจปั้นของเหลือทิ้งให้เป็นเงิน

11 มิ.ย. 2559

เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กในอังกฤษได้รับการยอมรับจากลูกค้า จากการหาวิธีนำ"ของเหลือทิ้ง" มาทำเงิน และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

    น่ายินดีที่ทุกวันนี้ประชากรโลกหันมาให้ความใส่ใจกับเรื่องการกำจัดขยะ หรือของเหลือทิ้งกันมากขึ้น แม้จะเป็นเพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจบีบคั้น หรือ ถูกกดดันโดยธรรมชาติแวดล้อมที่กำลังเอาคืนมนุษย์ หลังจากถูกรังแกและเอาเปรียบกันมานานก็ตาม

    แต่ไม่ว่าจะเพราะปัจจัยอะไร ก็ทำให้โลกนี้สะอาดขึ้น และ ยกระดับความคิดของมนุษย์ให้เห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆที่อยู่แวดล้อมตนเองได้มากขึ้น

    จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นความคิดใหม่ๆในการลดขยะ และของเหลือทิ้ง ทั้งยังเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างน่าชื่นชมเช่นกรณีของนายไซมอน ไรท์ เจ้าของธุรกิจผลิตเบียร์ขิง (Ginger Beer) แบรนด์ “ฮอว์คส์” (Hawkes) ที่สร้างฐานะได้มั่นคงให้กับตนเองแล้ว จึงหันมาดำเนินธุรกิจ“เออร์แบน ออร์ชาร์ด” (Urban Orchard)จากการผลิตน้ำผลไม้หมักกับยีสต์ให้มีแอลกอฮอล์และมีฟองคล้ายเบียร์ โดยใช้วัตถุดิบหลักคือ “แอปเปิล” ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในอังกฤษ และมีการตั้งชื่อเรียกเล่นๆว่า “เบียร์แอปเปิล” กันเลยทีเดียว

    นายไรท์ เล็งเห็นวิธีการใช้ประโยชน์จากผลแอปเปิลที่เหลือทิ้งเป็นขยะในอังกฤษราวปีละ 200 ล้านตัน จึงใช้เป็นช่องทางในการนำเอาแอปเปิลที่เหลือทิ้งเหล่านี้จากชุมชนเล็กๆใกล้เมืองฟอร์เรสท์ เกต ที่ตั้งของโรงงานผลิต มาใช้เป็นประโยชน์ ด้วยการรับบริจาคแอปเปิลเหลือทิ้งมาเข้ากระบวนการหมักทำเบียร์แอปเปิล ไปพร้อมๆกัแอปเปิลสายพันธุ์ดีที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักของโรงงานอยู่แล้ว ซึ่งขั้นตอนนี้จะผ่านกระบวนการปรุงอย่างเข้มงวดเพื่อรักษามาตรฐานผลิตภัณฑ์ของบริษัท

    สำหรับผู้บริจาคแอปเปิลเหลือทิ้ง ที่นายไรท์ได้รับมาราวปีละ 8 ตันจะได้รับไซเดอร์ ที่ผลิตออกจากโรงงานฮอว์คส์เป็นสิ่งตอบแทน

    ที่ดีไปกว่านั้นคือผู้บริจาคจะช่วยกระจายข่าวการแลกของเหลือทิ้งให้เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมไปในหมู่เพื่อน ข่วยขยายขอบเขตการบริจาคแอปเปิลเข้าโรงงานของนายไรท์มากขึ้น โดยในปี 2559 นี้นายไรท์คาดว่าจะได้รับแอปเปิลบริจาคเพิ่มมากขึ้นเป็นราว 16 ตัน

   อีกทั้งชื่อเสียงของธุรกิจของนายไรท์ก็กระจายไปยังร้านอาหารชื่อดังในกรุงลอนดอน เช่นร้านฮาวีย์ นิโคลส์ ผับกรีนคิง และ โรงแรมคลาริดจ์ ที่ให้การยอมรับผลิตภัณฑ์ของนายไรท์ในทันที ทำให้รายชื่อไซเดอร์ของฮอว์คส์นั้นอยุ่ในลำดับต้นๆของรายการจัดซื้อสินค้า

   ปัจจัยที่ร้านอาหารในกรุงลอนดอนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของฮอว์คส์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแสความนิยมของผู้บริโภคในอังกฤษที่หันมาให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม และ ลดขยะมากขึ้น ที่ยืนยันได้จากผลวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค โดยนีลเสน ผู้จัดทำรายงานการทำธุรกิจที่ยั่งยืนระดับโลกเมื่อปี 2558 ที่ระบุว่า ผู้บริโภค 66% ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่ายินดีที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อหาสินค้าจากแบรนด์ที่สร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งตัวเลขจำนวนผู้บริโภคที่มีความคิดเช่นนี้ ขยับขึ้นจากสถิติเดียวกันในการสำรวจเมื่อปีก่อนหน้าถึง 11%

     นายไรท์ยังส่งเสริมชื่อเสียงของฮอว์คส์ในฐานะผู้ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการแบ่งเงินรายได้ 10% นำไปบริจาคให้กับบริษัทเอกชนที่ทำงานเพื่อสังคมอย่างฟาเธอร์ เนเชอร์ ที่เป็นผู้ดำเนินกิจการด้านการส่งเสริมการเติบโตของชุมชน รวมทั้งคัลทิเวท ลอนดอน ฟาร์มในเมืองที่นำคนไร้บ้านอายุน้อยมาเป็นพนักงาน ที่ช่วยลดปัญหาของสังคมเมืองได้อีกทางหนึ่ง

    ธุรกิจของนายไรท์เป็นเพียงหนึ่งในความคิดเพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อมของนักธุรกิจขนาดเล็ก ที่อุทิศให้กับสังคมในรูปแบบต่างๆกัน แต่ทุกธุรกิจนั้นได้รับผลตอบแทนกลับมาที่ดี นั่นคือ การเป็นที่ยอมรับ และเข้าไปอยู่ในใจของลูกค้านั่นเอง