ข่าว

กกร.ขอลดภาษีเงินได้นิติบุคคลดึงต่างชาติลงทุนไทยเพิ่ม-ร้องลดค่าน้ำบาดาล

กกร.ขอลดภาษีเงินได้นิติบุคคลดึงต่างชาติลงทุนไทยเพิ่ม-ร้องลดค่าน้ำบาดาล

04 ส.ค. 2552

กกร.เตรียมเสนอภาครัฐลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จูงใจต่างชาติลงทุนไทยมากขึ้น ระบุเริ่มต้นอาจลด 2% ก่อน ร้องยกเลิกภาษีสรรพสามิตแอร์ ส่งเสริมการแข่งขันเสรี ดึงผู้ประกอบการที่เลี่ยงภาษี พร้อมขอลดค่าน้ำบาดาลเหลือลูกบาศก์เมตร 4.50 บาท

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย ว่า กกร.ได้หารือถึงประเด็นที่เอกชนจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชน (กรอ.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ โดยภาคเอกชนจะเสนอให้ กรอ. พิจารณาลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งเห็นว่าการลดภาษีดังกล่าวควรใช้วิธีทยอยลด อาจเริ่มลดภาษีลง 2%

 ทั้งนี้ หอการค้าต่างประเทศในไทย ระบุว่าปัจจุบันไทยเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลของไทยถือเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ ซึ่งไทยเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัททั่วไป 30% และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 25%

 นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานส.อ.ท. กล่าวว่า ภาคเอกชนจะเสนอรัฐบาลยกเลิกการเก็บภาษีสรรสามิตเครื่องปรับอากาศขนาดไม่เกิน 72,000 บีทียูต่อชั่วโมง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เสรีและจูงใจให้ผู้ที่อยู่นอกระบบเข้าสารบบภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคล ปัจจุบันผู้ประกอบการเครื่องปรับอากาศต้องเสียภาษีสรรพสามิต 15%  ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทำให้มีภาระภาษีรวม 22% ส่งผลให้เสียเปรียบผู้ประกอบการที่หลีกเลี่ยงภาษี รวมทั้งปัจจุบันรัฐต้องมีภาระในการปราบปรามผู้หลบเลี่ยงภาษี 

 "ภาคเอกชนจะเสนอให้มีการติดตามการแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องของผู้ประกอบการ ที่ผ่านมา กรอ.ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปหารือกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐว่าจะช่วยเรื่องการปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติมได้อย่างไร" นายสันติกล่าว

  นอกจากนี้ กกร.จะเสนอให้มีการลดค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลให้แก่ผู้ประกอบการจากลูกบาศก์เมตร 8.50 บาทเหลือลูกบาศก์เมตร 4.50 บาท เรื่องดังกล่าวได้ผ่านการการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว ว่าสามารถลดค่าอนุรักษ์น้ำบาลดาลลงมาได้ตามที่ภาคเอกชนเสนอ โดยจะช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการและการลดดังกล่าวจะไม่กระทบกับกองทุนอนุรักษ์น้ำบาดาล

 นายสันติ กล่าวว่า กกร.จะเสนอให้มีการจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพราะเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการและแรงงานจำนวนมาก ภาคเอกชนเห็นว่าควรมีการส่งเสริมเพื่อวางมาตรฐานของอุตสาหกรรมก่อสร้าง การออกแบบ การพัฒนาเทคโนโลยีและการจูงใจให้ผู้ประกอบการไทยออกไปรับงานก่อสร้างในต่างประเทศ โดยอุตสาหกรรมก่อสร้างส่งผลให้เกิดการจ้างงานทางตรงและทางอ้อมจำนวนมาก