
รับรอง "อามาห์ดิเนจาด" ปธน.อิหร่านสมัยที่ 2
เตหะราน-ผู้นำสูงสุดของอิหร่านแต่งตั้ง "อามาห์ดิเนจาด" เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 แล้ว
นายมาห์มูด อามาห์ดิเนจาด ได้รับการแต่งตั้งจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อเป็นสมัยที่ 2 แล้ว เมื่อวันจันทร์ (3 ส.ค.) ภายหลังจากที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่กลุ่มผู้สนับสนุนผู้สมัครจากพรรคฝ่ายค้านได้ออกมาประท้วงว่ามีการโกงเลือกตั้งจนนำไปสู่การปราบปรามนองเลือดที่มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
"ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีกับการเลือกอามาห์ดิเนจาด และหวังว่าชายผู้ที่หาญกล้า ฉลาดหลักแหลม และทำงานหนักผู้นี้จะสร้างความยุติธรรมให้แก่ประเทศที่รักของเราได้ดีที่สุด" อยาตอลเลาะห์ คาเมนี กล่าว พร้อมเสริมว่าการที่อามาห์ดิเนจาดได้รับเลือกอีกครั้งแสดงให้เห็นว่าประชาชนโหวตเห็นชอบกับการปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 2522 และยังคงต่อสู้อย่างกล้าหาญกับพวกอหังการในโลก ลัทธิจักรวรรดินิยม ต่อการกดขี่ข่มเหงและการเลือกปฏิบัติ
ด้านอามาห์ดิเนจาดกล่าวว่า เขาเป็นประธานาธิบดีของชาวอิหร่านทั้ง 70 ล้านคน และเป็น "คนรับใช้" ของทุกคนไม่ว่าจะโหวตให้เขาหรือไม่ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม พิธีแต่งตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเกิดความขัดแย้งทางการเมืองที่ร้าวลึกในหมู่ผู้ปกครองอิหร่าน เพราะมีอดีตประธานาธิบดี 2 คนที่ไม่ยอมมารวมงาน ได้แก่ นายอักบาร์ ฮาเชมี ราฟซานจานี และนายโมฮัมหมัด คาตามี ขณะที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหัวปฏิรูป 2 คนที่พ่ายการเลือกตั้ง ได้แก่ นายมีร์ ฮอสเซน มูซาวี และนายมาห์ดี คาร์รูบี ก็ไม่มาร่วมงานด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่าระหว่างพิธี นายอามาห์ดิเนจาดเข้าไปใกล้อยาตอลเลาะห์ คาเมนี เพื่อที่จะจูบมือผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แต่อยาตอลเลาะห์ คาเมนี ได้หยุดเขาเอาไว้แล้วก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง จากนั้น ทั้งคู่ได้พูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่อามาห์ดิเนจาดจะยิ้มออกมา แล้วอยาตอลเลาะห์ คาเมนีก็ยอมให้เขาจูบที่ไหล่ ซึ่งเป็นค่อนข้างแปลก เพราะคนส่วนใหญ่ในอิหร่านจะจูบกันที่แก้มมากกว่า แต่การที่คาเมนียอมให้นายอามาห์ดิเนจาดจูบที่บ่าก็เท่ากับว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านยอมที่จะแสดงตัวออกมาว่ามีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีผู้นี้
ทั้งนี้ นายอามาห์ดิเนจาดจะต้องเข้าทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการต่อรัฐสภาอีกครั้งในวันพุธนี้ ตามด้วยการเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีให้รัฐสภาอนุมัติในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า



