
"ซินเจนทา"เปิดสถาบันอารักขาเมล็ดพันธุ์
บายไลน์ - โต๊ะข่าวเกษตร
ซินเจนทา เดินหน้าเปิดสถาบันเทคโนโลยีอารักขาเมล็ดพันธุ์แห่งที่ 12 ของโลก ที่สิงคโปร์ หวังสร้างมาตรฐานการบริการและความรู้ด้านผลิตภัณฑ์อารักขาพืชที่ใช้ในอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ท่ามกลางอุปสรรคท้าทายวิกฤติความมั่นคงทางอาหารโลก ในภูมิภาคอาเซียน เหตุเอเชียคือพื้นที่เพาะปลูกสำคัญเลี้ยงคนทั้งโลก
ซาด ฮารูน หัวหน้าฝ่ายธุรกิจผลิตภัณฑ์อารักขาเมล็ดพันธุ์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยในพิธีเปิดสถาบันเทคโนโลยีอารักขาเมล็ดพันธุ์แห่งสิงคโปร์ ว่าในทศวรรษที่ 21 นี้ ความท้าทายของโลกเกี่ยวกับวิกฤติความมั่นคงทางอาหารทวีความรุนแรงขึ้น จากตัวเลขขององค์การสหประชาชาติระบุว่าในปี 2015 ประชากรมีถึง 7,300 ล้านคน โดยเอเชียมีประชากร 4,200 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 60 ของประชากรทั้งหมด ในจำนวนดังกล่าวประชากรของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอยู่ 600 ล้านคน ในขณะที่พื้นที่เพาะปลูกสามารถทำการเกษตรได้ของภูมิภาคอาเซียนมีอยู่ถึง 793 ล้านไร่ถือเป็นพื้นที่สำคัญในการผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลกและเป็นตลาดที่มีการใช้เมล็ดพันธุ์พืชเศรษฐกิจสำคัญเช่น ข้าวโพด ข้าว และพืชไร่ต่างๆ ในการเพาะปลูกปริมาณสูงในอันดับต้นๆ ของโลก
“ภาคเกษตรกรรมกลับกำลังเข้าสู่ความท้าทายทั้งพื้นที่เพาะปลูกลดลง จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ความผันผวนของสภาพอากาศส่งผลโดยตรงต่อฤดูการผลิต การระบาดของโรคแมลง และความต้านทานต่อสารอารักขาพืชของวัชพืช ตลอดจนปริมาณน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูกเป็นปัญหาสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะที่ประสิทธิภาพและผลิตภาพของแรงงานยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกของภาคเกษตรในภูมิภาคนี้”
ซาดระบุอีกว่า สถาบันเทคโนโลยีอารักขาเมล็ดพันธุ์ซินเจนทาแห่งสิงคโปร์จึงเป็นความพยายามในการแก้ปัญหาภาคการเกษตรในภูมิภาคนี้ โดยสถาบันแห่งนี้ตั้งขึ้นเป็นแห่งที่ 12 ของซินเจนทา ที่มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อารักขาพืชที่ใช้กับเมล็ดพันธุ์ ให้ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์และเกษตรกร โดยเป็นการร่วมมือกันทำงานระหว่างนักวิทยาศาสตร์ซินเจนทา บริษัทผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ชั้นนำ และเกษตรกรให้สามารถเข้าถึงการแก้ไขปัญหา เช่น สภาพของโรค แมลงที่มีความแตกต่างกันตามชนิดของพืชและภูมิประเทศ เป็นต้น รวมถึงสนับสนุนและให้ความรู้แก่หน่วยงานราชการให้สามารถใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีอารักขาเมล็ดพันธุ์ได้อย่างถูกต้องปลอดภัย สามารถวิเคราะห์ประเมินคุณภาพการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้ถูกต้องตอบสนองต่อปัญหาโรคและแมลงอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเรื่องของเทคโนโลยีการเกษตรมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับฐานการเพาะปลูกภาคเกษตรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้อีกด้วย
ผลิตภัณฑ์อารักขาพืชที่ใช้กับเมล็ดพันธุ์ หรือสารคลุกเมล็ด จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เมล็ดพันธุ์ให้สามารถเจริญอย่างแข็งแกร่งผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤติในที่สุด



