
“ศานิตย์”เร่งคลี่คดียิงเด็ก15สั่งเช็ควงจรปิด
“ศานิตย์”ประชุมเร่งคลี่คดีแก๊งโจ๋ยิงเด็กวัย15ปีเสียชีวิต สั่งไล่เช็คกล้องวงจรปิดและลงพื้นที่หาข้อมูลเพิ่ม คาดจับได้เร็วๆนี้
ความคืบหน้ากรณีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 3 คน แต่งกายคล้ายนักเรียนอาชีวะขับขี่รถจักรยานยนต์ สวมแจ็คเก็ตสีดำและหมวกกันน็อกเต็มใบ ก่อเหตุใช้อาวุธปืน(ปากกา) ยิงเด็กชายเอ(นามสมมุติ) อายุ 15 ปี เข้าที่ศรีษะ 1 นัด เสียชีวิตจุดกลับรถถนนสุวิทวงศ์ สี่แยกมีนบุรี แขวงและเขตมีนบุรี กทม. ขณะเดินทางกลับบ้านหลังจากเลิกทำงานพิเศษ เวลาประมาณ 18.00 น. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา
วันนี้(10มิ.ย.) ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล3(บก.น.3) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เดินทางมาติดตามความคืบหน้าและประชุมเร่งรัดคดีดังกล่าว พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยพร พาณิชอัตรา ผบก.น.3 พ.ต.อ.กัญชล อิทราราม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สุรพล ก้อมน้อย รองผกก.สส.สน.มีนบุรี โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวพยายามจะตีวงให้แคบโดยให้ตรวจสอบในเชิงลึกทุกๆ ด้านที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะนำไปสู่ตัวคนร้ายที่กระทำความผิด ในส่วนของบก.น.3 ตนได้สั่งกานไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อช่วยกันตรวจสอบให้เกิดความรวดเร็ว บางครั้งหากทำงานเฉพาะในพื้นที่อาจจะต้องใช้เวลา จึงสั่งการให้พื้นที่ใกล้เคียงช่วยกันตรวจสอบเป้าหมาย ทั้งยานพาหนะและตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าอาจจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมและจะนำมาวิเคราะห์อีกครั้ง ถ้าเป็นไปได้อยากจะรู้ข้อมูลคนร้ายที่ชัดเจนภายในวันนี้(10 มิ.ย.)
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวโน้มเรื่องความขัดแย้งของสถาบันหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ บอกว่า ก็อาจจะมีส่วน แต่ขอตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้ง ในเบื้องต้นผู้ตายไม่ไ้ด้เรียนและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนร้ายในเรื่องสถาบัน ส่วนจะเป็นความเข้าใจผิดหรือไม่นั้น ก็อาจจะเป็นไปได้ซึ่งในส่วนประเด็นการล่าแต้มนั้นตนไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ เพราะมีบุคคลตั้งข้อสงสัยจำนวนมาก ซึ่งจะต้องพิสูจน์ว่ามีจริงหรือไม่ เพราะเรื่องดังกล่าวถือว่าไม่มีสาระ แต่จะสั่งการให้ผบก.น.3ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง
เมื่อถามว่า หลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้จะสามารถออกหมายจับได้หรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า กำลังพยายามอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีแต่ภาพจากกล้องซีซีทีวีเป็นหลัก ซึ่งจะต้องหาวัตถุพยาน และหลักฐานอื่นๆ เชื่อว่าหากดำเนินการในทุกมิติแล้ว จะพิจารณาในการออกหมายจับได้ อย่างไรก็ตามสำหรับยานพาหนะของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถจักรยานยนต์ 3 คัน โดยรถจักรยานยนต์ 2 คันไม่มีป้ายทะเบียนแน่นอน ส่วนอีก 1 คัน กำลังพิสูจน์ สำหรับเส้นทางการหลบหนีนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนของการสืบสวน
ส่วนผู้ตายกับกลุ่มคนร้ายมีส่วนขัดแย้งกันหรือไม่นั้นยังให้คำตอบไม่ได้ แต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เชิญตัวคนที่ซ้อนท้ายผู้ตายมาพูดคุย บอกแค่ว่ามองหน้ากันเฉยๆ ก็เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น ส่วนตัวเคยมีความขัดแย้งหรือมีปัญหากับใครหรือไม่นั้น ก็ตอบว่าไม่เคยมี เพราะพึ่งกลับมาจากรับจ้างทำงานพิเศษ
"กรณีที่ตอนแรกมีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะมีปมชู้สาวที่มาจากเพื่อนของผู้ตาย โดยเบื้องต้นก็ต้องตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวด้วย ถ้าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องของค่านิยมหรือไม่ เพราะเรื่องส่วนตัวมีเยอะแยะ บางอย่างอาจจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เจ็บช้ำน้ำใจในเรื่องอื่นๆหรือไม่ แต่เรื่องชู้สาวก็เป็นส่วนหนึ่ง ขอยืนยัว่ายังไม่ได้ตัดประเด็นไหนทิ้ง เพราะการทำงานจะต้องทำงานให้กว้าง ก่อนจะตีวงแคบเข้ามา คดีนี้ตำรวจจะต้องจับกุมตัวคนร้ายได้ในไม่ช้า นักข่าวบอกคาดคะเนจะจับได้ภายใน 3 วัน แต่ผมมองว่า 3 วัน ช้าไปมั้ง” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว



