ข่าว

‘ทินท์ ไบซิเคิล’ขายไอเดีย ‘สร้างจักรยานด้วยตัวเอง’

‘ทินท์ ไบซิเคิล’ขายไอเดีย ‘สร้างจักรยานด้วยตัวเอง’

10 มิ.ย. 2559

‘ทินท์ ไบซิเคิล’ขายไอเดีย ‘สร้างจักรยานด้วยตัวเอง’ : คมคิดธุรกิจนิวเจนปทุม กลิ่นหอม เรื่อง กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร ภาพ

              จักรยานแฟชั่นแบรนด์ TINT bicycle หรือ ทินท์ ไบซิเคิล เกิดมาเพื่อฉีกกฎการซื้อจักรยานสำเร็จรูป เพราะเปิดโอกาสให้นักปั่นสามารถออกแบบจักรยานได้ด้วยตัวเอง จะเลือกเฟรมแบบไหน ไซส์เท่าไหร่ สีอะไร เรียกว่าจัดได้เองทั้งหมด แถมราคาไม่แพงอย่างที่คิดเมื่อเทียบกับสินค้าที่ถูกใจร้อยเปอร์เซ็นต์

‘ทินท์ ไบซิเคิล’ขายไอเดีย ‘สร้างจักรยานด้วยตัวเอง’

              สองล้ออินเทรนด์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการ “อิสระทางด้านความคิด”

              หนึ่งในเจ้าของธุรกิจทินท์ ไบซิเคิล “ปูม เชษฐ์โชติศักดิ์” หนุ่มวัย 27 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่ามาจากเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนกัน (รวิภาส เวชชาภินันท์ และ ณัฐพาส จิรสถิตย์วรกุล) ซึ่งทำจักรยานมือสองมาก่อน ในขณะที่ตัวเขามีความคิดเรื่องการทำสี จึงลองทำสีใหม่ ซึ่งออกมาสวย แต่การเนรมิตจักรยานมือสองเพื่อวางจำหน่าย มันไม่สามารถควบคุมอะไรได้ เช่น หน้าตาของจักรยาน อะไหล่ และคุณภาพ เพราะแต่ละคันไม่เหมือนกัน พวกเขาจึงคิด และเห็นตรงกันว่า “ทำใหม่” และ “ดีไซน์ใหม่” น่าจะเข้าท่ากว่า

‘ทินท์ ไบซิเคิล’ขายไอเดีย ‘สร้างจักรยานด้วยตัวเอง’

              การทำงานครั้งนี้วางประเด็นเรื่อง “สี” ไว้เป็นอันดับแรก ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกสีที่ชอบใจได้เอง จากนั้นก็เลือก “อะไหล่” ส่วนต่างๆ มาประกอบขึ้นเป็นรูปร่างตามความต้องการ ซึ่งปูมและหุ้นส่วนเชื่อว่าเป็นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความเป็นตัวของตัวเองและความเป็นอิสระได้อย่างดี อีกทั้งยังตอบโจทย์คนที่ต้องการจักรยานสวยๆ แต่ราคาไม่สูงมาก ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ซีเรียสในการปั่น แต่เน้นฟังก์ชันที่ถูกใจ

‘ทินท์ ไบซิเคิล’ขายไอเดีย ‘สร้างจักรยานด้วยตัวเอง’

              “พวกเราชอบปั่นจักรยานอยู่แล้ว ชอบจักรยานสีสวยๆ แต่จักรยานสีสวยก็แพงมาก เราคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องแพงขนาดนั้น เพราะไม่ได้ซีเรียสในการปั่น เราไม่ได้เป็นนักปั่น ต้องการเน้นที่ฟังก์ชัน ไม่ได้เน้นเพอร์ฟอร์แมนซ์ จึงลองทำและในที่สุดก็ได้จักรยานสีสวยในราคาไม่แพงมาก ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าได้”

‘ทินท์ ไบซิเคิล’ขายไอเดีย ‘สร้างจักรยานด้วยตัวเอง’

              ปูม ซึ่งจบวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาเครื่องกล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวต่อว่า ทำหน้าที่ออกแบบจักรยาน โดยคำนึงถึงสัดส่วนรูปร่างและส่วนสูงของคนไทยโดยเฉพาะ รวมถึงช่วงตัวและช่วงขา จะใช้ล้อแบบไหนจึงจะเหมาะสม หลังจากออกแบบเสร็จแล้วก็หาโรงงานผลิต และล่าสุดใช้บริการโรงงานที่ไต้หวัน และจากการพิจารณาความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งบางรายไม่ได้ต้องการเรื่องฟังก์ชันมาก ทางทีมงานจึงพยายามทำฟังก์ชันที่ครอบคลุมตัวอะไหล่เดิมให้มากที่สุด ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนถูกลงด้วย

              เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ช่วงต้นปี 2558 หน้าร้านจึงเกิดขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่างลาดพร้าวซอย 8 กับ 10 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินพหลโยธิน ปรากฏว่า กระแสตอบรับในช่วงแรกไม่หวือหวาอย่างที่คิดผิดกับไอเดียที่แรงกระฉูด แต่พวกเขายังไม่หมดหวัง พยายามหาจุดด้อยเพื่อแก้ไข และพบว่าการใช้งบลงทุนในการทำการตลาดมีจำนวนน้อยเกินไป จึงทุ่มทุนมากขึ้น พร้อมเดินเกมรุกทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งพยายามเข้าหาลูกค้าทุกช่องทาง ทั้งเว็บไซต์ www.tintbicycle.com เฟซบุ๊ก TINT bicycle ไลน์ @tintbicycle อินสตาแกรม @tintbicycle และเน้นทำการตลาดหรือโปรโมทในช่วงสิ้นเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เงินเดือนของพนักงานออก ปรากฏว่า ยอดขายกระเตื้องขึ้นอย่างน่าชื่นใจ

              “เราเชื่อว่าโปรดักส์ของเราดี น่าจะถูกใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จึงพยายามทำการตลาดและโปรโมทให้มากขึ้น ทำให้เขารับรู้ว่ามีเราอยู่”

              ปัจจุบัน TINT bicycle ซึ่งเป็นจักรยานในหมวดกำกึ่งของ เสือหมอบ วินเทจ, ทัวริ่ง วินเทจ และทัวริ่ง ไฮบริด มีตัวเฟรมให้เลือกถึง 25 เฉดสี ซึ่งรวมถึงพาสเทลและวินเทจ ตัวเฟรมยังสามารถติดสติกเกอร์ลวดลายต่างๆ ลงไปเพิ่มได้ รวมถึงตัวบังโคลน ในขณะที่ยางมี 12 สี ล้อหน้าและล้อหลังก็สามารถตกแต่งได้เช่นกัน มี 4 ไซส์ให้เลือกคือ SS, S, M, L โดยรองรับนักปั่นที่มีความสูงประมาณ 145-190 เซนติเมตร ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 7,500 บาทต่อคัน ซึ่งราคาอาจขยับ ขึ้นอยู่กับการเลือกของลูกค้า เช่น อยากได้แฮนด์ชนิดพิเศษ ราคาก็จะเปลี่ยนไป

              “เนื่องจากมีความซับซ้อนของการดีไซน์ ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้เวลาในการตัดสินใจค่อนข้างนาน เราจึงออกแบบเว็บไซต์เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าไปดีไซน์จักรยานในเว็บไซต์ได้เลย ทำให้เห็นหน้าตาจักรยานที่ออกแบบว่าเป็นอย่างไร รวมถึงทราบราคาในเบื้องต้นด้วย การออกแบบจักรยานได้ด้วยตัวเองและสั่งซื้อทางเว็บไซต์ได้ ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาถึงร้าน และยังลดงานในการเซอร์วิสลูกค้า ทำให้การทำงานง่ายขึ้นหรือสะดวกทั้งสองฝ่าย เพราะที่ร้านมีบริการจัดส่งให้ด้วย”

              หนุ่มวิศกร วัย 27 ปี เผยถึงกลยุทธ์ในการขาย ทินท์ ไบซิเคิล ว่าคือ การขายความแปลกใหม่ เป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน ลูกค้าออกแบบเองได้และขายในเรตราคาที่สามารถจับต้องได้ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่สีสันและหน้าตา เพราะหลายครั้งที่ลูกค้าไปซื้อจักรยาน แม้ได้สีถูกใจแต่ไซส์ไม่ได้ แต่หากมาที่ ทินท์ ไบซิเคิล จะได้ในสิ่งที่ต้องการกลับไป

              ในส่วนยอดการจำหน่ายนั้น ปูม บอกว่า ในแง่ภาพรวมถือว่าค่อนข้างดี จำหน่ายได้เดือนละประมาณ 100 คัน ซึ่งถือว่าเยอะเมื่อเทียบกับร้านจำหน่ายจักรยานทั่วๆ ไป แต่หากเทียบกับแบรนด์ที่กำลังจะโต ยังถือว่าไปได้ช้านิดหน่อย สำหรับลูกค้าในตอนนี้มีทั้งคนไทยและต่างชาติ ซึ่งเดินทางผ่านเข้ามาในประเทศไทย แล้วทราบว่ามี จึงสั่งแล้วขนกลับบ้านไปเอง

              ขณะที่เป้าหมายนั้น ต้องการเป็นจักรยานทางเลือกหนึ่งของคนรักการปั่น “หากนึกถึงจักรยานสวยๆ ต้องนึกถึง ทินท์ ไบซิเคิล” ก่อนเป็นอันดับแรก และอนาคต หวังจะสยายปีกธุรกิจไปยังต่างประเทศ เพราะในไทยค่อนข้างมีขีดจำกัดเรื่องการใช้จักรยานในพื้นที่

              “ทินท์ ไบซิเคิล ไม่ใช่จักรยานที่กำลังฮิตอย่างสายเพอร์ฟอร์แมนซ์ แต่สามารถออกทริปได้ ถ้าต้องปั่นแข่งกับเสือหมอบ อาจต้องใช้แรงของคนปั่นที่เยอะกว่า ตอนดีไซน์ เราต้องการให้เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันทั่วๆ ไป รวมถึงการออกกำลังกายเหมือนจักรยานทั่วไป”

              นั่นคือการให้สัมภาษณ์ส่งท้ายของ ปูม เชษฐ์โชติศักดิ์ หนึ่งในเจ้าของธุรกิจจักรยานแฟชั่นแบรนด์ TINT bicycle ซึ่งเกิดจากไอเดียที่ฉีกกรอบการซื้อจักรยานในรูปแบบเดิมๆ และหากไอเดียนี้ยังไปได้สวย อนาคตอาจได้เห็นแบรด์ TINT bicycle ที่มีเจ้าของเป็นคนไทย ไปโลดแล่นอยู่ในตลาดโลกก็เป็นได้