
ผบ.ตร.ให้เวลานครบาลสรุปส่วย‘อาบอบนวด’
ผบ.ตร.ให้เวลาบช.น. สรุปผลสอบข้อเท็จจริงส่วย‘อาบอบนวด’ย่านห้วยขวาง
9มิ.ย.2559 จากกรณีเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เข้าจับกุม "นาตารี" อาบอบนวด ย่านห้วยขวาง กทม. และพบโพยบัญชีการจ่ายส่วย ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้า กทม. ซึ่งมีการระบุชื่อและจำนวนเงิน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยังไม่รายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงบัญชีรายชื่อบุคคลและหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับผลประโยชน์ ในกรณีกรมการปกครอง จับสถานบริการอาบอบนวด ย่านห้วยขวาง ทั้งนี้ต้องให้เวลาในการสอบสวน เนื่องจากหากสรุปเร็วเกินไป อาจจะเกิดความผิดพลาดได้
ขณะที่ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การตรวจสอบขบวนการลักลอบนำแรงงานข้ามชาติ มาค้าแรงงานในสถานบริการอาบอบนวด ย่านห้วยขวาง ที่ถูกกรมการปกครองและทหารเข้าจับ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กำลังอยู่ในระหว่างการขยายผล เพราะถือเป็นงานด้านความมั่นคง ซึ่งต้องรอการสืบสวน เพราะยังไม่สามารถยืนยันได้จนกว่าจะมีหลักฐานที่ชัดเจน แต่กรณีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้สั่งการไปยังทุกพื้นที่ให้เฝ้าระวัง และปราบปรามสถานบริการที่ผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพราะปัญหาการค้ามนุษย์ ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของบุคคลที่ผ่านเข้าออกประเทศ แต่ก็ยอมรับว่า อาจจะมีการลักลอบนำแรงงานข้ามชาติ เข้ามาในประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติบ้าง
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวอีกว่า การตรวจสอบโพยบัญชีรายชื่อบุคคลและหน่วยงานที่เข้าไปรับผลประโยชน์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนระหว่างการรายงานข้อเท็จจริง จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์จริงหรือไม่ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันได้เลยว่า ไม่มีนโยบายให้ตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ และหากพบการกระทำความผิด ก็จะดำเนินการทั้งทางวินัย และอาญาอย่างเฉียบขาด
"พงศพัศ"กำชับตำรวจทุกพื้นที่มีสถานบริการ
พล.ต.อ พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้รายงานผลการจับกุมมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) แล้ว รวมถึงพฤติการณ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นได้มีการย้าย 4 นายตำรวจ สน.ห้วยขวางไปช่วยราชการที่ ศปก.บก.น.1 และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาสาเหตุกรณีที่มีเจ้าหน้าที่จากนอกหน่วยเข้าไปจับกุมผู้กระทำความผิดในสถานบริการ พื้นที่ สน.ห้วยขวาง ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และใครต้องรับผิดชอบ
อีกกรณีที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้รายงานมาด้วย คือการพบบัญชีรายชื่อและจำนวนตัวเลขการส่งส่วย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า บัญชีที่ระบุผู้รับเงินเป็นใครบ้าง โดยตนก็จะรายงานให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับทราบ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่นครบาล หรือพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 ถ้าหากมีนอกหน่วยไปจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับสถานบริการ รวมถึงการพนัน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะส่งกองวินัยเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาดำเนินการทางวินัย
ทั้งนี้ ต้องรอให้ ผบ.ตร. พิจารณาว่า จำเป็นต้องตั้งชุดคณะกรรมการตรวจสอบระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ต่อไป ซึ่งตนมีข้อย้ำเตือนถึง พล.ต.ท.ศานิตย์ ว่า หากมีการปล่อยปะเลย และไม่สอดส่องดูแล ให้สถานอาบอบนวด สถานบริการในลักษณะนี้ ผบ.ตร.จะพิจารณาดำเนินการกับผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้น



