
แจ้งข้อหาประมาท!คนขับเรือสปีดโบ๊ท
ตร.เตรียมแจ้งข้อหาประมาทคนขับเรือสปีดโบ๊ท หลังชนกลางทะเลภูเก็ต ก่อนส่งสำนวนการสอบสวนให้พนง.สอบสวนเกาะยาวดำเนินการต่อ ขณะที่ผู้บาดเจ็บยังรักษาตัวในรพ.อีก 7 ราย
จากกรณีเกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ทชนกัน ระหว่างเรือ ชลกิจ 856 ของบริษัท อินทรีย์ มารีน จำกัด ซึ่งบรรทุก นักท่องเที่ยวชาวจีนของบริษัทไท้ลี่ จำกัด จำนวน 36 คน และเรือ ช.หงส์ฟ้า 20 ของบริษัท หงส์ฟ้ามารีน จำกัด บรรทุกนักท่องเที่ยวชาวจีนของบริษัท BRT Travel จำกัด จำนวน 26 คน บริเวณกองหินมูสัง ต.เกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา เมื่อช่วงก่อนเที่ยงวันที่ 8 มิถุนายน 2559 จนมีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก
หลังเกิดเหตุทางตำรวจภูธรภาค 8 โดย ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการเหตุเรือชนขึ้นที่ชั้น 3 และชั้น 4 สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อสอบปากคำนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุ และเพื่อรวบรวมสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง นอกจากนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา (8 มิ.ย.59) พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค8ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องในฝ่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งภูเก็ต พังงา และกระบี่ มาประชุมติดตามและเร่งรัดการดำเนินคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2559 ที่ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.เสริมพันธ์ คงสิริ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.โชติ ชิดชัย รองผบก.ภ.จว.พังงา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าการดำเนินการผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนส์ไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พล.ต.ต.ชลิต กล่าวถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้การสอบสวนค่อนข้างคืบหน้าไปมากพอสมควร มีการสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวผู้ประสบเหตุ จำนวน 62 ราย โดยได้สอบปากคำไปแล้ว ประมาณ 50 ราย ยังคงเหลืออีก 7 ราย ที่ยังไม่สอบปากคำเนื่องจากบาดเจ็บและพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล และจะเร่งสอบทั้งหมดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว นอกจากนี้จะต้องมีการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตัวเรือและรอผลการตรวจสารเสพติดในร่างกายของผู้ควบคุมเรือด้วย โดยจะเร่งรัดให้รวดเร็วเนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจ
ด้าน พล.ต.ต.ธีระพล กล่าวว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำนักท่องเที่ยวที่อยู่ในที่เกิดเหตุแล้วเกือบทั้งหมด ยกเว้นในส่วนของผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้เขตสอบสวนค่อนเป็นที่ชัดเจนว่า เป็นของพื้นที่ จ.พังงา เขตรับผิดชอบของ สภ.เกาะยาว หลังจากนี้ก็จะได้นำข้อมูลที่ทางพนักงานสอบสวนได้เก็บรวบรวมไว้แล้วส่งให้กับทางพนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่ดำเนินการต่อไป
พ.ต.อ.โชติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นคาดว่า สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่เรือทั้งสองลำ และน่าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาในความผิด “ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” กับคนขับได้ในวันนี้ (9 มิ.ย.59) พร้อมกันนี้จะต้องทำการรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และในส่วนของการตรวจสอบพิกัดเรือสปีดโบ๊ทชนกันนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับเจ้าท่าภูมิภาคที่5ดำเนินการตรวจสอบแล้ว พบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตความรับผิดชอบของตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ซึ่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่ก็จะรับเรื่องไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ขณะที่ นพ.บัญชา ค้าของ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการเข้ารับการรักษาตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ประสบอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ทชนกัน บริเวณหินมูสัง อ.เกาะยาว จ.พังงา ซึ่งเหตุเกิดเมื่อก่อนเที่ยงวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า จากจำนวนนักท่องเที่ยวผู้ประสบภัยทั้งสิ้น 62 คน มีผู้ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล จำนวน 36 ราย แบ่งเป็นโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จำนวน 21 ราย โรงพยาบาลมิชชั่น จำนวน 9 ราย และ โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต จำนวน 6 ราย แต่มีผู้บาดเจ็บที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวน 7 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 2 ราย นอกจากนั้น ในกรณีนี้ยังมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย
นพ.บัญชา กล่าวด้วยว่า ในส่วนของทีมแพทย์ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุที่บริเวณท่าเทียบเรือ 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือเอเชียมารีน่า ท่าเรือรัษฎา และท่าเรือฉลอง จำนวน 14 ทีม ประกอบด้วย ทีมปฎิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินชั้นสูง (ALS)จากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 3 ทีม จาก โรงพยาบาลมิชชั่น1ทีม และโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต 1 ทีม,ทีมปฎิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นพื้นฐาน (BLS)จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.ภูเก็ต 1 ทีม จากมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต 3 ทีม และจากมูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย 2 ทีม,ทีมปฎิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นพื้นฐาน (FR)จากเทศบาลตำบลรัษฎา 1 ทีม จากเทศบาลตำบลวิชิต 1 ทีมและเทศบาลตำบลราไวย์ 1 ทีม



