ข่าว

ป.ป.ท.เร่งสอบชื่อย่อในบัญชีส่วยอาบอบนวด 

ป.ป.ท.เร่งสอบชื่อย่อในบัญชีส่วยอาบอบนวด 

09 มิ.ย. 2559

ผอ.เขตดินแดง ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริงบัญชีส่วยอาบอบนวด ด้านป.ป.ท.เร่งสอบชื่อย่อในบัญชีส่วย"นาตารี" เพื่อระบุตัวตนพร้อมต้นสังกัด

      ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เข้าจับกุม“นาตารี”อาบอบนวด ย่านห้วยขวาง กทม. และพบโพยบัญชีการจ่ายส่วย ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้ากทม. ซึ่งมีการระบุชื่อและจำนวนเงิน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

       น.ส.ใสศรี หิรัฐประเสริฐวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตดินแดง เปิดเผยว่า กรณีการพบบัญชีรายจ่ายที่มีชื่อของเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนของ กทม.นั้น ขณะนี้ ตนได้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว โดยพบว่าหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงแห่งนี้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นกองอาคาร กองสาธารณสุข และการตรวจสุขลักษณะ หรือสิ่งแวดล้อม ไม่น่าจะมีเหตุที่จะต้องรับส่วยจากสถานบริการแห่งนี้ เนื่องจากสถานบริการ “นาตารี” มีใบสถานประกอบกิจการที่ถูกต้อง 

       อย่างไรก็ตามรายชื่อในโพยบัญชีที่พบที่มีการระบุคำว่ากทม.นั้น ไม่สามารถตีความได้ว่า เป็นหน่วยงานใดของกรุงเทพมหานคร เพราะอาจเป็นหน่วยงานที่ไม่ใช่ของเขตดินแดงก็เป็นได้ แต่ถ้าพบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และเกี่ยวข้องกับเขตดินแดง ก็จะดำเนินการตรวจสอบและดำเนินตามกฎระเบียบตามกฏหมายอย่างแน่นอน    

        นายประยงค์  ปรียาจิตต์  เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวถึงกรณีชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองเข้าตรวจค้นสถานบริการนาตารี เอ็นเตอร์เทนเมนท์  อาบอบนวด ย่านรัชดา ว่า กรณีดังกล่าวป.ป.ท.ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การจับกุมด้วย โดยการตรวจค้นจับกุมถือเป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองและตำรวจ  ส่วนป.ป.ท.จะเข้าไปตรวจสอบการประกอบกิจการว่าเปิดบริการได้อย่างไร มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมสังเกตการณ์เตรียมสรุปรายงานข้อเท็จจริงมายังป.ป.ท.          

      ทั้งนี้ยืนยันว่าป.ป.ท.จะตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงตามที่พบว่ามีรายชื่อในบัญชีจ่ายส่วย เพื่อระบุให้ได้ว่าชื่อย่อต่างๆ เป็นใคร  เกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดและเกี่ยวข้องกับการรับส่วยตามข่าวอย่างไร เบื้องต้นเชื่อว่าต้นสังกัดที่ปรากฏตามข่าวอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน  เพราะมีการเสนอข่าวกันครึกโครม                               
              
        เลขาธิการป.ป.ท.กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเพื่อใช้อำนาจตามมาตรา 44 โยกย้ายออกจากตำแหน่งเป็นล็อตที่ 4 ว่า ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.)จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาบัญชีรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตในสัปดาห์                                       
    
         แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม. เปิดเผยว่า บัญชีส่วยสามารถตรวจสอบเพื่อเอาผิดวินัยง่ายกว่าการลงโทษทางอาญา เพราะโทษอาญาต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนโดยปราศจากข้อสงสัย แต่อาจมีปัญหาเพราะการจ่ายส่วยระบุเพียงชื่อย่อหรือชื่อต้นสังกัด หากไม่มีพยานบุคคลยืนยันจะเชื่อมโยงเอาผิดอาญายาก  ทั้งนี้ในส่วนผู้บังคับบัญชาตามหน่วยงานที่มีชื่อปรากฏในบัญชีส่วยต้องตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงด้วย เพราะหากไม่ดำเนินการใดๆ หัวหน้าหน่วยงานต้องรับผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เสียเอง

        โดยเฉพาะกทม.ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตเรื่องอาคารสถานที่ เพราะอาจมีการต่อเติมและใช้เสียงดังรบกวนพื้นที่ใกล้เคียงหากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่รู้เห็นเป็นใจ สถานบริการเหล่านี้จะไม่สามารถเปิดบริการได้