
ต้องปรับแนวสู้เจตนาชั่วร้าย
ความล่าช้าในการปฏิบัติการตอบโต้ ผสมกับความหน่อมแน้มของผู้เกี่ยวข้อง ทำให้งานด้านยุทธศาสตร์เพื่อต้านการแซะ บ่อนทำลายโดยขบวนการการเมืองเพื่อประโยชน์ของคนหนีคุกและเครือข่ายได้เป็นไปอย่างย่ามใจ ฮึกเหิม บวกกับความไม่เอาไหนของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ละเลยต่อการปฏ
ล่าสุด ขบวนการเสื้อแดงหวังผลสร้างผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเต็มที่ วางแผนยื่นรายชื่อชาวบ้านเป็นล้านๆ คน ซึ่งได้มาอย่างไรก็ไม่แจ่มชัด ในวันที่ 17 เดือนนี้ โดยใช้คนเป็นพันลากขบวน ประโคมข่าวให้เอิกเกริก ไม่ไยดีต่อความเสียหาย
ต่อให้บ้านเมืองพินาศวอดวายแต่ขอนายใหญ่คนหนีคุกได้สะใจเป็นพอ!
สมแล้วกับคำประกาศที่ว่า “ตราบใดที่กูไม่มีความสุข ก็อย่าหวังว่าบ้านเมืองจะสงบ” อย่างที่บอกฝากต่อๆ กันมา ให้คนทั้งประเทศรู้ถึงกำพืดคนเนรคุณแผ่นดินเกิด
น่าเสียดาย ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นิ่งดูดาย นักการเมืองได้แต่ชะม้ายมอง รักษารูปฟอร์ม ไม่ทำอะไรจนสถานการณ์สายเกินแก้ไข ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นกลุ่มประชาชนผู้หวังดี รักชาติ จงรักภักดีต่อสถาบันได้เตือนซ้ำซาก และรณรงค์ต่อต้านการกระทำที่จ้องทำลายบ้านเมืองแล้ว แต่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มสร้างความวุ่นวาย
พฤติกรรมมวลชนแสดงให้เห็นว่าพวกเสื้อแดงนั้นไม่ได้มีความจงรักภักดี ประกาศเหยียบย่ำสถาบันของชาติ ต่างกรรมต่างวาระ คนหนีคุกประกาศว่าตัวเองจงรักภักดี อยากกลับมาเป็นข้าพระบาท แต่ยังใช้ปากพ่นน้ำลายพิษและสารคัดหลั่งละเลงบ้านเมือง เพียงตัวเองกระทำผิดอย่างมหันต์ในคดีต่างๆ แต่ไม่ยอมรับโทษ
ขอเป็นอภิสิทธิ์ชนอยู่เหนือกฎหมายคนเดียวในแผ่นดิน!
ก่อนหน้านั้นพฤติกรรมบ่อนทำลายบ้านเมืองโดยมวลชนรับใช้คนหนีคุกได้มีให้เห็นโดยตลอด แต่ตำรวจระดับสูงจำนวนไม่น้อยรู้เห็นเป็นใจ ได้รับประโยชน์จากการเป็นพรรคพวกคนหนีคุก เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ลืมบุญคุณแผ่นดินเกิด และเครื่องแบบตำรวจ
ให้ความร่วมมือกับโจรก่อการจลาจล ต้องให้ทหารออกมาควบคุมสถานการณ์ แต่ความล่าช้าในการดำเนินคดีตามกฎหมายทำให้พวกมวลชนเถื่อนถ่อยผยองในเส้นสายเครือข่ายอำนาจ ยังเดินหน้ารุกฆาต จนกระเทือนถึงสถาบันหลักของแผ่นดิน
ฝ่ายดูแลรับผิดชอบความมั่นคง สวมเครื่องแบบสีอะไร หรือใส่สูทก็สุดแล้วแต่ ไม่รู้สึกว่าเป็นความบกพร่องในภาระหน้าที่ของตัวเอง ปล่อยให้เกิดความเสียหายต่อเนื่อง
จากนี้ไปจะทำอย่างไร การประโคมข่าวให้ชาวบ้านเข้าใจสถานการณ์ยังไม่ทำเต็มที่ เสนาบดี เจ้าหน้าที่คนรับผิดชอบยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งๆ ที่ไฟลนก้นแล้ว
ภาระหน้าที่ทั้งหมดนี้ตกอยู่กับเด็กมาร์ค ผู้นำรัฐบาล จะต้องตากหน้ารับผลของเหตุการณ์ที่จะเกิด แบบนี้น่าสงสัย ชวนให้ฉุกคิดว่าเกียร์ว่างทั้งหลายในวงการตำรวจ ทหาร ข้าราชการ นักการเมืองร่วมพรรค ร่วมรัฐบาล เป็นแผนทำลายเด็กมาร์คหรือไม่
พวกเสื้อยืดสีขาวออกมาเย้วๆ ให้หยุดทำร้ายประเทศไทยก่อนหน้านี้ไปหลบหน้าอยู่ที่ไหน ทำไมปล่อยให้พวกเสื้อแดงก่อกรรมทำเข็ญให้สถาบันและแผ่นดินไม่หยุด
ถึงเวลาเด็กมาร์คต้องฮึดสู้ ถ้าอยู่เฉย มัวระวังเกินควร จุดจบจะอยู่ไม่ไกลนิ! อิอิอิ!!!



