ข่าว

"อนุพงษ์”สั่งทหารแจงปชช.ห่วงฎีกาแดงทำขัดแย้ง

"อนุพงษ์”สั่งทหารแจงปชช.ห่วงฎีกาแดงทำขัดแย้ง

03 ส.ค. 2552

"อนุพงษ์”ห่วงฎีกาแดงทำขัดแย้งสั่งทหารเร่งแจงปชช.ยันไม่ห้าม“ทหาร - ปชช.”ลงชื่อชี้เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่วอนคำนึงถึงผลกระทบถวายฎีกา

 (3ส.ค.)  พ.อ.ธนาธิป  สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวกรณีที่เสื้อแดงเตรียมยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งให้เหล่าทัพเร่งทำความเข้าใจกับกำลังพล และประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงล่ารายชื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะต้องการให้เกิดความสมานฉันท์ และความสามัคคีของคนในชาติ

 พ.อ.ศิริจันทร์  งาทอง  รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก โดยในช่วงท้ายการประชุมผบ.ทบ.แสดงความเป็นห่วงกรณีที่มีความพยายามรวบรวมรายชื่อประชาชนเตรียมยื่นถวายฎีกา ซึ่งผบ.ทบ.สั่งการให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับชั้นไปชี้แจงให้ความรู้กับกำลังพลและครอบครัว เพื่อให้เข้าใจถึงขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายในการยื่นถวายฎีกาและความเหมาะสมในการดำเนินการ

 ทั้งนี้ กองทัพบกเข้าใจดีว่าประชาชนมีความคิดเห็นแตกต่างบนพื้นฐานความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งกองทัพบกมีความห่วงใยว่าเรื่องนี้อาจทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในสังคม จึงพยายามสร้างความเข้าใจขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยคำนึงความรู้สึกของประชาชนทุกฝ่าย และเมื่อเข้าใจประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร ขอให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสังคมส่วนรวม โดยก่อนการประชุมกรมกิจการพลเรือนทหารบก ได้เชิญนักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญมาชี้แจงในที่ประชุมถึงขั้นตอนการถวายฎีกา

 เมื่อถามว่าผบ.ทบ.ไม่ได้สั่งห้ามกำลังพลไปร่วมลงชื่อถวายฎีกาใช่หรือไม่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ไม่มีคำว่า ห้ามออกจากปาก ผบ.ทบ. แต่ขอให้ไปทำความเข้าใจในเรื่องตัวบทกฎหมายและข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งการตัดสินใจจะเป็นอย่างไรเป็นสิทธิ์ที่ประชาชนและกำลังพล สามารถดำเนินการได้ ส่วนจะตัดสินใจทำอะไรเป็นเรื่องของบุคคลคนนั้นที่มีความรักชอบส่วนตัว แต่ขอให้คำนึงถึงความแตกต่าง ความไม่สงบจะเกิดขึ้นหรือไม่ หากเกิดขึ้นแล้วคนที่ตัดสินใจไปจะรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ หรือเห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในบ้านเมือง

 “เชื่อว่าผู้บังคับหน่วยมีความรู้ถึงขั้นตอนทางกฎหมายต้องศึกษาว่า สิ่งไหนควรสิ่งไหนไม่ควร สามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งในทางสาธารณะทั้งนักวิชาการและนักกฎหมายได้แสดงความคิดเห็นไปแล้วว่าไม่สามารถดำเนินการได้ กองทัพบกเป็นเพียงสถาบันหนึ่งไม่สามารถแบ่งเป็นซ้ายหรือขวา แต่ยึดถือตามหลักการตามกฎหมายจะไปบังคับให้เขาทำหรือไม่ทำคงไม่ได้ “ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าว

 เมื่อถามว่าผบ.ทบ.ห่วงหรือไม่เพราะเรื่องนี้อาจกระทบต่อสถาบันในอนาคต รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ผบ.ทบ.มีความเป็นห่วงเพราะอะไรก็ตามที่จะทำให้เกิดความสับสนในสังคมแต่ต้องตระหนักด้วยว่าบางเรื่องเป็นเรื่องของการตัดสินใจด้วยความรู้สึกนึกคิด เป็นสิทธิ์สามารถทำได้ เพราะไม่มีอะไรที่บ่งชี้ว่า ควรจะต้องทำตามในเรื่องที่ผบ.ทบ.สั่งการ