ข่าว

หลวงตาจันทร์นัดแจงปมร้อนซากลูกเสือ9มิ.ย.

หลวงตาจันทร์นัดแจงปมร้อนซากลูกเสือ9มิ.ย.

06 มิ.ย. 2559

ทนายหลวงตาจันทร์ นัดสื่อแถลงข่าวปมร้อนซากลูกเสือวัดหลวงตาบัว 9 มิ.ย. หลังถูกแจ้งจับ กรมอุทยานฯ ชี้ โยงคดีเสือหายปี 58 เชื่อแก๊งเดียวกัน

          วันที่ 6 มิถุนายน นายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายนนี้ พระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน และประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งหายออกจากวัดไปตั้งแต่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้ามาขนย้ายเสือโคร่งของกลาง 137 ตัว และพบซากลูกเสือโคร่งถูกแช่แข็งและถูกดองในขวดโหล รวมทั้งตะกรุดของขลังที่ทำจากอวัยวะเสือซุกซ่อนอยู่เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จะกลับมาที่วัดใน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

          วันเดียวกัน นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าพบ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมทางคดีเกี่ยวกับการตรวจสอบซากลูกเสือโคร่งและการบุกรุกที่ดินป่าไม้ของวัดป่าหลวงตาบัว 

          นายอดิศร กล่าวว่า นำข้อมูลเพิ่มเติมในคดีที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายคดี มามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะคดีเสือโคร่งหายไปจากกรง 3 ตัว เมื่อปี 2558 ที่ยังไม่มีความคืบหน้า ส่วนคดีพบซากลูกเสือโคร่งแช่แข็งจำนวน 40 ตัว และซากลูกเสือโคร่งที่ถูกดองอยู่ในขวดโหลอีก 30 ตัว รวมทั้งยังพบตะกรุดทำจากอวัยวะเสืออีกนับพันชิ้น ขณะเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ตำรวจ และทหารเข้าขนย้ายเสือของกลางจำนวน 137 ตัวออกจากวัดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้เข้าแจ้งความต่อ สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีผู้กระทำผิดไว้แล้ว ส่วนเสือที่อยู่ภายในวัดขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ขนย้ายออกจากวัดหมดแล้ว แต่ยังมีสัตว์บางชนิดที่ยังไม่สามารถขนย้ายได้ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับสัตว์

          "เบื้องต้นมีการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ที่เข้าข่ายกระทำผิดไว้ 7-8 คดี รวมถึงหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ และกรรมการวัดทั้งหมด ส่วนการขอโอนคดีมาที่ส่วนกลาง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ จะพิจารณาให้เป็นไปตามความเหมาะสม สำหรับหลักฐานสำคัญที่พอบ่งชี้ว่า มีขบวนการค้าเสือข้ามชาติ คือสำเนาเอกสารข้อตกลงระหว่างเจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัวกับประเทศลาว ในการแลกเปลี่ยนเสือพ่อแม่พันธุ์ หากตรวจเสือ 137 ตัว ซากเสือ 40 ตัวในห้องเย็น และอีก 30 ชิ้นส่วนในขวดโหล หากผลตรวจดีเอ็นเอไม่ตรงกัน จะเพิ่มน้ำหนักให้เชื่อว่า มีการค้าสัตว์ป่าเกิดขึ้นจริง โดยใช้วัดดังกล่าวเป็นสถานที่พักสัตว์ และเชื่อว่าผู้กระทำผิดคดีนี้เป็นขบวนการเดียวกันกับคดีเสือหายไปจากวัด 3 ตัวเมื่อปีที่แล้ว” นายอดิศร กล่าว

          ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ตอนนี้ต้องขอดูรายละเอียดในสำนวนคดี เพื่อพิจารณาความเชื่อมโยง รวมทั้งมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา ที่ปรึกษา(สบ10) ลงพื้นที่ไปกำกับดูแลภาพรวมของคดี

          ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ตั้งแต่กรมอุทยานฯ เข้าไปขนย้ายเสือของกลางจากวัดป่าหลวงตาบัวเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ถึงปัจจุบัน พนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์ดำเนินคดีรวมทั้งสิ้น 8 คดี อาทิ ฐานความผิดมีไว้ในครอบครอง ซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า, ความผิดฐานซ่อนเร้น จำหน่าย ซึ่งซากสัตว์ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484, ฐานร่วมกันก่อสร้างหรือแผ้วถางป่าหรือเป็นการทำลายป่า และร่วมกันบุกรุกหรือครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ลงพื้นที่สืบสวนขยายผล ว่ามีนายทุนอยู่เบื้องหลังหรือไม่

          จากนั้น พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ได้เดินทางไปที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรับฟังการรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีพร้อมระบุว่า ผบ.ตร.ให้ความสนใจคดีนี้มาก และต้องการให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย ส่วนการควบคุมดูสำนวนในระดับจังหวัดจะมีรองผู้การเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ส่วนระดับ บช.ภ.7 ก็มอบหมายให้ รอง ผบช.ภ.7 เป็นหัวหน้าชุดคณะกรรมการสอบสวน ส่วนในระดับ ตร.มี พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รอง ผบ.ตร. ดูแล โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วทุกคดี

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศภายในวัดป่าหลวงตามหาบัวเป็นไปอย่างเงียบเหงา ภายในยังมีกวางและสัตว์ชนิดอื่นๆ อยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ภายในบริเวณเกาะเสือ ยังมีสิงโตเพศผู้ขนาดใหญ่เดินและนอนเล่นอยู่ภายในคอก จากการสอบถามคนงานในวัดทราบว่า สิงโตตัวนี้ทางวัดแจ้งว่ามีเอกสารการครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กรมอุทยานฯ จึงเปิดโอกาสให้ทางวัดนำเอกสารมาแสดง

          วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานลงพื้นที่ช่วยเหลือคนงานที่ทำงานภายในส่วนแสดงเสือจำนวน 74  คน ที่ต้องตกงานหลังจากสวนเสือถูกปิดตัวลง โดยให้ผู้ว่างงานกรอกแบบฟอร์มไว้ หลังจากนี้ประมาณ 1 เดือนพนักงานจะได้รับเงินชดเชยครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่เคยได้รับ ส่วนผู้ประสงค์จะทำงานใหม่กระทรวงแรงงานจะหาอัตราจ้างงานให้ในภายหลัง

          นายแสนรัก อินนาค อายุ 36 ปี กล่าวว่า ทำงานอยู่ที่วัดแห่งนี้มานานกว่า 3 ปี ทำหน้าที่เป็นคนเลี้ยงเสือ ตอนนี้ต้องตกงาน แต่ก็ได้เจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงานเข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปในทิศทางไหน เพราะการศึกษาน้อย

          พวกเราทุกคนผูกพันกับการเลี้ยงเสือมานาน ถ้าหากได้งานเกี่ยวกับการเลี้ยงเสือก็จะเป็นการดี หากมีสวนสัตว์ต้องการคนงานเลี้ยงเสือพวกเราก็อยากทำ เพราะพวกเรารู้วิธีการเลี้ยงเสือ" นายแสนรัก กล่าว