
ฆ่าเผากะเทยทิ้งวัดย่านซ.เฉลิมพระเกียรติร.9
ฆ่าโหดกะเทยรุ่นใหญ่ โจ๋เด็กวัดสุดเหี้ยม เหยื่อรับมาอยู่คอนโดไม่ถึง 2 อาทิตย์ ฆ่ารัดคอศพยัดกระเป๋าลากเผาทิ้งหลังวัด น้องชายตามหาจนเจอเหลือแต่กระดูก ตร.รวบตัว
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน ร.ต.ท.สมประสงค์ ปสาทรัตน์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุพบศพถูกเผาอำพรางคดี ภายในวัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ที่ 55 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.จตุภูมิ มุซาเคน รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ประเวศ พ.ต.ท.ศิริ ราชรักษา รอง ผกก.ป.สน.ประเวศ พ.ต.ท.พิจิตร โยธินวัชรชัย สว.ป.สน.ประเวศ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ
ที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดรถติดกับกำแพงด้านหลังสุดของวัด พบกองขี้เถ้าและชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์ถูกเผาทิ้งเพื่ออำพรางคดี ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายสมพงษ์ หรือเจ้หนุ่ย บุญยืน อายุ 58 ปี สภาพเหลือเพียงขี้เถ้า โดยมีแผ่นสังกะสีปิดปกคลุม ตำรวจจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนนายกิตติวัฒน์ ศรีนิธิโรจน์ อายุ 53 ปี กล่าวว่า เป็นน้องชายของนายสมพงษ์ ซึ่งเป็นสาวประเภทสองที่แปลงเพศแล้ว ก่อนหน้านี้พี่ชายมีสามีเป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ อยู่กินกันแบบสามีภรรยา ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กระทั่งสามีเสียชีวิตจึงเดินทางกลับมาอยู่ที่ประเทศไทย ต่อมาพี่ชายได้คบหาดูใจกับนายภัทภูมิ แย้มคง อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นเด็กวัดและมีศักดิ์เป็นหลานของพระที่จำวัดอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว จากนั้นวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนกับพี่ชายได้ขับรถมารับนายภัทภูมิเพื่อพาไปอยู่กับพี่ชายที่คอนโดภายในซอยวิภาวดีรังสิต 16 หรือซอยโชคชัยร่วมมิตร ย่านสุทธิสาร ซึ่งระหว่างที่คบกันนั้นไม่ทราบว่าอุปนิสัยของนายภัทภูมิเป็นเช่นไร เนื่องจากทั้งคู่อยู่กันเพียงแค่ 2 คน
นายกิตติวัฒน์กล่าวต่อว่า กระทั่งวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา โทรศัพท์ไปหาพี่ชายเพื่อนัดกันไปงานบวชญาติตอนเช้าวันที่ 5 มิถุนายน ที่วัดใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จากนั้นเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน ได้โทรศัพท์ไปหาพี่ชายอีกครั้งแต่ไม่รับสาย จึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาน้องสาวอีกครั้ง ซึ่งพักอาศัยอยู่พื้นที่ใกล้เคียงกับพี่ชายเพื่อให้ไปตาม เมื่อน้องสาวขึ้นไปบนห้องพักก็ไม่พบตัว แต่ลักษณะห้องมีร่องรอยการรื้อค้นข้าวของกระจัดกระกายเกลื่อนเต็มพื้น ไฟและแอร์ก็ยังเปิดอยู่ตามปกติ เมื่อตรวจสอบพบว่ากระเป๋าสตางค์ถูกรื้อค้นโดยไม่มีธนบัตรแม้แต่ใบเดียว บริเวณใต้เตียงพบแหวนเพชรมูลค่า 5 แสนบาท และนาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อโรเล็กซ์มูลค่า 3 แสนบาท ตกหล่นอยู่ แต่ไม่ได้เอะใจ ก่อนที่น้องสาวชวนตนไปงานบวชก่อนเนื่องจากเกรงว่าไม่ทันการณ์
นายกิตติวัฒน์กล่าวต่อว่า เมื่อเสร็จจากงานบวชจึงตัดสินใจเดินทางมาตามตัวพี่ชายภายในวัดดังกล่าวก็ไม่พบ จึงเดินสำรวจดูบริเวณโดยรอบจนได้กลิ่นเหม็นไหม้ จึงเดินตามกลิ่นไป กระทั่งไปพบกองขยะ ซึ่งถูกเผาจนมอดไปแล้ว ด้วยความเอะใจจึงเอาเท้าเขี่ยดูก็พบโครงกระดูกคล้ายมนุษย์ จึงเชื่อว่าเป็นพี่ชายอย่างแน่นนอน จึงแจ้งให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบดังกล่าว
เบื้องต้นตำรวจได้ควบคุมตัวนายภัทภูมิมาสอบสวน และรับสารภาพว่า ใช้เชือกรัดคอผู้ตายก่อนนำศพมาเผาทิ้งที่วัดดังกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในพี่พักของนายสมพงษ์ พบว่าช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน ถึงเวลา 01.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน นายภัทภูมิลากกระเป๋าเดินทางสีฟ้าออกมาจากสถานที่ดังกล่าว โดยไม่พบตัวนายสมพงษ์



