
ส.ป.ก.จ่อยึดคืนที่ดินวัดเสือกว่า900ไร่
ส.ป.ก.จ่อยึดคืนที่ดินวัดป่าหลวงตาบัวกว่า 900 ไร่ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีข้อหารุกป่า ส่วน หลวงตาจันทร์ ยังล่องหน พศจ.กาญจน์ รอบัญชาเจ้าคณะจังหวัดจัดการ
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายประดับ โพธิกาญจนวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) กาญจนบุรี กล่าวถึงกรณีสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จะขอพื้นที่วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี คืน เนื่องจากวัดนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าวัดป่าหลวงตาบัวขออนุญาต ส.ป.ก.ใช้พื้นที่เมื่อปี 2546 จำนวน 391 ไร่ 1 งาน 21 ตารางวา จากการลงพื้นที่วัดพบว่าถูกแบ่งเป็นเขตพุทธาวาส ซึ่งมีโบสถ์ตั้งอยู่ และเขตสังฆาวาส กุฏิสงฆ์มีพระสงฆ์จำวัด 15 รูป และสามเณร 1 รูป และพื้นที่ส่วนหนึ่งมีสัตว์อาศัยอยู่ ซึ่งต้องตรวจสอบแต่ละส่วนและภาพรวมวัดใช้พื้นที่ไปทั้งหมดเท่าไร ตรงตามวัตถุประสงค์และรุกล้ำที่ดิน ส.ป.ก.หรือไม่
ผอ.พศจ.กาญจนบุรี กล่าวอีกว่า หากผลตรวจสอบออกมา ถ้าพบว่าการใช้พื้นที่ของวัดไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ก็ขึ้นอยู่กับ ส.ป.ก.ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาเพิกถอนใช้ที่ดิน แต่ไม่อยากให้ไปถึงขั้นนั้น อยากให้คงพื้นที่ในการใช้ประโยชน์ทางพระพุทธศาสนาไว้ เพราะพื้นที่วัดมีทั้งเขตพุทธาวาสและสังฆาวาส อีกทั้งการเพิกถอนที่ดินวัดเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เนื่องจากภายในวัดมีเขตวิสุงคามสีมา อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และเงื่อนไขในหนังสือที่วัดขออนุญาตใช้ที่ดินจาก ส.ป.ก. รวมถึงต้องให้ไปตามกฎหมายด้วย ซึ่งวันที่ 6 มิถุนายนนี้ จะลงพื้นที่วัด เพื่อหารือกับ ส.ป.ก.กาญจนบุรีว่าจะมีแนวทางอย่างไร
นายประดับกล่าวถึงกรณีที่พระวิสุทธิสารเถร (ภูสิต ขันติธโร) หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หายไปจากวัดและติดต่อไม่ได้ว่า ท่านได้มอบหมายพระภิกษุที่อาวุโสรองลงมาดูแลวัด แทน แต่อำนาจทางกฎหมายและการตัดสินใจยังอยู่กับเจ้าอาวาสวัด ขณะนี้ได้รายงานเรื่องนี้ต่อพระเทพเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี (ธรรมยุต) ไปแล้ว และวันที่ 6 มิถุนายนนี้ จะเข้าไปกราบนมัสการและรอฟังว่าเจ้าคณะจังหวัดจะมีแนวทางอย่างไร และให้ พศจ.กาญจนบุรีสนองงานอย่างไรบ้าง
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 4-5 มิถุนายน คณะเจ้าหน้าที่ยังดำเนินการตรวจสอบที่ดินที่วัดครอบครอง โดยตรวจวัดค่าพิกัดด้วยระบบดาวเทียม (จีพีเอส) ไปตามแนวกำแพงวัดรอบวัด คำนวณพื้นที่เบื้องต้นได้ทั้งหมด 1,419-2-49 ไร่ และจากการตรวจสอบข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรีพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขอใช้ประโยชน์อยู่ประมาณ 391-2-49 ไร่
นอกจากนี้คณะเจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี พบว่าพื้นที่ที่ตรวจสอบบางส่วนมีเอกสารเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) จำนวน 97-0-45 ไร่ ซึ่งหมายความว่า เมื่อรวมกับที่ดินที่วัดขอใช้ประโยชน์จาก ส.ป.ก.กาญจนบุรีแล้ว คงเหลือพื้นที่ที่ไม่มีการขอใช้ประโยชน์จาก ส.ป.ก.กาญจนบุรี ที่ไม่อยู่ในพื้นที่ น.ส.3 ก.ที่นำมาแสดงทั้ง 2 ฉบับ รวมจำนวนประมาณ 931-0-83 ไร่
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า พื้นที่จำนวน 931-0-83 ไร่ เป็นพื้นที่ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ผู้ครอบครองจะมีความผิดตามมาตรา 54-55 และ 72 ตรี ฐานร่วมกันก่นสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 9.108 ทวิ ฐานร่วมกันเข้ายึดถือครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้างหรือเผาป่า ทำด้วยประการใดให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวดหรือทราย ในบริเวณรัฐมนตรีประกาศหวงห้ามในราชกิจจานุเบกษา ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรที่ดิน และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 99 ฐานร่วมกันบุกรุกหรือครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าไปกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลาย ทำให้สูญหาย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ
สำหรับพื้นที่จำนวน 931-0-83 ไร่ พบสิ่งปลูกสร้างประกอบด้วย 1.วิหารที่กำลังปลูกสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ขนาด 115x85x14 เมตร ตั้งอยู่ที่พิกัด 47P 525331 E 1560257 N จำนวน 1 หลัง 2.อาคารห้องน้ำ 4 ห้อง 1 หลัง ขนาด 5.9x3.7x3 เมตร ตั้งอยู่ที่พิกัด 47P 525332 E 1560322 N และ 3.โรงเก็บของขนาด 15x8x4 เมตร ตั้งอยู่ที่พิกัด 47P 525291 E 1560294 N โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้นายสุภาพ กอฟัก กำนันตำบลสิงห์ เป็นผู้ดูแล ห้ามไม่ให้รื้อถอนทำลาย จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจดทำบันทึกเรื่องราวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีวัดป่าหลวงตามหาบัว มูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน และบริษัท ไทเกอร์ เทมเพิล จำกัด ต่อไป
ด้าน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี ระบุว่า อาจจะมีพระสงฆ์ภายในวัดป่าหลวงตามหาบัวเกี่ยวข้องกับการทำเครื่องรางของขลังจากเขี้ยวเสือ และอวัยวะเสือ เพื่อการพาณิชย์ ว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กำลังดำเนินการเข้าไปตรวจสอบตามหน้าที่ปกติ เพราะได้ให้นโยบายไปว่า เรื่องใดก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์และวัดทั่วประเทศต้องเข้าไปติดตามดูแลอย่างรวดเร็ว อย่าให้เกิดความเสียหาย พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายแก้ไขปัญหา และถ้ามีอะไรไม่ถูกต้องก็ให้เข้าไปช่วยเหลือพระสังฆาธิการผู้ปกครอง ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งจะทำให้ปัญหาต่างๆ ได้รับการแก้ไข



