
"เทพไท"แนะ"ทักษิณ"กินชวนป๋วยฯตราลูกกตัญญู
"เด็กมาร์ค แนะ ทักษิณ ให้ กินชวนป๋วยฯ ตราลูกกตัญญู จะได้กตัญญูต่อ แผ่นดิน " จวกใส่ร้ายรัฐบาลขวางฎีกาแดง ชี้แค่ต้องทำให้ถูกต้องตามกระบวนการ แนะหากหวังดีต่อประเทศจริงต้องหยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง สั่ง ลิ่วล้อ หยุดล่ารายชื่อถวายฎีก เสื้อแดงแต่งดำทำพ
(3ส.ค.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แนะนำให้ประชาชนกินป๋วยกั๊กแก้หวัด 2009 ว่า ทำให้ตนเข้าใจผิดนึกว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะกินน้ำใบบบัวบก แต่เมื่อกินป๋วยกั๊กตามที่เป็นข่าว ซึ่งทำให้มีคนบอกตนว่าไม่น่าจะทานป๋วยกั๊ก และได้ส่งรูปยาชวนป๋วยปี่แปกอ ตราลูกกตัญญูมาให้ทางอีเมล์ว่ามียาชนิดเดียวที่มีโลโก้เป็นรูปพ.ต.ท.ทักษิณสวมเสื้อสีแดงกับลูกชาย ตนคิดว่าถ้ากินยานี้เข้าไปเรื่องความกตัญญูก็น่าจะอยู่ในสมองของพ.ต.ท.ทักษิณบ้าง อย่างน้อยความกตัญญูที่มีต่อแผ่นดิ
ชี้"ทักษิณ"ใส่ร้ายรัฐบาลขวางฎีกาแค่ทำให้ถูกต้อง
นายเทพไท กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โฟนอินเข้ามาที่การชุมนุมของกลุ่มคนรักเชียงใหม่ และพยายามพูดพาดพิงรัฐบาล โดยใช้คำที่ไม่เหมาะสมกับวุฒิภาวะของคนเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี โดยพาดพิงรัฐบาลว่าเป็นคนโง่แก้ปัญหาประเทศไม่ได้ และกล่าวหาว่ารัฐบาลขัดขวางการล่ารายชื่อถวายฎีกาของคนเสื้อแดง พร้อมกับแนะนำว่าไม่ให้คนเสื้อแดงส่งรายชื่อผ่านไปรษณีย์ และไม่ให้ผ่านนายอำเภอว่า สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เสนอนั้นทราบหรือไม่ว่า กลไกเหล่านี้ ไม่สนับสนุนพฤติกรรมของคนเสื้อแดง และคนเสื้อแดงก็รู้อยู่แล้วว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงไม่เกี่ยวข้องกับทางราชการ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็พยายามที่จะสร้างภาพให้เห็นว่า ถูกขัดขวางจากหน่วยงานของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ใส่ร้ายรัฐบาล เพียงแต่รัฐบาลพยายามที่จะพูดถึงกระบวนการล่ารายชื่อ ว่าถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้ได้ตรวจสอบแล้วว่า กระบวนการล่ารายชื่อ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ผิดขั้นตอน และผิดทางการเมือง ดังนั้น การที่จะอภัยโทษให้บุคคลหนึ่งบุคคลใด อยากให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไปศึกษากับฝ่ายกฎหมาย โดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 269 และมาตรา 267 ว่าหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าจะขอพระราชทานอภัยโทษนั้น 1 .ต้องให้คดีถึงที่สุด และรับโทษอยู่ในเรือนจำ 2. ต้องสำนึกผิดโทษที่ตนเองได้รับจากการกระทำผิดที่ตัวเองได้ทำลงไป
โวผลงานรัฐ6ด.ไม่มีทุจริตทั้งทางตรงและเชิงนโยบาย
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผลงานรัฐบาล 6 เดือนที่ผ่านมาว่า รัฐบาลไม่มีการทุจริตใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและเชิงนโยบาย ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงถือว่า โฆษกพรรเพื่อไทยต้องการบิดเบือนข้อเท็จจริง วิจารณ์อย่างมีอคติทางการเมืองอีกทั้งยังแก้เกี้ยวทางการเมือง หวังดิสเครดิตรัฐบาล ใช้มุกเก่าหยิบปี๊บขึ้นมาคลุมหัว
"วรงค์"โต้ "ทักษิณ" แม้แต่สหรัฐฯยังจัดการหวัดยาก
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณโจมตีรฐบาลแก้ปัญหาไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ไม่เป็น ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่พูดความจริง โดยบอกว่าทุกประเทศบริหารจัดการได้หมด แต่ความจริงคือขนาดประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์มากที่สุด ก็มีคนเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวถึง 353 คน ขณะที่ประเทศอิสราเอล และมาเลเซีย ก็ยังประสบปัญหาเรื่องนี้อยู่
ปชป.ปัดรบ.ลิดรอนสิทธิ์“เสื้อแดง”ล่าชื่อ“ถวายฎีกา”
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้พ.ท.ต.ทักษิณ ที่โจมตีรัฐบาลและสังคมไทยลิดรอนสิทธิ์กลุ่มคนเสื้อแดง ในการเข้าชื่อถวายฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษว่า ไม่เป็นความจริง รัฐบาลไม่ได้ลิดรอนสิทธิ์ของประชาชน แต่กำลังคัดค้านการกระทำของมวลชนคนเสื้อแดง ที่กำลังทำผิดกฎหมาย ผิดการเมืองและผิดข้อเท็จจริง
"เสื้อแดง"แต่งดำทำพิธีฌาปนกิจศพหุ่นจำลอง"มาร์ค"
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่บริเวณใต้ทางด่วนพระราม 9 ถ.รัชดาภิเษก(อโศก) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากวันนี้ เป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 45 ปี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สมาชิกวิทยุชุมชนคนแท็กซี่พร้อมด้วยกลุ่มคนเสื้อแดงย่านพระราม 9 - ห้วยขวาง กว่า 300 คน ได้แต่งชุดดำมาชุมนุม จัดงานฌาปนกิจศพหุ่นจำลองนายอภิสิทธิ์ โดยมีการตั้งโลงศพไร้ญาติ ที่บริเวณริมฟุตบาต ประดับตกแต่งด้วยพวงรีด ภาพวาดคล้ายนายอภิสิทธิ์ ซึ่งมีการระบุว่า เป็นชายไร้ชื่อ ที่มักใหญ่ใฝ่สูง หนีทหาร ชอบคบหัวหน้านักเลงหัวไม้ย่านสี่เสาเทเวศร์ อีกทั้งนำขยะนานาชนิด พร้อมกับคำสาปแช่งขอให้ตายโหง มาตกแต่งประดับโรงศพ
กระทั่งเวลา 14.00 น.นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำนปช.และนางดารุณี กฤตบุญญาลัย นักธุรกิจ พร้อมสมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ทำพิธีสะกดวิญญาณลงหม้อปิดผ้ายันต์ จากนั้น ได้ทำการแห่โรงศพ และหุ่นจำลองนายอภิสิทธิ์ ไปบริเวณแยกพระราม 9 – อสมท. เพื่อทำพิธีเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง และฌาปนกิจ หุ่นและโรงศพจำลอง ท่ามกลางเจ้าหน้าตำรวจจาก สน.มักกะสัน กว่า 30 นายคอยรักษาความสงบ
บุกมหาดไทยท้วงตั้งโต๊ะถอนชื่อฎีกา
กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมด้วยกลุ่มต่อต้านอภิสิทธิ์ชน กว่า 70 คน นำโดยนายวรัญชัย โชคชนะ นายสิรวิชญ์ พิมพ์กลาง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย เดินทางมาชุมนุมบริเวณด้านหน้ากระทรวงมหาดไทย พร้อมกับยื่นหนังสือมีเนื้อหาประท้วงและประณาม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.1) และ มล.ปนัดดา ดิศกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายข้าราชการ ที่สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศตั้งโต๊ะคัดค้านการถวายฎีกาพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านทางนายพีรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการยื่นหนังสือ กลุ่มผู้ชุมนุมได้เผาหุ่นฟางนายชวรัตน์ พร้อมทั้งได้นำพวงหรีดมาแขวนไว้หน้าประตูรั้ว เพื่อเป็นการคัดค้านต่อต้านการยื่นถวายฎีกาของกลุ่มคนเสื้อแดง ภายหลังชุมนุมประมาณครึ่งชั่วโมง ทางกลุ่มนปช.ได้เคลื่อนขบวนเดินทางออกจากหน้ากระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า จะไปหน้าทำเนียบรัฐบาลต่อไป
นายกเล็กเมืองสตูลนำทัพ17ชุมชนลงชื่อค้านถวายฏีกา
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 3 ส.ค.52 ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสตูล นายพิบูลย์ รัชกิจประการ นายกเทศมนตรีเมืองสตูล พร้อมคณะผู้บริหาร สท.เมืองสตูล และชาวบ้านทั้ง 17 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสตูล ร่วม 1 พันคน ร่วมกันลงชื่อคัดค้านการถวายฏีกา พ.ต.ท.ทักษิณ และได้เดินทางจากหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสตูล แห่รอบเมือง ไปยังศาลากลาง จ.สตูล โดยได้นำรายชื่อทั้งหมด มอบให้ นายสุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล
ซึ่งก่อนหน้านี้ที่บ้านบากันเคย ม. 2 ต.ตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล นายสุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผวจ.สตูล ได้ร่วมกับทหาร กองร้อย 501 ได้ร่วมลงชื่อคัดค้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชันวัตร และมีชาวบ้านจาก ต.ตันหยงโป เข้าร่วมคัดค้าน ไม่ต่ำกว่า 500 คน ซึ่งขณะนี้กระแสการคัดค้านดังกล่าว ทำให้คนสตูลไม่เห็นด้วยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มเสื้อแดง ทำให้ในขณะนี้ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว โดยเฉพาะผู้นำอย่างผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้เป็นผู้ร่วมคัดค้านอย่างเป็นทางการ ร่วมกับทหารและชุดเฉพาะกิจ ดังนั้น กลุ่มพลังมวลชนต่างๆในพื้นที่ จ.สตูล ต่างไม่เห็นด้วยกับการถวายฎีกาในครั้งนี้
“จักรทิพย์-วิบูลย์”พบปปช.รับทราบข้อกล่าวหาคดีสลายม็อบ7ต.ค.
เมื่อเวลา 12.50 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รอง ผบช.น. ได้เดินทางเข้าพบคณะกรรมการ ปปช. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ตามที่ถูกคณะกรรมการ ปปช.แจ้งข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง และความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ที่บริเวณรัฐสภา จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบช.น. ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีเดียวกัน ก็ได้เดินทางเข้ายื่นรายชื่อพยานเพิ่มเติม หลังจากได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.จักรทิพย์ ให้สัมภาษณ์ว่า เขามายื่นรายชื่อพยานที่เกี่ยวข้องไป 2 คน และมารับเอกสารเพิ่มเติม ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งการในวันที่เกิดเหตุ ไม่ได้เกี่ยวข้อง เพราะไม่มีอำนาจสั่งการอยู่แล้ว และเขาไม่ได้รับคำสั่งจากใครให้ปฏิบัติการใด ๆ เพียงแต่ไปสังเกตการณ์เฉย ๆ เนื่องจากไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า คิดว่าทำไมจึงถูกคณะกรรมการ ปปช.แจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.ต.จักรทิพย์ กล่าวว่า คงมีใครกล่าวอ้างถึง ซึ่งเขาก็ต้องมาชี้แจงหักล้างข้อกล่าวหาไปตามระบบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่ตำรวจปฏิบัติตามหน้าที่ แต่กลับโดนคณะกรรมการ ปปช.แจ้งข้อกล่าวหาเช่นนี้ จะทำให้กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ พล.ต.ต.จักรทิพย์ กล่าวว่า ไม่มี เราปฏิบัติตามขั้นตอนและกฎหมาย
เมื่อถามว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มกังวลในจุดนี้บ้างหรือไม่ พล.ต.ต.จักรทิพย์ กล่าวว่า ก็มีบ้าง แต่ไม่ถึงกับหนักใจ เขาได้ชี้แจงไปทั้งหมดแล้ว ส่วนจะมีการชี้มูลเมื่อไหร่ ก็อยู่ที่คณะกรรมการ ปปช. เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ถ้าถามว่า หนักใจหรือไม่ ก็บอกว่า เบาใจไม่ได้ ต้องว่าไปตามหลักฐาน แต่ยืนยันว่า ไม่ได้สั่งการ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า จะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหรือไม่ พล.ต.ต.จักรทิพย์ กล่าวว่า “ถ้าให้เลือกได้ ผมก็ไม่ทำแล้ว ผมก็ไม่อยู่ในตำแหน่งนี้ เพราะยังไม่มีอะไรมารองรับชัดเจน แต่ถ้ามีรองรับชัดเจนก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเลือกได้ ผมขอไปทำหน้าที่อื่น ใครไม่โดนก็ไม่รู้ เรื่องอย่างนี้ต้องลองให้โดนดูบ้าง ผมไม่เกี่ยวข้องและผมไม่ได้สั่งการ”
ต่อข้อถามว่า มองว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อความขัดแย้งทางการเมืองหรือไม่ รอง ผบช.น. กล่าวว่า คงไม่ใช่ประเด็นนั้น ปปช.ก็พิจารณาของท่านไป ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมมา ปปช.ก็พิจารณาไปตามนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากถูกคณะกรรมการ ปปช.ชี้มูลความผิด ส่วนตัวจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไรหรือไม่ พล.ต.ต.จักรทิพย์ กล่าวว่า คงต้องเป็นอีกเรื่องว่าโดนอะไรบ้าง อะไรที่เป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมอย่างไร
เมื่อถามว่า หากไม่ได้รับความเป็นธรรม เชื่อว่าศาลปกครองจะเป็นทางออกสุดท้ายให้ได้หรือไม่ พล.ต.ต.จักรทิพย์ กล่าวว่า เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที แต่เขาเชื่อในความบริสุทธิ์ของตัวเอง



