
ค้นรถหรูหลวงตาจันทร์เจอเขี้ยวเรซิ่นเสือ
พบอีก2ตัวเสือโคร่งเหลือเพียง20ตัว ค้นรถหรูหลวงตาจันทร์เจอเขี้ยวเรซิ่น
3มิ.ย.2559 ความคืบหน้ากรณีศาลจังหวัดกาญจนบุรี อนุมัติหมายค้น ที่ มค. 432/2559 ลงวันที่ 30 พ.ค.2559 ให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจค้นวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน และมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีพระสุทธิสารเถร เป็นเจ้าอาวาสและประธานมูลนิธิฯ และนายอธิธัช ศรีมณี ผู้ดูแล โดยการดำเนินการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.ถึงวันที่ 2 มิ.ย.เจ้าหน้าที่สามารถวางยาสลบเพื่อขนย้ายเสือโคร่งไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้างและสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรีได้ทั้งหมด จำนวน 102 ตัว จากทั้งหมด 137 ตัว ยังคงเหลือเสือโคร่งอีกจำนวน 35 ตัว และมีการยึดนึกเงือกอีกจำนวน 6 ตัว
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อคณะเจ้าหน้าที่นำโดยนายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตรวจค้นพบซากลูกเสือโคร่งถูกดองแช่แข็งปะปนกับซากไก่ที่ใช้สำหรับเป็นอาหารของเสืออยู่ภายในห้องเย็นที่อยู่บริเวณเกาะเสือ นอกจากนี้ยังพบซากหมีขอ กะรอก รวมอยู่ด้วย สำหรับซากทั้งหมดถูกค้นพบเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ต่อมาเวลาประมาณ 11.30 น.ของวันที่ 2 มิ.ย.เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยที่ประตูทางเข้าออกวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือวัดเสือ จับกุมนายเนตร กุลเรืองไกล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/15 หมู่ 4 ตงลิ้นถิ่น อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ขณะขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ชษ 5583 กทม.ลักลอบซุกซ่อนซากหนังสือ 2 ซาก ตะกรุดที่ทำจากหางเสือ จำนวน 1,035 ชิ้น ล็อกเก็ตรูปหลวงตาจันทร์ และหลวงตามหาบัว รวม 65 อัน เขี้ยวเสือ 9 อัน ทั้งหมดอยู่ในย่าม โดยมีนายก้องเกียรติ จันเพ็ง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 3 ต.โนนปูน อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ นั่งอยู่เบาะหลัง และพระจักรกฤษณ์ สณหกิตติโก พระเลขาหลวงตาจันทร์นั่งอยู่เบาะหน้าซ้าย โดยมีพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้องอีก 2 รูปคือพระละม่อม วันทิยา และพระสนองชัย แสงนาค
วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังตรวจพบซากลูกเสือโคร่งดองอยู่ในขวดโหล 30 ซาก อยู่ภายในบ้านพักคนงาน ส่วนเขากระทิง เขากวาง เขี้ยวเสือโคร่ง ตะกรุดหางเสือ ล็อกเก็ตรูปหลวงตามหาบัวฯและหลวงตาจันทร์ อีกจำนวนหนึ่งค้นพบบนกุฏิหลวงตาจันทร์ และที่อาคาหอฉันน้ำปานะ รวมกันร่วม 2,000 ชิ้น และเจ้าหน้าที่หน่วย นปพ 13 ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.10 และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.1 เจ้าหน้าที่สายตรวจสำนัก 10(ราชบุรี)และ ตร.บก.ปทส.ได้ร่วมกันตรวจยึดไม้สักแปรรูปและไม้กะยาเลยแปรรูป รวมจำนวน 27 แผ่น ปริมาตร 5.886 ลบ.ม.พร้อมเลื่อยโซ่ยนต์จำนวน 1 เครื่อง คณะเจ้าหน้าที่นำโดยนายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นางเตือนใจ นุชดำรงค์ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า นายยรรยง เลขาวิจิตร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง )นายศิริ อัคคะอัคร ผอ.สำนักป้องกันปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานฯ(ผอ.สปฟ.) นายสมศักดิ์ ภู่เพ็ชร์ ผอ.ส่วนยุทธการป้องกันและปราบปราม กรมอุทยานฯ นายสุนทร ฉายวัฒนะ ผอ.ส่วนคุ้มครองสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ นายชาญวิทย์ กันยา นิติกรชำนาญการพิเศษ กรมอุทยานฯ นายบรรพต มาลีหวล หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า เขาประทับช้าง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี นายชาติชาย ศรีแผ้ว หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 1 ภาคกลาง และคณะสัตวแพทย์
ล่าสุดวันนี้ 3 มิ.ย.59 เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น.คณะเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบเสือโคร่งอีกจำนวน 2 ตัว หลบอยู่ในช่องอุโมงค์บริเวณภายในลานแสดงเสือ ซึ่งเสือโคร่งทั้ง 2 ตัวเป็นเสื่อพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ตัวผู้ชื่อสายฟ้า อายุ 17 ปี และเพศเมียชื่อน่านฟ้า อายุ 15 ปี โดยเสือทั้งสองตัวเป็นที่รักใครของพระสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์เป็นอย่างมาก และ 1 ใน 2 เคยตะปบหลวงตาจันทร์ได้รับบาดเจ็บมาแล้วครั้งหนึ่ง
การจับเสือทั้งสองตัว คณะเจ้าหน้าที่ต้องประสานขอความช่วยเหลือจาก อ.น.สพ.มาโนชญ์ ยินดี ผอ.โรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี พร้อมทีมงานเดินทางมาให้ความช่วยเหลือ ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นักนักก็สามารถวางยาสลบแล้วนำไปไว้ที่จังหวัดราชบุรีได้ ล่าสุดคณะสัตว์แพทย์สามารถดำเนินการขนย้ายเสือโคร่งได้ในวันนี้ทั้งหมด 17 ตัว
ขณะเดียวกันนายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกาญจนบุรี ให้เข้าร่วมตรวจค้นรถยนต์ตู้ยี่ห้อเบนซ์ สีบอรนซ์ หมายเลขทะเบียน ฮค 6868 กทม.ของหลวงตาจันท์ ที่จอดอยู่ภายในอาคารหอฉันน้ำปะนะ ซึ่งผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด โดยมีเพียงเต้นท์ และเขี้ยวเสือที่ทำจากเรซิ่นแล็อกเก็ตจำนวนหนึ่งเท่านั้น โดยคณะเจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ
จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นภายในกุฏิของหลวงตาชั้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพบไม้เท้าประดับด้วยเขี้ยวเสือ 1 อัน และพบเครื่องฮาร์ดดิส ของกล้องวงจรปิด 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงนำไปตรวจสอบ โดมีพระละม่อม วันทิยา พระลูกวัดเป็นผู้เซ็นต์หนังสือรับทราบ
โดยพระละม่อม วันทิยา พระลูกวัด ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในภายหลังว่า พระสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ได้ออกจากวัดไปตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีลูกศิษย์ชื่อบุญลือเป็นคนในพื้นที่ ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สีขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมารับ ทราบเพียงว่าจะไป กทม.แต่ไม่ทราบว่าไปที่ใด และหลังจากหลวงตาจันทร์ออกไปจากวัดก็ไม่ได้โทรประสานมาอีกเลย ซึ่งอาตมาเองก็ไม่สามารถติดต่อหลวงพ่อได้เนื่องจากไม่เคยมีเบอร์โทรของหลวงพ่อ
สำหรับซากหนังเสือโคร่งและของกลางอื่นที่ถูกเจ้าหน้าที่ยึดได้ภายในรถ อาตมาและพระรูปอื่นเป็นผู้ขนออกมาจากกุฏิของหลวงพ่อเอง ซึ่งก็รู้ว่าเป็นของผิดกฎหมาย ซึ่งเมื่อสื่อมวลชนสอบถามเกี่ยวกับจุดหมายที่หลวงตาจันทร์จะไป รวมทั้งรถยนต์ที่ใช้เดินทางหมายเลขทะเบียนอะไร รวมทั้งสอบถามเกี่ยวกับซากลูกเสือที่ดองไว้ในขวดโหล และที่มาที่ไปของเครื่องรางที่เป็นตะกรุดหางเสือ ซึ่งพระละม่อมก็ได้กล่าวปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่ทราบ เพราะอาตมามาอยู่ที่วัดนี้ได้ไม่นาน
พ.ต.อ.บัณฑิต ม่วงสุขำ ผกก.สภ.ไทรโยค กล่าวว่า ขณะนี้คณะเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน 4 ข้อหา คือ การครอบครองนกเงือก การครอบครองหมีขอ การครอบครองซากสัตว์ป่า และการครอบครองไม้เถื่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องรอสอบปากคำผู้กล่าวหาก่อน จากนั้นจะเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนหาข้อเท็จจริง สำหรับผู้ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมาเป็นฆราวาส จำนวน 2 คน และพระสงฆ์ จำนวน 3 รูป หลังจากสอบสวนแล้วเสร็จก็ได้ให้ประกันตัวออกไปแล้ว ส่วนข้อกล่าวหาทั้งหมดจะไปถึงหลวงตาจันทร์ หรือไม่อยู่ระหว่างการดำเนินการทางด้านสอบสวน และเชื่อว่าขณะนี้พระสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ คงยังอยู่ในประเทศไทย
ด้านนายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เพียงสั้นๆว่า ตอนนี้ตนไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะที่ผ่านมาก็เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว สิ่งที่ตนเป็นห่วงที่สุดตอนนี้คือคนงานที่มีอยู่กว่า 100 คนที่ต้องมาตกงาน ทำให้ขาดรายได้ไปเลี้ยงดูครอบครัว บางคนยังต้องหาเงินส่งลูกเรียนหนังสือ รวมทั้งต้องผ่อนรถผ่อนบ้านอีก ซึ่งตนก็ได้แต่สงสาร แต่คงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ก็อยากฝากให้กรมอุทยานฯเข้าไปช่วยเหลือจุนเจือคนงานที่ต้องมาตกงานด้วยเท่านั้นเอง
นางเตือนใจ นุดำรงค์ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทางวัดไม่ได้เข้ามาดูแลสัตว์อื่นๆ เลย ทางกรมอุทยานฯ จึงกังวลและเป็นห่วงสัตว์เหล่านั้นที่ต้องอดข้าวอดน้ำ จึงได้ประสานไปยังมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งประชาชนที่มีจิตเมตตาเข้ามาช่วยเหลือ ล่าสุดทางมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และและมูลนิธิบรรหาร แจ่มใส และมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งปางช้างที่อยู่ใกล้เคียง ก็ทยอยส่งอาหารเข้ามาช่วยเลี้ยงดู พร้อมกันนี้ก็ได้ประสานกับทางวัดว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ขอให้ทางวัดเข้ามาเลี้ยงดูสัตว์ที่อยู่ในความครอบครอง หรือหากทางวัดไม่ประสงค์จะเลี้ยงดู ก็ให้จำหน่ายจ่ายแจกให้กับประชาชนนำไปเลี้ยงดูต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะของนายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯทำการตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมายบนกุฏิหลวงตาจันทร์แล้วเสร็จ ก็ได้ระดมกำลังกันตรวจค้นไปตามแหล่งต้องสงสัยว่าจะมีสิ่งผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบที่ดินที่มีอยู่เกือบ 2,000 ไร่ ว่าได้มีการครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
สำหรับเรื่องการขนย้ายเสือขณะนี้ต้องนำไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน เนื่องจากที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้างสามารถรองรับเสือโคร่งได้เพียง 81 ตัวเท่านั้นขณะนี้เต็มหมดแล้ ส่วนหมีขอ วัวแดง และนกเงือก ได้นำไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี



