ข่าว

ดีเอสไอรุดพบเจ้าคณะหารือคดี‘ธัมมชโย’

ดีเอสไอรุดพบเจ้าคณะหารือคดี‘ธัมมชโย’

03 มิ.ย. 2559

ดีเอสไอรุดพบเจ้าคณะหารือคดี‘ธัมมชโย’ ‘ไพบูลย์’ไม่เชื่อหมอแพทยสภาจะได้ตรวจ

             เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 มิ.ย.59 พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)เดินทางมาพบพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารมหลวง เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เพื่อหารือร่วมกันถึงแนวทางมาตรการวิธีการและการประสานงานระหว่าง 3 หน่วยงาน ในคดี 27/2559 คดีที่พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ที่วัดเขียนเขต (พระอารามหลวง) จังหวัดปทุมธานี

            เพื่อเป็นการร่วมกันหาทางออกในเรื่องดังกล่าว ตามระเบียบ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ โดยพศ.ได้เสนอรายชื่อคณะประสานงานไปแล้ว 3 คน ร่วมหารือเกี่ยวกับคดีของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยมีผู้เข้าร่วม พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ และ ดร.สมศักดิ์ โตรักษา ทนายความ พร้อมด้วยนายสมเกียรติ ธงศรี ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง แต่ยังไม่มีข้อยุติต้องเข้าหารือกันอีกครั้ง ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ที่วัดเขียนเขต

            ด้านพระเทพรัตนสุธี   กล่าวว่า เนื่องจากได้มีหนังสือหารือมายังอาตมาให้ช่วยดำเนินการให้เกิดความนุ่มนวลที่สุดในการปฏิบัติหน้าที่ และเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงให้เกิดความมั่นคงแก่ประเทศชาติบ้านเมืองและพระพุทธศาสนา โดยได้เชิญ ดร.สมศักดิ์ โตรักษา ในฐานะทนายความ มาปรึกษาหารือเพื่อเป็นสื่อกลางที่จะไปประสานทางวัดพระธรรมกาย เพราะฉะนั้นกรณีทั้งหลายทั้งปวงที่จะเป็นไปอย่างไรนั้น ก็จะมอบให้ ดร.สมศักดิ์ โตรักษา ในฐานะทนายความได้ชี้แจง

            ส่วนดร.สมศักดิ์ โตรักษา ในฐานะทนายความ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ ก่อนหน้านี้ 2 ครั้งแล้ว ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีและต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทุกฝ่ายพร้อมให้ความร่วมมือรวม เงื่อนไขต่างๆไปกันด้วยดีในอนาคต คิดว่าเร็วนี้คงจะจบด้วยกันได้ เพราะมองดุแล้วว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีเงื่อนไขที่ไม่ได้เข้มงวดอะไรมากมาย โดยต้องการให้ความเป็นธรรม ที่ตนเองไปวัดพระธรรมกายหลังจากที่ได้รับมอบหมายจาก พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ทางวัดพระธรรมกายก็เข้าใจทางเหตุผลและเจตนารมณ์ที่ดี ที่ทางเจ้าคระจังหวัดได้ให้ความร่วมมือ ในการแก้สถานการณ์ในครั้งนี้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ จากนี้เราจะมาประชุมกันอีกในวันจันทร์อีกครั้ง เพื่อดูเงื่อนไขทั้งสองฝ่าย หากรับกันได้ก็จะจบโดยเร็ว

            ทางด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์   กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ถือว่าเป็นการประชุมครั้งแรกที่เป็นทางการ ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งต่อไป ในวันจันทร์ ที่ 6 มิ.ย.59 เวลา 14.00 น. ส่วนที่ทางวัดพระธรรมกายทำหนังสือร้องขอไปที่แพทย์สภา ซึ่งก็เป็นส่วนที่ทางวัดพระธรรมกายสามารถทำได้ แต่ก็คงถือว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ ซึ่งขั้นตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่ศาลอนุมัติหมายจับแล้ว สิ่งที่ต้องดำเนินต้องไปคือการนำตัวพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโยมามอบตัว ซึ่งเงื่อนไขต่างๆในการประชุมวันนี้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะนำกลับไปหารือกับท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่วนการประชุมกันในวันนี้ยอมรับกันได้อยู่แล้ว ก็เหลือเพียงบางข้อเท่านั้นที่ต้องนำกลับไปหารือกัน


‘ไพบูลย์’ไม่เชื่อหมอแพทยสภาจะได้ตรวจ

 

                  นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่แพทยสภาจะส่งคณะแพทย์เข้าไปตรวจร่างกายของพระธัมมชโย ที่วัดพระธรรมกาย แต่ก็มีเหตุที่ทำให้ตนไม่เชื่อว่าคณะแพทย์ที่เข้าไปจะไม่ได้ตรวจร่างกายพระธรรมชโย

 

                  “ประการแรก พระธัมมชโย อาจจะไม่ยอมให้ตรวจ และอาจจะหาเหตุผลมาเพื่อไม่ให้มีการตรวจ ประการต่อมา ไม่มีใครยืนยันได้ว่า พระธัมมชโย ยังอยู่ในวัดพระธรรามกายหรือเปล่า ประการสุดท้าย พระธัมมชโยจะยินยอมให้คณะแพทย์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ได้เข้าไปรู้เห็นสภาพภายในของวัดพระธรรมกาย โดยเฉพาะ ในส่วนหวงห้ามได้จริงหรือ” นายไพบูลย์  กล่าว

 

พระ500รูปให้กำลังใจธัมมชโยวอนสื่อทำข่าวเป็นธรรม

                 เมื่อเวลา 12.00 น. พระราชสุวรรณเวที เจ้าคณะคณะจังหวัดอ่างทอง วัดต้นสน อ. เมือง จ.อ่างทอง พระศรีวิสุทธิโสภณ เจ้าคณะอำเภอเมือง จ.อ่างทอง พระมหาเสงี่ยม สุวโจ เจ้าคณะอำเภอ วังม่วง จ.สระบุรี พระครูคีรีวรเขต เจ้าคณะตำบลตาลเดี่ยว เขต 2 วัดเขาลาดวนาราม จ.สระบุรี พร้อมพระสงฆ์จำนวน 500 รูป และศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เดินทางมาให้กำลังใจพระธัมมชโย และมอบดอกไม้ให้กำลังใจกับพระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย แทนพระเทพญาณมหามุนี หรือหลวงพ่อธัมมชโย ที่ห้องแก้วสารพัดนึก วัดพระธรรมกาย ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

                 ด้าน พระครูคีรีวรเขต เจ้าคณะตำบลตาลเดี่ยว เขต 2 วัดเขาลาดวนาราม จ.สระบุรี กล่าวว่า พระและคณะศิษย์วัดพระธรรมกายได้เดินทางมาให้กำลังใจพระธัมมชโย เนื่องจากสุขภาพท่านไม่แข็งแรง ป่วยอาพาธมานานแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เป็นเนื้อนาบุญให้กับคณะศิษย์ที่มาทำบุญในครั้งนี้ จึงอยากจะให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่าสถานการณ์ของวัดพระธรรมกายเป็นแบบนี้ และขอให้ผู้สื่อข่าวได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะกรณีการฟอกเงินและรับของโจร หากพระสงฆ์ถูกข้อกล่าวหาแบบนี้แล้ว ต่อไปคณะสงฆ์ทั้งหมดจะทำอย่างไร ฉะนั้นจึงของความเป็นธรรมทุกฝ่ายได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ที่ผ่านมาอาตมาเห็นว่าพระธัมมชโย ทำแต่ความดีงาม ชวนให้ศิษย์นั่งสมาธิปฏิบัติธรรม

 

 โฆษกธรรมกายไม่มั่นใจหมอรพ.ตร.ตรวจอาการ  

            เมื่อเวลา 10.30 น. นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้แถลงในกรณีแพทย์สภาเตรียมส่งคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจอาการอาพาธของพระธัมมชโย ตามคำร้องขอ ทั้งนี้โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย ไม่เชื่อความโปร่งใสของคณะแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ ที่ดีเอสไอเตรียมนำมาตรวจอาการอาพาธที่วัด ส่วนนายกรัฐมนตรีให้ใช้วิธีการละมุนละม่อมและให้เกิดความสันติ

            ด้านนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า การประชุมของคณะแพทย์สภา ยังต้องเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่อีก มีกระบวนการอีกหลายขั้นตอน ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นวันนี้หรือพรุ่งนี้ เมื่อมีจดหมายที่เป็นทางการถึงวัดพระธรรมกาย ซึ่งก็ต้องขออนุญาตกับพระธัมมชโยด้วย ยังต้องรอเอกสารที่มีรายละเอียดอย่างเป็นทางการเข้ามา และต้องนำเรียนถึงท่าน และยังต้องรอความพร้อมในหลายๆด้านของพระธัมมชโย

            ทั้งนี้ ได้มีแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจตามเฟสบุ๊ค เขียนข้อความว่า “มาโรงพยาบาลตำรวจวันไหน จะขอรอต้อนรับตรวจด้วย เผื่อจะได้ค้อนทุบขึ้นสวรรค์ฟรีๆ” รวมถึงวิจารพระธัมมชโยในลักษณะเสียหาย แล้วอย่างนี้ทางคณะศิษย์จะให้ความไว้ว่าใจกับกระบวนการที่ดีเอสไอ กำลังจะทำ หรือว่าแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจท่านนี้ ซึ่งต้องไปตรวจสอบว่าเป็นเฟสบุ๊คจริงหรือไม่ต่อไป

            อย่างไรก็ตม ต้องของขอบคุณนายกรัฐมนตรีได้ส่งผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยเข้ามา ต้องกราบขอบพระคุณท่าน ในขณะเดียวกันสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมีบุคคลที่สามแฝงตัวเข้ามา เมื่อเราพบก็ได้เชิญให้ออกไปก่อน ซึ่งจะผิดหรือถูกอย่างไร หากเกิดสัญลักษณ์ของความรุนแรง หรือจะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่จะทำให้เกิดความบิดเบือนได้ก็ต้องเชิญให้ออกไป

            ส่วนเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการสัมภาษณ์หลวงพ่อพุทธอิสระ ใจความคือ พิธีการในรายการได้ถามว่าหลวงปู่วางสายเป็นไส้ศึกวัดพระธรรมกายใช่หรือไม่ หลวงพ่อพุทธอิสระ ตอบว่า ฉันมีสายเป็นระลอกๆ ตั้งแต่ก่อนวันวิสาขบูชา และหลังวันวิสาขบูชาอีกหนึ่งระลอก ด้านศิษย์วัดพระธรรมกายได้กังวลใจมาโดยตลอด

            วันนี้เวลา 14.00 น. คณะศิษย์วัดพระธรรมกายจะไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ว่าเมื่อหลวงปู่พุทธอิสระได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ท่านได้ส่งคนของท่านเข้ามาภายในวัดตั้งแต่ก่อนวันวิสาขบูชา หากเกิดการกระทำผิดกฎหมาย ต้องขอยืนยันว่าไม่ใช่ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เป็นบุคคลที่สามทำ ซึ่งตอนนี้ก็มีปรากฏมาแล้วหนึ่งท่าน จึงได้เชิญออกไปแล้ว

            โดยวัดพระธรรมกายเป็นสถานปฏิบัติธรรม ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองใด แม้ว่าศิษย์ที่เข้ามาทำบุญปฏิบัติธรรมจะมีความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่เมื่อเข้าวัดแล้วอย่างน้อยสิ่งที่ท่านจะพบ คือการสวมใส่ชุดขาวมาวัด เป็นสัญลักษณ์แรกเมื่อมาวัดแล้วเราสีเดียวกัน

 

ตัวแทนศิษย์ธรรมกายแจ้งความพุทธอิสระ  

               เมื่อเวลา 14.00 น.  น.ส.กรรณิการ์ อยู่ศรี ตัวแทนคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันกรณีที่ หลวงปู่พุทธอิสระ ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไว้วานนี้ว่า ได้มีการส่งคนของท่านเข้ามาปะปนเป็นสายข่าวอยู่กับผู้ปฏิบัติธรรมภายในวัดพระธรรมกาย เพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดจากมือที่สามนี้ไว้ ว่า ถ้ามีเหตุการณ์อะไรรุนแรงหรือผิดกฎหมายเกิดขึ้นภายในวัด วัดพระธรรมกายและคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาจจะเป็นไปได้ว่าเกิดจากผู้ไม่ปรารถนาดีฉกฉวยก่อเหตุขึ้นวุ่นวาย ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

               ทั้งนี้ ศิษยานุศิษย์ที่สวดมนต์ทำบุญปฏิบัติธรรมภายในวัดจำนวนมากในขณะนี้ หากเกิดความรุนแรงความสูญเสีย พระพุทธศาสนาก็จะเสียหาย รวมถึงมือที่สามจะคอยสร้างความแยกแยกวุ่นวาย และลดความหน้าเชื่อถือของความศรัทธา คณะศิษย์วัดพระธรรมกายจึงต้องแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ว่าเมื่อหลวงปู่พุทธอิสระท่านได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่าท่านได้ส่งคนของท่านเข้ามาภายในวัดตั้งแต่ก่อนวัดวิสาขบูชา หากเกิดการกระทำผิดกฎหมาย ต้องขอยืนยันว่าไม่ใช่ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เป็นบุคคลที่สามทำซึ่งตอนนี้ก็มีปรากฎมาแล้วหนึ่งท่านและได้เชิญออกไปก่อนแล้ว

               ด้าน น.ส.กรรณิการ์   กล่าวว่า เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา พระพุทธอิสระได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย ซึ่งในคำสัมภาษณ์นั้นพิธีกรได้สอบถามท่านว่า ท่านได้วางสายเป็นไส้ศึก ในวัดพระธรรมกายใช่หรือไม่ ? ซึ่งพระพุทธอิสระได้ตอบว่า ท่านได้เอาคนไปวางไว้ตั้งแต่ ก่อนวิสาขะหนึ่งระลอกแล้ว และหลังวิสาขะหนึ่งระลอก ในนามของคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย จึงขอชี้แจงว่า ตลอดเวลา 47 ปี ของการสร้างวัด ทุกกิจกรรมเป็นไปเพื่อทำตามปณิธานขององค์กร คือ สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ และสร้างคนให้เป็นคนดี ไม่เคยมีแม้แต่ครั้งเดียวที่จะรวมคนเพื่อทำ กิจกรรมอื่นใด นอกเหนือจากปณิธานดังกล่าว

               ทั้งนี้นับแต่สร้างวัดมาจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าทางวัดจะมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่จะนำไปสู่ความรุนแรง หรือเป็นภัย ต่อความมั่นคงแต่อย่างใด หากนับแต่นี้จะมีเหตุการณ์ที่ไม่สมควรเกิดขึ้น ก็ขอให้ทราบว่า ไม่ใช่เกิดจากการกระทำของศิษย์วัดพระธรรมกายแต่อย่างใด จึงเดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน