
เสือ!ไสยศาสตร์-ยาอายุวัฒนะ
เสือ!ไสยศาสตร์-ยาอายุวัฒนะ : รายการคมชัดลึก
หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น “วัดป่าหลวงตาบัว” วัดเสือชื่อดังในจังหวัดกาญจนบุรี พบทั้งหนังเสือ 2 ซาก ซากลูกเสือโคร่งถูกดองในโหล และยังมีหัวกระทิง รวมทั้งเขี้ยวเสือ ตะกรุด จี้รูปหลวงตาจันทร์ และจี้รูปหลวงตามหาบัว จำนวนมากอีกด้วย แท้จริงแล้ว วัดป่าหลวงตาบัวมีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้าสัตว์ป่า เครื่องรางของขลัง จริงหรือไม่ ความเชื่อทางไสยศาสตร์เกี่ยวกับเสือ ยาอายุวัฒนะ มีที่มาอย่างไร
ดร.กังวล คัชชิมา อาจารย์ประจำคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร กล่าวว่า ที่มาของความเชื่อในการนำเสือมาทำของขลัง และทำเป็นยานั้น มีมานานแล้ว นอกจากนี้สิงโตก็ยังถูกนำมาทำด้วยเช่นกัน เพราะเป็นสัตว์ที่มีอำนาจในป่า ความเชื่ออย่างนี้มีอยู่ทั่วไปในย่านเซาท์อีสต์เอเชีีย
มีการใช้ประโยชน์จากเสือมานานแล้ว จะเห็นได้ว่า ฤาษีที่บวชตามป่า จะใช้หนังเสือมาเป็นเครื่องนุ่งห่ม โดยนำมาจากเสือที่ตายแล้ว
ตั้งแต่โบราณ คนที่ปราบเสือได้ ถือว่า สุดยอดของความเป็นผู้กล้า ซึ่งผู้ที่ปราบเสือได้ก็จะนำเขี้ยวเสือมาแขวนคอเป็นการยืนยัน
เชื่อว่า ซากเสื้อที่ดองไว้ในขวดโหลในวัดป่าหลวงตาบัว ก็เพื่อการศึกษา
ประเสริฐเชาวน์ ศิริบุญวงศ์ ผู้ชำนาญการด้านพระและของขลัง กล่าวว่า ของขลังที่ทำมาจากเสือ ส่วนใหญ่จะเป็นเขี้ยวของเสือ เป็นความเชื่อมานานตั้งแต่โบราณ
ในวงการเครื่องรางของขลังมีความเชื่อกันว่า เขี้ยวเสือ เป็นพุทธคุณ โดยเฉพาะเขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน ได้รับการยกย่องว่าเป็นอันดับ 1
หนังหน้าผากของเสือ ก็นำมาทำเป็นเครื่องรางของขลัง โดยเชื่อกันว่า อยู่ยงคงกระพัน
วีรชัย สุทธิธารธวัช อาจารย์ประจำคณะการแพทย์แผนจีน ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า อวัยวะของเสือสามารถกินได้หมด การกินเสือมีมานานแล้ว มีการบันทึกในจีน 3,000 กว่าปีมาแล้ว
กรณีนำชิ้นส่วนของเสือมาทำเป็นยาก็มีบันทึกระบุว่า อยู่ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ประมาณ 2,000 ปี มาแล้ว
อวัยวะของเสือที่นำมาทำเป็นยา ก็คือ กระดูกเสือ เอามาป่นเป็นผงผสมกับตัวยาอื่นๆ สรรพคุณบำรุงกระดูก เส้นเอ็น ไต ทะลุทะลวงลมปราณ ทำให้แก้ปวดในกลุ่มผู้ป่วยที่ขาอ่อนแรง
เนื้อเสือมาทำเป็นยา สรรพคุณก็คือ บำรุงกำลัง นอกจากนี้ยังมีการนำส่วนอื่นๆ อาทิ ตา จมูก ฟัน กรงเล็บ ถุงน้ำดี กระเพาะอาหาร ไต ไขมัน เลือด ผิวหนัง แม้กระทั่ง อุจจาระ ปัสสาวะของเสือ ก็นำมาใช้ปรุงเป็นยาได้ แต่ที่นำมาใช้กันมากก็คือ กระดูกเสือ ซึ่งให้ผลการรักษาที่ค่อนข้างชัดเจน
จากผลการวิจัยของจีน พบว่า กระดูกเสือ มีผลต่อการต้านการอักเสบ ลดความเจ็บปวดได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2536 จีนประกาศยกเลิกการใช้นอแรด และกระดูกเสือ มาทำเป็นยา ห้ามซื้อขายอย่างเด็ดขาด สรุปก็คือ ยกเลิกตำรับยาที่ทำมาจากนอแรดและส่วนต่างๆ ของเสือ ดังนั้น การซื้อขายในปัจจุบันเป็นการซื้อขายกันในตลาดมืด ลักลอบซื้อขายกัน ซึ่งทราบว่า กระดูกเสือ 1 กก.ราคากว่า 7 หมื่นบาท
จากที่พบว่า มีการลักลอบนำส่วนต่างๆ ของเสือมาขายนั้น จะป้อนเข้าสู่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในจีนมากกว่า



