
นายกฯจีนเปิดใจเครือข่ายข่าวเอเชีย
นายกฯจีนเปิดใจเครือข่ายข่าวเอเชีย ใหญ่หรือเล็กทำงานร่วมกันอย่างเสมอภาค
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีน ให้สัมภาษณ์ต่อคณะบรรณาธิการของเครือข่ายข่าวแห่งเอเชีย หรือ Asia News Network (http://www.asianews.network/) รวมถึงนายสุทธิชัย หยุ่น ที่ปรึกษาฝ่ายบริหารและกองบรรณาธิการเครือเนชั่น ที่มหาศาลาประชาชน ณ กรุงปักกิ่ง เนื่องในโอกาสร่วมฉลองครบรอบ 35 ปี ของหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ 1 ใน 21 สมาชิกของเอเอ็นเอ็น ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ย้ำหลายครั้งกับผู้บริหารสื่อในภูมิภาคถึงผลประโยชน์ร่วมของจีนกับเพื่อนบ้าน มีมากกว่าความขัดแย้ง และจีนไม่ใช่ “อภิมหาอำนาจ” คม ชัด ลึก นำคำถาม-คำตอบจากการสัมภาษณ์ผู้นำระดับสูงของจีนครั้งสำคัญมาถ่ายทอด
สุทธิชัย หยุ่น - จีนพัฒนาอย่างรวดเร็วและอิทธิพลในโลกก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประเทศอาเซียนเดินตามรอยการพัฒนาของจีนอย่างใกล้ชิดทั้งในฐานะมิตรและหุ้นส่วน แต่ขณะเดียวกัน จีนเป็นประเทศใหญ่ หรืออภิมหาอำนาจ ประเทศเล็กบางประเทศคิดว่าจีนอาจแสดงตนเป็น “พี่เบิ้ม” ใช้พลังทางเศรษฐกิจและการเมืองผลักดันเป้าหมายของตนเองในการเจรจา ท่านจะให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่า จีนไม่ใช่พี่เบิ้มเกเร แต่เป็นพี่เบิ้มที่น่ารัก
หลี่ เค่อเฉียง - มีสองประเด็นที่อยากชี้ให้เห็น ข้อแรก จีนไม่ใช่อภิมหาอำนาจ แต่เป็นประเทศกำลังพัฒนา แม้ว่าจีนเป็นประเทศกำลังพัฒนาใหญ่ที่สุดและมีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก แต่ในแง่ของจีดีพีต่อหัวประชากรแล้ว จีนยังตามหลังอีกราว 80 ประเทศ เราไม่มีรากฐานของการเป็นอภิมหาอำนาจเลย ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเรามุ่งหวังจะเป็นหรือไม่
ประการที่สอง เรื่องการพัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน จีนไม่เคยวางท่าเป็นพี่เบิ้ม จีนดำเนินนโยบายต่างประเทศโดยยึดสันติภาพ นโยบายความเป็นเพื่อนบ้านเน้นมิตรภาพ ความจริงใจ และผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งเชื่อว่าทุกประเทศไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มีความเสมอภาคกัน เราทั้งหมดเป็นพี่เป็นน้องและมิตรสหายที่ดีเมื่อเราแบ่งปันความปรารถนาที่จริงใจ
จีนมีเพื่อนบ้านที่มีชายแดนทางบก และทางทะเลร่วมกัน 20 ประเทศ จีนมีประเทศเพื่อนบ้านมากกว่าประเทศใดในโลก เราและเพื่อนบ้านของเราผูกพันกันเป็นชุมชนที่มีอนาคตร่วมกัน หนทางอีกยาวไกลกว่าจีนจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาได้ เราจึงต้องการสภาพแวดล้อมในภูมิภาคที่มีเสถียรภาพ และบรรยากาศโลกที่สงบสุขถึงจะบรรลุเป้าหมายได้นี้ ดังนั้น จีนจึงยึดมั่นกับการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค แต่ขณะเดียวกัน เราก็มีความเห็นบางเรื่องไม่ตรงกับเพื่อนบ้าน แต่ความเห็นต่างนี้ไม่ใช่ประเด็นหลักในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศเหล่านี้ ผลประโยชน์ร่วมของเราสำคัญกว่าความแตกต่างเหล่านั้นมากนัก เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทั้งหลาย จีนเชื่อว่าทุกประเทศควรแสวงหาทางออกอย่างสันติผ่านการหารือโดยตั้งอยู่บนความเสมอภาคและเคารพซึ่งกันและกัน
เมื่อยึดหลักการเช่นนี้แล้ว ผมเชื่อว่าจีนและเพื่อนบ้านทั้งหมดจะเป็นเพื่อนที่ดี เพื่อนบ้านที่ดีและแม้แต่พี่น้องที่ดีต่อกันได้
เอ็นดี มูชาร์ดี บายูนี บรรณาธิการหนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์ จากอินโดนีเซีย : เมื่อเช้านี้ พวกเราได้สนทนากับประธานธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (เอไอไอบี) เกี่ยวกับพื้นที่และเส้นทางเศรษฐกิจของจีน หรือเส้นทางสายไหมใหม่ (Belt and Road Initiative) ส่วนหนึ่งคือการสร้างเส้นทางสายไหมทางทะเลกับประเทศที่เกี่ยวข้อง ผมมาจากอินโดนีเซีย รัฐบาลของผมสนใจโครงการนี้ เนื่องจากจะช่วยเสริมความร่วมมือและสันติภาพระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง แต่ขณะเดียวกัน จีนก็พยายามอย่างมากที่จะพัฒนายุทธศาสตร์น่านน้ำทะเลลึก (blue water navy) สองโครงการดูเหมือนส่งสัญญาณขัดแย้งกันถึงความตั้งใจของจีน อยากให้ท่านอธิบายข้อแตกต่าง
หลี่ เค่อเฉียง : จีนเสนอสร้างเส้นทางสายไหมทางทะเลที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยุทธศาสตร์ทางทะเลของอินโดนีเซีย จิตวิญญาณของเส้นทางสายไหมคือการพัฒนา ความร่วมมือและความสงบสุข
จีนดำเนินนโยบายทางทหารโดยเน้นการป้องกันประเทศ การพัฒนากองทัพเรือและการสร้างเส้นทางสายไหมทางทะเล ไม่ได้สวนทางกัน จีนสนับสนุนเสรีภาพและการเดินเรือในทะเลจีนใต้และน่านน้ำอื่นๆ อย่างปลอดภัย อันเป็นสิทธิที่ทุกประเทศทำได้ภายใต้กฎหมาย การเดินเรืออย่างปลอดภัยและเสรี จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศให้เราได้ขยายการติดต่อและการค้า และร่วมมือในด้านอื่นต่อไปเพื่อสันติภาพและความมั่นคงทางทะเล
ควรระลึกว่า จีนเชื่อในการที่จะไม่ทำกับคนอื่นในสิ่งที่เราไม่ชอบให้คนอื่นมาทำกับเรา
ชาวจีนเคยเผชิญความก้าวร้าวและกดขี่ในยุคใหม่มาแล้ว เราจึงไม่อยากเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศอื่น เพื่ออยู่ร่วมอย่างสงบกับประเทศอื่น และพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร จีนจะยึดมั่นในอธิปไตย บูรณภาพทางดินแดน และสนับสนุนความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาค
ชอน ชี-ยอง บรรณาธิการหนังสิือพิมพ์โคเรีย เฮรัลด์ จากเกาหลีใต้ : ประชาคมโลกดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือฐานยั่วยุทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ท่านคิดว่ามาตรการลงโทษเหล่านั้น มากพอทำให้เกาหลีเหนือล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธได้หรือไม่ หากเกาหลีเหนือยังคงท้าทายอยู่ จีนจะเพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือหรือไม่ จีนจะทำอะไรได้มากกว่านี้่เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีเหนือได้หรือไม่
หลี่ เค่อเฉียง : ท่าทีของจีนในประเด็นนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ชัดเจนและแน่วแน่ เรายึดมั่นในสันติภาพและเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี ทำให้คาบสมทุรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์และหาทางยุติประเด็นปัญหาสืบเนื่องผ่านการเจรจาและปรึกษาหารือ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ผ่านมติหลายฉบับเพื่อตอบโต้การปล่อยดาวเทียมและทดลองนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
ในฐานะสมาชิกสหประชาชาติและเป็นประเทศใหญ่ที่มีความัรบผิดชอบ จีนพร้อมปฏิบัติตามมติเหล่านั้นอย่างเต็มที่ และยึดถือหลักการห้ามแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์
กระนั้น การใช้มาตรการลงโทษไม่ใช่หนทางเดียวที่จะยุติปัญหาได้ สุดท้าย ทางออกของหลายปัญหาหนีไม่พ้นการทูตและการเจรจาอย่างสันติ เราจึงเรียกร้องเสมอมาให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเดินหน้าเจรจา รวมถึงการเจรจา 6 ฝ่าย และหวังว่าประเทศที่เกี่ยวข้องจะพูดคุยกับเกาหลีเหนือโดยตรง เพื่อผลักดันสู่การปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี จีนจะรักษาพันธกรณีและดำเนินความพยายามเต็มที่
โพนแก้ว วอละคูน รองบรรณาธิการเวียงจันทน์ ไทมส์ จากสปป.ลาว : ท่านมีความเห็นอย่างไรต่อแนวโน้มความสัมพันธ์ของจีนกับอาเซียน
หลี่ เค่อเฉียง: จีนกับอาเซียนมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว จีนสนับสนุนกระบวนการบูรณาการและสร้างประชาคมของอาเซียน จีนกับอาซียนเป็นส่วนเติมเต็มและพึ่งพาอาศัยกันอย่างมาก
ในเดือนกันยายนนี้ ผมจะเดินทางไปลาวเพื่อร่วมประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน รวมถึงการประชุมสุดยอด 10+1 ผมหวังว่าการประชุมที่ว่านี้จะช่วยกระชับสัมพันธ์ระหว่างกันยิ่งขึ้นไปอีก
ปีนี้เป็นปีครบรอบ 25 ปีแห่งความสัมพันธ์คู่เจรจาจีนกับอาเซียน เราหวังว่าการจัดกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อรำลึกถึงวาระสำคัญนี้
จะยิ่งเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง ผนึกยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา และขยายการแลกเปลี่ยนเชิงปฏิบัติและการติดต่อระหว่างประชาชนกับประชาชน
ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอาเซียนในภาพรวมมุ่งไปในทางสร้างสรรค์ ผลประโยชน์ร่วมกันของเรา มีมากกว่าความขัดแย้งมากมายนัก
ระหว่างจีนกับสมาชิกอาเซียนบางประเทศ ควรขยายผลประโยชน์ร่วมและส่งสารถึงการยึดมั่นในเสถียรภาพในภูมิภาค และส่งเสริมการพัฒนาในภูมิภาคเพื่อให้ประชาชนเห็นว่า ภูมิภาคนี้สามารถดำรงรักษาสันติภาพและเสถียรภาพได้
สำหรับความขัดแย้งระหว่างบางประเทศ สองฝ่ายมีความสามารถและปัญญาในการแก้ปัญหาได้ ความร่วมมือจีนกับอาเซียนเป็นพลังแห่งเสถียรภาพในภูมิภาค และจะส่งต่อเป็นศักยภาพของเอเชียในฐานะภูมิภาคที่มีพลวัตมากที่สุดเพื่อการเติบโตของโลก
ซาฟฟาร์ อับบาส บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ เดอะ ดอว์น จากปากีสถาน : ขอถามเกี่ยวกับเอเชียใต้ จีนเสนอโครงการเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 และเปิดตัวโครงการความร่วมมือในปากีสถานภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน เราเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจแก่ปากีสถานได้ แต่เมื่อเร็วๆ นี้ อิหร่านและอัฟกานิสถานก็เปิดตัวโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือ และถนน ที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากอินเดีย จีนคิดเห็นอย่างไรในเรื่องนี้ มองว่าระคายเคืองความริเริ่มของจีน หรือว่าไม่ขัดข้องเพราะเป็นการแข่งขันที่ดีอันจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจในภูมิภาคมากขึ้นอีก
หลี่ เค่อเฉียง : การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังเชื่องช้า องค์การการค้าโลกคาดการณ์ว่า เราอาจมีมูลค่าการค้าโลกที่แย่ลงในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ดังนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกประเทศจะต้องกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และขยายการค้า หรือกล่าวอีกอย่างคือเพื่อเพิ่มส่วนแบ่ง
จีนยึดถือมาตลอดว่าวิธีการสำคัญหนึ่งในอันจะที่หลุดพ้นจากวิกฤติการเงินและเศรษฐกิจโลก คือต้องส่งเสริมการค้า เปิดเสรีการลงทุนและสิ่งอำนวยความสะดวก ดังนั้น ถือเป็นข่าวดีสำหรับจีนที่จะได้เห็นจุดการเติบโตใหม่ๆ ในทุกประเทศ เนื่องจากอาจนำมาซึ่งโอกาสแก่บริษัทของจีนเองด้วย
การแข่งขันเป็นธรรมชาติของระบบเศรษฐกิจแบบตลาดอยู่แล้ว เราย่อมรู้สึกยินดี เราไม่ปรารถนาจะปกป้องการถอยกลับทางเดิม แต่สิ่งที่หวังจะเห็นคือสนามแข่งขันในตลาดโลกที่เป็นธรรม ขณะเดียวกันก็หวังจะเห็นสันติภาพและการพัฒนาในทุกประเทศเอเชียใต้ด้วย สำหรับเอเชียแล้ว การที่จะกลายเป็นเครื่องจักรใหม่ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก ต้องอาศัยส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและทุกทิศทางในภูมิภาค ไม่ว่าจะทางตะวันออก ใต้หรือกลาง
การเปิดกว้าง คือปัจจัยสำคัญในความสำเร็จของจีนในด้านการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจตลอดกว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา การเปิดกว้างในยุคโลกาภิวัตน์ มีความจำเป็นในการรับมือกับวิกฤติการเงินโลก การต่อสู้กับสงครามการค้าหรือค่าเงิน ไม่ใช่ทางออกของวิกฤติ
วอร์เรน เฟอร์นันเดซ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ สเตรทส์ ไทมส์ จากสิงคโปร์ : ผมมาเยือนจีนหลังสุดในคริสต์ทศวรรษ 1990 ในฐานะผู้สื่อข่าว รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นความสำเร็จของการพัฒนาในจีนและเอเชียในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อบรรยากาศเสถียรภาพและสงบสุขที่ท่านได้เอ่ยถึง แต่ขณะเดียวกัน เรายังคงเห็นความวิตกกังวลเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ คำถามผมคือ จีนจะเป็นผู้นำในการเป็นอภิมหาอำนาจรูปแบบใหม่ ยุติปัญหาเหล่านี้ด้วยการบรรลุหลักปฏิบัติ (ซีโอซี) กับประเทศที่เกี่ยวข้อง หรือแสวงหาข้อยุติแบบพหุภาคีและเป็นกลางได้หรือไม่
หลี่ เค่อเฉียง : ผมขอย้ำว่า จีนไม่ใช่ และไม่เคยมุ่งหมายจะเป็นอภิมหาอำนาจ เราเชื่อว่าทุกประเทศ ใหญ่หรือเล็ก ควรทำงานร่วมกันบนพื้นฐานความเสมอภาคและเคารพซึ่งกันและกัน ดังนั้น จะไม่มีคำว่า จีนเป็นผู้นำ หรือเป็นพี่เบิ้ม อย่างที่เพื่อนคนไทยของคุณได้เอ่ยถึง (สุทธิชัย หยุ่น)
ประเด็นทะเลจีนใต้ จีนยึดมั่นในแนวทางสร้างสรรค์ และเรียกร้องให้ทุกประเทศในภูมิภาคแสวงหาข้อยุติผ่านการสร้างฉันทามติ บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและประวัติศาสตร์ ที่เคยช่วยนำพาพวกเราบรรลุปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (ดีโอซี) ซึ่งเป็นเสาหลักของเสถียรภาพและสันติภาพในทะเลจีนใต้ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
ในรอบสองปีมานี้ มีข้อเสนอและเรียกร้องจากประเทศที่เกี่ยวข้อง ในการผลักดันซีโอซี ที่อาจมองได้ว่าเป็นสานต่อดีโอซีนั่นเอง จีนก็ใช้แนวทางสร้างสรรค์ต่อกระบวนการเหล่านี้มาโดยตลอด ผมเชื่อว่าประเทศในภูมิภาคมีศักยภาพในการดำรงรักษาเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค และมีความรอบรู้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ได้ ซึ่งตามดีโอซี ระบุว่าควรเป็นประเทศอธิปไตยที่เกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้น ที่จะแก้ไขกรณีพิพาทดินแดนและเขตอำนาจอย่างสันติผ่านการเจรจาและหารือฉันมิตร นอกจากนี้ เรายังได้ผลักดันแนวคิดระงับกรณีพิพาทและเดินหน้าพัฒนาร่วมกัน
รวินทรา กุมาร บรรณาธิการและกรรมการผู้จัดการ เดอะ สเตทส์แมน ออฟ อินเดีย : ประธานาธิบดีอินเดียเพิ่งมาเยือนจีนเมื่อไม่นานมานี้ ดูเหมือนการปฏิสัมพันธ์ระดับสูงระหว่างสองประเทศมีมากขึ้น แต่เหตุใดปัญหาชายแดนจึงไม่ได้ข้อยุติ
หลี่ เค่อเฉียง : อย่างแรกเลย เราควรนึกถึงประวัติศาสตร์ปัญหาชายแดน นี่เป็นปัญหาซับซ้อนตกทอดมาจากอดีตยาวนาน ไม่อาจแก้ไขได้ในช่วงเวลาอันสั้น ยังมีคำถามอีกมากมาย และทุกอย่างต้องใช้เวลา
ประการที่สอง ปัญหาชายแดนควรจัดวางในที่ทางเหมาะสมในความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับจีน ทั้งสองประเทศเวลานี้ต่างต้องการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน และจะแสวงหาข้อยุติทีละขั้นผ่านการเจรจา นอกจากนี้ ปัจจุบัน มีช่องทางการสื่อสารในการจัดการความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น ทำให้จีนและอินเดียสามารถจัดการความขัดแย้งอย่างเหมาะสมได้
ทั้งสองควรมุ่งเน้นการสร้างเสริมความไว้วางใจทางการเมืองระหว่างกัน ขยายความร่วมมือแบบปฏิบัติได้ และเพิ่มการติดต่อ
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชนให้มากขึ้น นี่จึงเป็นความสัมพันธ์แบบได้ทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะผู้นำทางการเมืองจากสองประเทศ ควรทำงานร่วมกันเพื่อความก้าวหน้า
ยุคนี้คือโอกาสยิ่งใหญ่สำหรับจีนและอินเดีย ในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกยังซบเซา ต้องการพลวัตจากเอเชียมากกว่าครั้งใดๆ ด้วยประชากรรวมกัน 2,500 ล้านคน คิดเป็น 1/3 ของประชากรโลก จีนและอินเดียจึงเป็นตลาดมหึมา หากจีนกับอินเดียทำงานและผนึกกำลังกัน จะยังประโยชน์แก่ชาวจีนและอินเดีย ตลอดจนเอเชียและโลก
หลี่ เค่อเฉียง : ผมขอสรุปแบบนี้ ข้อแรก จีนยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา และกว่าจะพัฒนาสู่ความทันสมัยได้ หนทางยังอยู่อีกยาวไกล ต่อให้เป็นประเทศก้าวหน้าแล้ว จีนก็จะไม่ถืออำนาจบาตรใหญ่หรือรังแกประเทศอื่น ผมเชื่อว่านี่เป็นข้อสรุปเหมาะสมเมื่อพิจารณาถึงวัฒนธรรมและประสบการณ์ในประวัติศาสตร์ของจีน
ประการที่สอง เพื่อพัฒนาประเทศ เราต้องการบรรยากาศโลกที่สงบสุขและเพื่อนบ้านที่มีเสถียรภาพ จีน เพื่อนบ้านและทุกประเทศต้องปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียมและเคารพกันโดยไม่เกี่ยวกับขนาดของประเทศ หนทางนี้ทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เกิดความสมัครสมานและเงื่อนไขที่เอื้อต่อการพัฒนา
ประการที่สาม เป็นธรรมชาติที่เพื่อนบ้านอาจมีความเห็นขัดแย้งกันบ้าง เหมือนลิ้นกับฟัน สิ่งสำคัญคือการรักษาสันติภาพและจัดการความขัดแย้งผ่านวิธีการทางการทูตอย่างสุขุม สำคัญกว่านั้นคือการจัดวางความเห็นต่างไว้ที่ทางที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้นจะกระทบผลประโยชน์ร่วมกัน เราควรเดินหน้าเพิ่มพูนผลประโยชน์ร่วมกัน จากนั้นความขัดแย้งและปัญหาต่างๆ จะแก้ไขได้ ผมเชื่อมั่นในอนาคตที่สดใส



