
'ซิโก้'มั่นใจ'ช้างศึก'เด็ดชีพซีเรีย
02 มิ.ย. 2559
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มั่นใจ 'ช้างศึก' จะเด็ดชีพซีเรีย ภายใน 90 นาที แต่ถ้าต้องดวลลูกจุดโทษเชื่อลูกทีมเด็ดขาดกว่า นัดเปิดสนามคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 (3 มิ.ย.)
การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 นัดเปิดสนาม วันที่ 3 มิ.ย. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน "ช้างศึก” ทีมชาติไทย พบ ซีเรีย เวลา 20.00 น. ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) พบ จอร์แดน เวลา 17.00 น. ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้หากเสมอกันในเวลา 90 นาที จะตัดสินด้วยการดวลลูกที่จุดโทษ เพื่อหาทีมชนะเข้าไปชิงชนะเลิศวันที่ 5 มิถุนายน ต่อไป
“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชช้างศึก เปิดเผยว่า แม้จะมีเวลาในการเตรียมทีมไม่กี่วัน สภาพทีมตอนนี้ถือว่าพร้อมเต็มที่ ซึ่งถือเป็นความโชคดีด้วยที่นักเตะทุกคนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ทุกคนสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่หวั่นใจน่าจะมีอยู่เพียงสิ่งเดียวคือสภาพสนามแข่งขัน เพราะช่วงนี้กรุงเทพฯ ฝนตกแทบทุกวัน หากพื้นสนามมีน้ำท่วมขังอาจจะส่งผลกระทบต่อการเล่นสไตล์ที่ถนัดของทีมไทยได้ ทั้งนี้มีการเตรียมแผนสำรองไว้แล้วเหมือนกัน
“แม้ซีเรียจะเป็นทีมที่แข็งแกร่ง มีผู้เล่นสูงใหญ่ แต่ผมมั่นใจด้วยความพร้อมของทีมและความมุ่งมั่นของนักเตะไทยทุกคนน่าจะเอาชนะได้ในเวลา 90 นาที แต่หากถึงต้องดวลลูกที่จุดโทษ ผมยังเชื่อว่าลูกทีมจะมีความเด็ดขาดกว่า เนื่องจากทีมฝึกซ้อมยิงที่จุดโทษมาตั้งแต่การแข่งขันซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และคงไม่มีใครเป็นตัวเลือกพิเศษ เนื่องจากนักเตะรู้ตัวดีว่าใครมีความพร้อมและมั่นใจมากที่สุด”
สำหรับผู้เล่น 11 คนแรกของทีมชาติไทย คาดว่าจะลงเล่นระบบ 4-3-3 ดังนี้ ผู้รัษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, กองหลังจากซ้าย ธีราทร บุญมาทัน, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, อดิศร พรหมรักษ์, ทริสตอง โด, กองกลาง สารัช อยู่เย็น, สรรวัชญ์ เดชมิตร, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ตัวรุกริมเส้นซ้าย-ขวา เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, มงคล ทศไกร โดยมี ธีรศิลป์ แดงดา เป็นกองหน้าตัวเป้า
ด้านอายมาน ฮาคีม โค้ชทีมซีเรีย กล่าวว่า แม้เกมที่ทีมแพ้ เวียดนาม 1-2 ในเกมอุ่นเครื่อง เนื่องจากทีมมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นบางตำแหน่ง และหลายคนมองว่าทีมมีปัญหาในเกมรับ แต่ก็ได้แก้ไขสิ่งต่างๆ แล้ว การเจอทีมชาติไทยต้องยอมรับแนวรุกสุดอันตรายทีเดียว
“ถึงตอนนี้ลูกทีมทุกคนมีความพร้อมเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าโดยรวมอาจจะมีหลายคนที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นกับภารกิจกับสโมสร แต่ผมเชื่อว่าการผสมทีมที่มีทั้งดาวรุ่งกับผู้เล่นมากประสบการณ์จะทำให้ทีมพร้อมในการพบทีมชาติไทย ยืนยันจะสู้อย่างเต็มที่แน่นอน”
ขณะที่วันนี้ (2 มิ.ย.) สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศอันดับฟีฟ่าประจำเดือน ทีมชาติไทยขึ้น 2 อันดับ มาอยู่ 117 ของโลก และที่ 17 เอเชีย พร้อมกลับมายึดเบอร์ 1 อาเซียนอีกครั้ง เหนือฟิลิปปินส์ ที่ตกลงไป 5 อันดับ อยู่ที่ 120 ของโลก และที่ 18 เอเชีย ส่วนอันดับท็อป 4 ของเอเชีย อิหร่าน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ส่วนอันดับของทีมที่มาร่วมคิงส์คัพ ยูเออี ที่ 70 โลก, จอร์แดน 80 โลก และซีเรีย 101 ของโลก ซึ่งล้วนสูงกว่าไทยทั้งสิ้น



