ข่าว

‘กฎหมายใหม่’คุมเข้มธุรกิจรปภ.

‘กฎหมายใหม่’คุมเข้มธุรกิจรปภ.

02 มิ.ย. 2559

‘กฎหมายใหม่’คุมเข้มธุรกิจรปภ. : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน

              นับเป็นอีกหนึ่งกฎหมายใหม่สำหรับธุรกิจรักษาความปลอดภัย นั่นก็คือ “พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558” ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 และมีผลบังคับใช้หลังจากที่ประกาศ 120 วัน ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2559

              กฎหมายฉบับนี้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องไปขึ้นทะเบียนขอรับ “ใบอนุญาต” กับสถานีตำรวจทั่วประเทศให้เรียบร้อยภายใน 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา หากไม่ดำเนินการมีความผิดตามกฎหมาย

              “พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์” ผู้ช่วยผบ.ตร. ระบุถึงวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อต้องการยกระดับหรือให้เกิดความเป็นมาตรฐานของงานที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย ทั้งบริษัทธุรกิจรักษาความปลอดภัย และคนที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องการให้มีคุณภาพมากขึ้น มีมาตรฐานสูงขึ้นจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการก่อนหน้านี้จะเป็นใครก็ได้ที่ทำธุรกิจนี้ จะเป็นบุคคลธรรมดาหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมารับจ้างเป็นธุรกิจรักษาความปลอดภัย แต่กฎหมายฉบับนี้กำหนดไว้ว่าต้องเป็นบริษัทเท่านั้น ความรับผิดชอบจะมีมากกว่าบุคคลธรรมดาหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

              นอกจากนี้ “คณะกรรมการกํากับธุรกิจรักษาความปลอดภัย” หรือที่เรียกว่า “บอร์ด รปภ.” ต้องเข้าไปกำกับดูแลว่าบริษัทต้องมีรูปแบบการบริหารจัดการอย่างไร มีระบบการติดตามภายในองค์กรอย่างไร มีระบบจัดเก็บข้อมูล จัดเก็บประวัติของพนักงานอย่างไร และระบบในการแจ้งเหตุให้ตำรวจทราบ ซึ่งทุกอย่างจะเป็นระบบขึ้น รวมไปถึงการแจ้งรายชื่อพนักงานให้แก่ตำรวจทราบในการตรวจสอบและติดตาม

              ส่วนพนักงานรักษาความปลอดภัยเมื่อก่อนจะเห็นว่าใครก็เป็นได้ไม่จำกัด รวมไปถึงคนต่างชาติที่ไม่อนุญาตให้ประกอบอาชีพนี้ แต่พอมีคณะกรรมการกํากับธุรกิจรักษาความปลอดภัยที่กำหนดไว้ชัดเจน ผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องเป็นคนไทยเท่านั้น อายุต้องไม่ต่ำกว่า 18 ปี จบการศึกษาชั้นม.3 ต้องมีการอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัย ส่วนข้อห้ามที่เป็นไม่ได้ ต้องโทษจำคุกเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย เพศ ทรัพย์ ยาเสพติด และการพนันที่เป็นไม่ได้ เว้นแต่จะพ้นโทษเกินกว่า 3 ปี ในวันที่มายื่นรับสมัคร และยังรวมไปถึงคนวิกลจริต สติฟั่นเฟือน ติดสุราเรื้อรัง

              ดังนั้นจะเห็นว่าคุณสมบัติเหล่านี้ต้องการคัดกรองให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นคนที่มีคุณภาพสูงขึ้น มีหน้าที่มีความรับผิดชอบสูงขึ้น เพราะเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่จบการศึกษาชั้น ม.3 จะเป็นผู้ที่มีวิจารณญาณ มีความรับผิดชอบ มีความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบได้สูงกว่าคนที่มีการศึกษาน้อย  ขณะเดียวกันประชาชนที่เชื่อใจในบริษัทที่บริหารงานเป็นระบบ มีการควบคุมตรวจสอบพนักงานของตัวเองได้จะทำให้รู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจมากขึ้น

              “ในพระราชบัญญัติฉบับนี้มีบทเฉพาะกาล กล่าวคือ พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ประกอบอาชีพอยู่เดิมก่อนที่พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้กฎหมายก็ผ่อนปรนขอให้ไปยื่นเรื่องใน 90 วัน หลังจากใช้ในวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ภายใน 90 วัน จะครบวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ภายใน 90 วันที่ว่านี้จะได้รับการยกเว้นคุณสมบัติ เรื่องการศึกษาภาคบังคับ ถึงแม้ว่าจะไม่จบ ม.3 แต่ว่าทำอาชีพนี้อยู่แล้วก็ได้รับการยกเว้น แต่ถ้าเป็นคนใหม่มาทำอาชีพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใหม่ ต้องยื่นเรื่องใหม่เลย โดยที่ยังไม่เคยทำอาชีพนี้มาก่อนจำเป็นที่จะต้องจบการศึกษาชั้น ม.3 ที่เราผ่อนผัน เพราะว่าจะได้ไม่ให้มีคนตกงานมากขึ้น ซึ่งจากการตรวจสอบดูพบว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีไม่ถึง 30% ที่จบ ม.3” พล.ต.ท.โสภณ กล่าว

              สำหรับแนวทางที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องปฏิบัติ คือต้องไปยื่นเรื่องที่สถานีตำรวจทั่วประเทศในการขึ้นทะเบียนขอรับ “ใบอนุญาต” ถึงแม้เอกสารยังไม่ครบสมบูรณ์สามารถส่งตามมาทีหลังได้ แต่ขอให้ไปยื่นเรื่องถึงแม้จะเกินวันที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะผ่อนผันให้เป็นกรณีพิเศษไม่ถือว่าเป็นความผิด เพื่อรักษาสิทธิของตัวเอง

              ส่วนการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่กำหนดว่าภายใน 3 ปี ต้องเข้าสถานฝึกอบรมหลักสูตร เพื่อให้การรับรองเบื้องต้นใช้เวลาในการอบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติประมาณ 40 ชั่วโมง หรือถ้าเป็นวันวันละ 8 ชั่วโมงก็ประมาณ 5 วัน ส่วนสถานที่ฝึกอบรมในระยะเริ่มแรกภาคเอกชนอาจจะไม่พร้อมในการฝึกอบรม ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีศูนย์ฝึกอบรมตามสถานีตำรวจภูธรต่างๆ ในต่างจังหวัดมาติดต่อขอเข้ารับการฝึกได้ รวมไปถึงกระทรวงแรงงาน ที่ได้ร่วมจัดอบรมหลักสูตรนี้ด้วย พนักงานรักษาความปลอดภัยก็สามารถไปฝึกอบรมได้

              “กฎหมายฉบับนี้มีประโยชน์อย่างแท้จริงกับประชาชน เพราะมีความเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของประชาชน และเป็นการยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยด้วย อีกทั้งก่อนหน้านี้ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็มีให้เห็น รวมไปถึงคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาประกอบอาชีพนี้ค่อนข้างมาก ถึงแม้ว่าไม่เคยเก็บสถิติไว้ แต่หลังจากนี้จะเก็บสถิติจากบริษัทที่ประกอบธุรกิจจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งตอนนี้มีอยู่ประมาณ 3,000-4,000 บริษัท มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประมาณ 4 แสนคนทั่วประเทศ แต่หลังจากนี้จะมีตัวเลขการเกิดอาชญากรรมที่รวบรวมไว้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดัน พ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมา” ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าว

              นอกจากนี้ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ยังเปิดเผยถึงความผิดหากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ดำเนินการตามกฎหมายว่า ถ้าไม่ไปเข้ารับการฝึกอบรมหรือไม่จบชั้น ม.3 ไม่สามารถเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ แต่ถ้าหากยังฝ่าฝืนในการปฏิบัติจะมีโทษ ฐานความผิดเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนทางบริษัทที่ประกอบธุรกิจจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ไปจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ไม่ได้รับอนุญาตก็มีโทษฐานความผิดที่ไปใช้พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ไม่ได้รับอนุญาต ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท แต่หากกรณีถ้าฟังได้ว่ากรรมการคนใดคนหนึ่งของบริษัทรู้เห็นเป็นใจเจตนาไปจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนด้วย

              ด้าน "วงศกร กัณหะวัฒนะ" ผู้จัดการเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า กฎหมายของพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการจำกัดวุฒิการศึกษาชั้น ม.3 ถือเป็นการปิดกั้นโอกาส ตัดสิทธิ์ผู้ด้อยโอกาส เสียค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนและการขอใบอนุญาตการเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงต้องเข้ารับการฝึกอบรมนานหลายวัน ทำให้เสียโอกาสในการทำงาน ซึ่งจากที่ได้พาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปขึ้นทะเบียนตามกฎหมายในพื้นที่ปริมณฑลแห่งหนึ่งปรากฏว่า ทางสถานีตำรวจในพื้นที่ก็ยังไม่รู้เรื่องว่ามีการขึ้นทะเบียนพนักงานรักษาความปลอดภัย ทั้งที่กฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้แล้ว จึงไม่รู้ว่าทางหน่วยงานภาครัฐมีการประสานงานกันอย่างไรถึงเป็นแบบนี้ ทำให้ต้องพาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในบริษัทไปยื่นเรื่องใหม่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแทน

              "ก็งงเหมือนกันว่าทางภาครัฐประสานงานกันอย่างไร ทำให้เสียเวลาไปมาหลายที่ อีกทั้งค่าธรรมเนียมในการทำก็ไม่แจ้งชัดเจนว่าราคาเท่าไหร่ บอกเพียงว่าไม่เกิน 1,000 บาท และต้องต่ออายุในทุก 3 ปี เหมือนกับการต่อทะเบียนรถ ซึ่งค่อนข้างแพงไปสำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หาเช้ากินค่ำ ดีที่บริษัทออกเงินให้ แต่บางบริษัทเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบางคนต้องออกเงินเอง อีกทั้งเป็นการตัดสิทธิ์เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนใหม่ที่อยากทำอาชีพนี้ แต่ติดตรงที่ไม่จบ ม.3 อาจส่งผลให้คนตกงานมากขึ้นได้” วงศกร กล่าว

              สอดคล้องกับความคิดเห็นของ "วิโรจน์ ตาวัน" เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างกัน ข้อดีก็จะเป็นการยกระดับมาตรฐานในอาชีพนี้ให้ดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันอาจจะกระทบกับผู้ที่อยากจะมาประกอบอาชีพนี้ใหม่ แต่ไม่สามารถทำอาชีพนี้ได้ถ้าไม่จบชั้น ม.3 อาจด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างที่เรียนไม่จบตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งต้องเห็นใจคนเหล่านั้นด้วยและปัญหาที่เกิดขึ้นอาจส่งผลไปถึงปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ที่จะตามมาได้หากคนตกงานมากขึ้น