ข่าว

‘ธรรมกาย’นำรถแบคโฮออกตั้งท่อคอนกรีตแทน

‘ธรรมกาย’นำรถแบคโฮออกตั้งท่อคอนกรีตแทน

01 มิ.ย. 2559

‘ธรรมกาย’ย้ายรถแบคโฮจอดไว้ที่หน้าประตู1ออกแล้ว ตั้งท่อคอนกรีตกระสอบทรายประตู5 ขอบคุณนายกฯที่ไม่ใช้ความรุนแรง

             1มิถุนายน2559 พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร และพระภาสุระ ทนฺตมโน ผู้ประสานงาน สำนักต่างประเทศ เป็นผู้ชี้แจงต่อสื่อมวลชน รวมแถลงข่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและกระทรวงยุติธรรม ที่มีท่าทีละมุนละม่อมและไม่ใช้ความรุนแรงกับวัดพระธรรมกาย

             ด้านพระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายทั้งในและต่างประเทศได้คลายกังวลใจ และขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ที่พิจารณาเรื่องนี้ด้วยหลักเมตตาธรรม และไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งชาวบ้านตำบลคลองสามอยากจะของคุณท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมจึงได้แสดงออกด้วยการเคลื่อนย้ายรถแม็คโครออกไป ซึ่งเจ้าของรถแบคโฮที่เคยจอดไว้ที่หน้าประตู1 ขณะนี้ได้นำรถแบคโฮออกไปแล้ว ได้ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่มีทีท่าละมุนละม่อมและจะไม่ใช้กำลังในกรณีจับกุมหลวงพ่อธัมมชโย รวมถึงฝากไปถึงภาครัฐที่ช่วยดูแลความปลอดภัยให้แก่วัดพระธรรมกาย

             พระมหานพพร กล่าวอีกว่า ทางวัดพระธรรมกายหวังว่าภาครัฐยังจะใส่ใจ ดูแลให้ความปลอดภัยกับวัดำพระธรรมกาย ถึงเรื่องปัญญาที่จะเกิดขึ้นกับมือที่สาม ซึ่งตรงนี้เองวัดพระธรรมกาย นอกจากจะดูและตัวเองในระดับหนึ่งแล้ว ก็ยังหวังพึ่งภาครัฐที่ยังให้ความร่วมมืออนุเคราะห์ เพื่อที่จะดูและสถานการณ์รอบวัดพระธรรมกายให้ปลาศจากการก่อกานจากมือที่สามต่อไป

             ส่วนพระภาสุระ ทนฺตมโน ผู้ประสานงาน สำนักต่างประเทศ กล่าวว่า องค์กรพุทธในญี่ปุ่น ร้องนายกไทย ให้ความเป็นธรรมต่อพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ตามที่ ได้มีการนำเสนอข่าวกรณีของพระเทพญาณมหามุนี หรือหลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ถูกกล่าวหาและมีหมายเรียกเพื่อให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีรับของไม่ถูกกฎหมาย แต่เป็นที่ทราบดีว่า ขณะนี้ หลวงพ่อธัมมชโย มีอาการอาพาธ ไม่สามารถเดินทางไปรับทราบกล่าวหาได้ จนนำไปสู่กระบวนการออกหมายจับนั้น ทำให้องค์กรพุทธในประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ชมรมอินเนอร์พีซโอซาก้า, สมาคมสร้างสรรค์สันติสุขนางาโน่, สมาคมสายสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น, สมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมญี่ปุ่น-ไทย โยโกฮาม่า, และสมาคมเรารักสันติภาพแห่งไซตามะ (WLPSA) จึงได้ทำหนังสือถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ชะลอการดำเนินคดีทางกฎหมายกับพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

             สำหรับการทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขององค์กรพุทธในประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ เพื่อขอความเห็นใจในการชะลอการดำเนินคดีทางกฎหมายกับพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยเนื้อหาหนังสือระบุว่า มีความกังวัลใจและไม่สบายใจที่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีต่อพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระภิกษุผู้สูงอายุ ซึ่งกำลังอาพาธ และพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ได้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและสังคมมาตลอด กว่า 50 พรรษา ในชีวิตสมณะ ท่านอุทิศตนเพื่องานพระพุทธศาสนา และตั้งมั่นอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา ดังจะเห็นได้จากโครงการทั้งหลายของวัดพระธรรมกาย ที่จัดขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ชาวไทยและชาวโลก จึงขอเรียกร้องผ่าน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการในกรณีนี้อย่างชอบธรรม และเป็นไปด้วยความละมุนละม่อม โดยไม่มีการใช้ความรุนแรง

‘ธรรมกาย’นำรถแบคโฮออกตั้งท่อคอนกรีตแทน

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ทางวัดพระธรรมกายได้นำรถแบคโฮออกจากออจากหน้าประตู1 แต่ได้นำกระสอบทรายขนาดใหญ่และท่อคอนกรีตมาตั้งไว้ ที่บริเวณใกล้กับประตู 5 วัดพระธรรมกาย โดยอ้างว่า เพื่อป้องกันมือที่ 3 ที่จะเข้ามาก่อเหตุอันตราย

‘ธรรมกาย’นำรถแบคโฮออกตั้งท่อคอนกรีตแทน

 

แก้ข่าวฆ่าตัวตายพร้อมแจ้งจับมือโพสต์

               เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 1 มิ.ย. นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ร่วมกับนางสาวลีลาวดี วัชโลบล เปิดแถลงข่าวเหตุการณ์เกี่ยวกับการถูกกล่าวหาว่าตามที่ทางวัดพระธรรมกาย ได้นำสิ่งกรีดขวาง เช่น รถแบคโฮ เต็นท์ รั้วลวดหนาม นำมาขวางปิดทาง เข้า-ออก ตามที่มีการเสนอข่าวออกไปแล้วนั้น

               ด้านโฆษกวัดพระธรรมกาย กล่าวชี้แจงว่า ขณะนี้ทางวัดได้นำรถแบคโฮออกจากหน้าประตู 1 แล้ว ส่วนเต็นท์นั้นทางด้านศิษยานุศิษย์และพระนำมากลางเป็นที่ปลดทุกข์ ไม่ได้มีสิ่งกีดขวางใดๆทั้งสิ้นตามที่เป็นข่าวว่า เป็นสิ่งกีดขวาง นอกจากนี้ จึงได้วิงวอนขอให้สื่อลงข่าวไปในทางที่เป็นความจริง ไม่บิดเบือน เพื่อจะไม่สร้างความเสียหายให้กับวัดพระธรรมกายอีกต่อไป

               ขณะที่ นางสาวลีลาวดีที่ถูกมือดีโพสต์ทางเฟสบุ๊ค ด้วยข้อความว่า “ถ้าหลวงพ่อผิดจริง ดิฉันกับลูกศิษย์จะผูกคอตาย” ภาพดังกล่าวเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น ซึ่งทางตนไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย พร้อมเข้าแจ้งความที่ดำเนินคดีกับผู้โพสต์ไว้ที่ สภ.คลองหลวง เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันนี้


อธิบดีดีเอสไอรายงาน'บิ๊กต๊อก'ภาพรวมคลองจั่น

               เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามหมายจับกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร จากการรับเช็คบริจาคของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด วงเงินกว่า. 1,200 ล้านบาท ว่า ต้องให้เวลาเจ้าคณะปกครองดำเนินการตามที่ดีเอสไอเข้าหารือ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามพ.ร.บ.สงฆ์ฯ ซึ่งทราบว่าเจ้าคณะปกครองก็กำลังดำเนินการอยู่ โดยหนึ่งในเงื่อนไขที่เสนอไปคือหากเจ็บป่วยต้องให้แพทย์จากส่วนกลางเข้าตรวจอาการ ซึ่งดีเอสไอจะยินยอมให้แพทย์ประจำตัวของพระธัมมชโยร่วมสังเกตการณ์ตลอดการตรวจร่างกาย หากผลออกมาว่าป่วยหนักจริงก็พร้อมเข้าแจ้งข้อกล่าวหา ณ สถานที่ตรวจอาการ ขึ้นอยู่กับวัดจะรับเงื่อนไขให้ตรวจอาการอาพาธหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้เป็นอีกเรื่องที่ขอให้เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ตาม หลังเข้าพบกับเจ้าคณะจังหวัดปทุมก็ยังมีการประสานกันอยู่เป็นระยะ

               “ย้ำว่าเงื่อนไขของดีเอสไอไม่ได้เปลี่ยนแปลง หากยืนยันว่าป่วยจริงก็ต้องให้แพทย์เข้าไปตรวจ ในส่วนของหมายจับดีเอสไอก็พร้อมที่จะดำเนินการตามกฎหมาย ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบข้อมูลอย่างใกล้ชิด หากวันเวลาพร้อมก็จะเข้าดำเนินการ ทั้งนี้วันเวลาเข้าจับต้องประเมินสถานการณ์ที่เหมาะสมโดยดีเอสไอประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา คนทำตามกฎหมายต้องคำนวณว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร คุ้มหรือไม่คุ้ม ถ้าเข้าไปแล้วเกิดเหตุรุนแรงเกิดการปะทะจะคุ้มหรือไม่ ทั้งที่สำนวนการสอบสวนของดีเอสไอสามารถสรุปสำนวนสั่งฟ้องได้อยู่แล้ว” พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

               อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่นฯนอกจากในส่วนของพระธัมมชโยแล้ว ดีเอสไอมีการสอบสวนขยายผลไปยังกลุ่มพระเครือข่ายรูปอื่นๆ ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคจากสหกรณ์ด้วย โดยมีการตรวจสอบอีก 6-7 กลุ่ม อย่างไรก็ตาม วันนี้(1 มิ.ย.) พนักงานสอบสวนได้ยื่นศาลขออนุมัติหมายจับน.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีสมคบฟอกเงินและรับของโจรซึ่งทราบว่าหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว สำหรับภาพการ์ดเสื้อแดงที่มีการเผยแพร่ว่ารับหน้าที่เป็นการ์ดวัดพรธรรมกายกำลังตรวจสอบภาพตามที่มีการส่งต่อในโซเชียลมีเดียนั้น อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้ชัดเจน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้พ.ต.อ.ไพสิฐ ได้เข้าพบพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามหมายจับกับพระธัมมชโย ในส่วนของน.ส.ศศิธร ที่ศาลอาญาอนุมัติหมายจับรายล่าสุดนั้น มีรายงานว่าได้หลบหนีออกนอกประเทศ ตั้งแต่เกิดเหตุมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการสั่งจ่ายเช็คเป็นรายฉบับ โดยน.ส.ศศิธร มีชื่อปรากฏเซ็นสลักหลังเช็ค 1 ใบ เป็นเงิน 100 ล้านบาท แต่ภายหลังทีมทนายความวัดพระธรรมกายได้แจ้งความร้องทุกข์ระบุว่าพระธัมมชโยไม่ได้รับเงินจากเช็คดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าสุดท้ายยอดเงิน 100 ล้านบาทตามเช็คดังกล่าวที่เบิกโดยน.ส.ศศิธร ได้ไหลกลับเข้าไปยังวัดพระธรรมกาย ส่วนน.ส.ศศิธรมีรายงานว่าหลบหนีไปยังประเทศเนปาล