ข่าว

แทง11แผล'ผช.พยาบาล'ดับสยอง

แทง11แผล'ผช.พยาบาล'ดับสยอง

31 พ.ค. 2559

ฆ่าโหดสาวผู้ช่วยพยาบาล แทง 11 แผล ตายเปลือยในหอพักเมืองลำพูน ตร.ปูพรมล่าหนุ่มต้องสงสัย ก่อนจับได้ที่อุตรดิตถ์ แฉประวัติข่มขืน-ฆ่า

  
                    เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ร.ต.อ.พิทวัส สุขแจ่ม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำพูน ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าตายที่หอพัก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน หลังจากรับแจ้งจึงจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.สมสง่า ชรินทร์ ผบก.ภ.จว.ลำพูน พ.ต.อ.ผล ปวนเปี้ย ผกก.สภ.เมืองลำพูน พ.ต.อ.ปกรณ์ หวั่นชัยศรี ผกก.งานสอบสวน พ.ต.ท.ดนัย ใจกล่ำ รอง ผกก.ป.ชุดสืบสวน สภ.เมืองลำพูน ชุดสืบสวนภูธรจังหวัด แพทย์เวร รพ.ลำพูน เจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน
 
                    ที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 2 ชั้น จุดเกิดเหตุเป็นห้องพักชั้นล่าง เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ที่บริเวณหน้าห้องน้ำภายในห้องพัก สภาพเปลือยกายท่อนล่อง เสื้อยืดและเสื้อชั้นในถูกถลกขึ้น ตามร่างกายมีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคม 11 แผล มีรอยเลือดกระเด็นไปทั่วห้อง ภายในห้องพักมีร่องรอยการต่อสู้ สิ่งของกระจัดกระจายเกลื่อน ทรัพย์สินของผู้ตายที่หายไปมีสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ส่วนรถเก๋งและรถจักรยานยนต์ยังจอดอยู่ในหอพัก สำหรับอาวุธมีดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุหาไม่พบ
 
                    จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลใน จ.ลำพูน มานานหลายปีแล้ว และมาเช่าห้องพักที่หอพักอยู่คนเดียวได้ประมาณ 2 ปี ทุกวันก็ไปทำงานปกติ และทราบว่า น.ส.เอ เป็นคนหน้าตาดีและสนุกสนานร่าเริง หลังเลิกงานชอบไปเที่ยวกับเพื่อนบ่อยๆ ทำให้มีเพื่อนชายและเพื่อนหญิงที่มีลักษณะเป็นทอมไปมาหาสู่เป็นประจำ ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ได้เลิกคบหากับเพื่อนชายคนหนึ่ง
 
                    นอกจากนี้ยังทราบด้วยว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตโทรศัพท์คุยกับแม่บอกว่า จะย้ายหอพักเร็วๆ นี้ และเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตโทรศัพท์ติดต่อเพื่อนร่วมงานเพื่อขอแลกเวรกัน ทั้งนี้ ในคืนวันที่ 30 พฤษภาคม มีผู้ที่อยู่ในหอพักเดียวกันได้ยินเสียงหวีดร้อง แต่เข้าใจว่าเป็นสามีภรรยาทะเลาะกัน จนกระทั่งช่วงเช้ามืดวันนี้ (31 พ.ค.) เพื่อนของผู้เสียชีวิตโทรศัพท์มาหาแต่ติดต่อไม่ได้ จากนั้นช่วงสายเพื่อนของผู้เสียชีวิตจึงเดินทางมาหา และพบว่า น.ส.เอ เสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ
 
                    พล.ต.ต.สมสง่ากล่าวว่า คดีนี้มั่นใจในพยานหลักฐานว่าจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้โดยเร็วที่สุด ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บหลักฐานและสอบพยานแวดล้อมก็พอจะทราบว่า ผู้ตายถูกฆ่าตายเมื่อประมาณ 19.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม อีกทั้งสาเหตุการฆาตรกรรมมุ่งประเด็นไปที่เรื่องชู้สาว และเรื่องประสงค์ต่อทรัพย์ แต่คงจะให้น้ำหนักไปที่เรื่องชู้สาวมากกว่า เพราะผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่เพียงลำพังและเป็นคนหน้าตาดีด้วย จึงมักมีทั้งผู้หญิงผู้ชายมาสนใจ ซึ่งต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานสักระยะหนึ่งจะจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้
 
                    ต่อมา พี่ชายผู้เสียชีวิต อายุ 37 ปี ที่เดินทางมายังที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ปกติน้องสาวกับตนจะไม่ค่อยได้คุยกัน ส่วนใหญ่ผู้ตายจะคุยโทรศัพท์กับแม่ สาเหตุในครั้งนี้ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร และคนร้ายเป็นใคร แต่เชื่อว่าคงจะเรื่องชู้สาว เพราะที่ผ่านมาผู้ตายมักจะคบหากับทอม 
 
                    ส่วนเพื่อนร่วมงานชายคนหนึ่งไม่ประสงค์ออกนาม ซึ่งเป็นผู้ช่วยพยาบาลด้วยกัน เล่าว่า เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 30 พฤษภาคม ผู้ตายได้ขอแลกเวร โดยจะไปทำธุระในตอนเย็น จากนั้นทุกคนก็ไม่ได้สนใจว่าไปไหน จนกระทั่งมาพบถูกฆ่าตายดังกล่าว ส่วนการฆาตรกรรมยังไม่ทราบว่าเป็นฝีมือของใคร
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5 ร่วมกับชุดสืบสวนในพื้นที่ได้ลงหาเบาะแสคนร้ายแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจะติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และตำรวจในทีมชุดสืบสวนภาค 5 มั่นใจว่าจะจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้โดยเร็วที่สุด คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ คงจะจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้
 
                    รายงานข่าวล่าสุดแจ้งว่า วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า คนร้ายรายนี้คือ นายสถาพร รีเลียง อายุ 25 ปี ชาว จ.อุตรดิตถ์ จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปจับกุมนายสถาพรได้ที่บ้านพักในจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต จากนั้นได้ควบคุมตัวไปสอบสวนและดำเนินคดีที่ สภ.เมืองลำพูน
 
                    จากการสอบสวนเบื้องต้น คนร้ายให้การรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุจริง
 
                    รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบประวัติของคนร้ายพบว่า เคยถูกดำเนินคดีทั้งข่มขืน ฆ่า และบุกรุกเคหสถาน