
คุก4ปี!เมาขับขยี้นักปั่น3ศพ
31 พ.ค. 2559
ศาลเชียงใหม่พิพากษาคุก 4 ปี นศ.สาวเมาซิ่งเก๋งชนนักปั่นดับคาที่ 3 ศพ ปี 58 สารภาพลดโทษเหลือคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา-ริบใบขับขี่ พร้อมให้จ่ายเงินชดเชยครอบครัวเหยื่อ
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 21 ชั้น 2 ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำพิพากษาจำคุก น.ส.ภัทร์ชุดา จายเรือน อายุ 23 ปี นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เป็นเวลา 4 ปี ในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่เป็นโจทก์ฟ้องกรณีขับรถชนกลุ่มนักปั่นจักรยานเสียชีวิต 3 คน แต่เนื่องจาก น.ส.ภัทร์ชุดา จำเลย ให้การรับสารภาพ ศาลจึงตัดสินลดโทษให้เหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 3 พฤษภาคม 2558 น.ส.ภัทร์ชุดาขับรถเก๋งโตโยต้า สีดำ ทะเบียน ขย9417 เชียงใหม่ พุ่งชนกลุ่มนักปั่นจักรยานเสียชีวิต 3 คน บนถนนหลวงสาย 118 เชียงใหม่-ดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดพบว่าเกินกว่าค่าที่กฎหมายกำหนด พนักงานสอบสวน สภ.ดอยสะเก็ดจึงดำเนินคดีใน 3 ข้อหา คือ ขับรถด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต กระทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และเมาแล้วขับ
ภายหลังศาลมีคำพิพากษาทนายความของ น.ส.ภัทร์ชุดาได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ส่วนการจ่ายค่าชดเชยแก่ทายาทผู้เสียหายนั้น กรณีของ น.ส.ก้องกานต์ ย่องลั่น และน.ส.นินนท์ ย่องลั่น ลูกสาวของนายชัยรัตน์ ย่องลั่น ผู้เสียชีวิต ศาลตัดสินยกฟ้องในคดีแพ่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้จำเลยได้จ่ายเงินเยียวยาให้แล้ว
ส่วนกรณีของนางปราณี กันทา ซึ่งสูญเสียสามีไปจากเหตุการณ์ดังกล่าว ศาลตัดสินให้จำเลยจ่ายเงินชดเชยจำนวน 1.7 ล้านบาท และในส่วนของนายแก้ว คำแก้ว และนางแก้ว คำแก้ว ซึ่งสูญเสียลูกชายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ศาลตัดสินให้จำเลยชดเชยเป็นเงินจำนวน 4.35 แสนบาท
ด้าน น.ส.ก้องกานต์ ย่องลั่น ลูกสาวของนายชัยรัตน์ ย่องลั่น กล่าวว่า เหตุการณ์ผ่านไปนานกว่า 1 ปีแล้ว แต่ครอบครัวยังรู้สึกเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของบิดา ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว วันนี้ตนและครอบครัวของผู้เสียชีวิตอีก 2 ครอบครัว ยอมรับและเคารพในคำตัดสินของศาล และในส่วนของคู่กรณีมีการติดต่อเพื่อช่วยเหลือค่าทำศพรายละ 1 แสนบาทแล้ว นอกจากนี้ยังมีเงินจากบริษัทประกันภัย รวมทั้งสิ้นรายละ 1.2 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้ตนและกลุ่มญาติจะปรึกษาว่าจะสู้ต่ออย่างไรต่อไป
"แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่คุ้มค่ากับชีวิตของพ่อที่ต้องสูญเสียไปกับความประมาทของคนเมาแล้วขับ อีกทั้งหลังจากเกิดเหตุจนถึงปัจจุบันคู่กรณีก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบหรือแสดงความเสียใจอย่างจริงใจให้เห็น จึงอยากฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนให้มีจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนน รวมไปถึงอยากให้ทุกคนร่วมกันปฏิบัติตามกฎจราจร ที่สำคัญถ้าเมาต้องไม่ขับรถเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อตนเองและผู้อื่นอย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา” น.ส.ก้องกานต์ กล่าว
ขณะที่ น.ส.นินนท์ ย่องลั่น กล่าวว่า จำเลยได้รับโทษจำคุกเพียง 2 ปี เมื่อเทียบกับ 3 ชีวิตที่สูญเสียไปอาจไม่คุ้มค่า แต่ครอบครัวก็เคารพคำตัดสินของศาล



