
ไกล่เกลี่ยไม่จบแม่ประนอมยื่นฟ้องอาญา
ไกล่เกลี่ยทรัพย์สิน น้ำพริกเผา ไม่จบ แม่ประนอม ยื่นฟ้องอาญา ลูกสาวคนโต-ลูกเขย เรื่องโอนหุ้นอีกคดี หลังเจรจาแบ่งสมบัติไม่ลงตัว ชี้ข้อตกลงเปลี่ยนแปลงไปมาก
ความคืบหน้าคดีพิพาทมรดกและกิจการของครอบครัวที่ก่อตั้ง “น้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม” ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีที่ นางประนอม แดงสุภา อายุ 78 ปี ผู้ก่อตั้งกิจการน้ำพริกเผาแม่ประนอม ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องในคดีแพ่ง ที่นางประนอม และ น.ส.ศิริวัลย์ แดงสุภา อายุ 53 ปี บุตรสาวคนที่ 2 ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางศิริพร แดงสุภา อายุ 55 ปี บุตรสาวคนโต และนายสุชาติ ภาษาประเทศ อายุ 62 ปี สามีของนางศิริพร เป็นจำเลยที่ 1-2 เรื่องเพิกถอนนิติกรรม ถือกรรมสิทธิ์แทน
ทั้งนี้ โจทก์ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดิน ต.หลักสอง อ.ภาษีเจริญ กทม. ที่ตั้งโรงงานบริษัทพิบูลย์ชัย น้ำพริกเผาแม่ประนอม จำกัด ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของนางประนอมและนายศิริชัย สามี และให้จำเลยทั้งที่ 1-2 โอนหุ้นบริษัท 38,550 หุ้น คืนแก่โจทก์ที่ 1-2 และกองมรดกของนายศิริชัยด้วย พร้อมค่าเสียหายรวมทุนทรัพย์ 561,950,000 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ 31 มีนาคม 2558 ถัดจากวันฟ้องคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางประนอมได้เดินทางมาพร้อมกับนายพิสิษฐ์ ชุติพรพงษ์ชัย ทนายความ ขณะที่นางศิริพร บุตรสาวคนโต และนายสุชาติ สามี ไม่ได้เดินทางมา มีเพียง นายทวิชา หวังโภคา ทนายความฝ่ายจำเลยดำเนินการแทน
นางประนอมให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดีว่า ศาลนัดไกล่เกลี่ยหลังทำข้อตกลงกับนางศิริพร บุตรสาวคนโตที่วังวรดิศ ที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นคนกลางเจรจา อย่างไรก็ดี หลังการเจรจาครั้งนั้นก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากบุตรสาวคนโตและทนายความอีก
นางประนอมยืนยันว่า ทรัพย์สินที่ทำข้อตกลงไว้มีที่ดิน จ.นครปฐม ที่ดินหมู่บ้านเศรษฐกิจในกรุงเทพมหานคร เงินเดือนเดือนละ 1 ล้านบาท หุ้นในบริษัท โดยต้องการให้คืนหุ้นทั้งหมดก่อนจัดสรรแบ่งมรดกอีกครั้ง และหากวันนี้ (30 พ.ค.) ไม่สามารถตกลงกันได้ก็จะเข้าสู่กระบวนการไต่สวนคำร้องที่ขอเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องตามขั้นตอนเดิมต่อไป
อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลานัดปรากฏว่านางประนอมได้แถลงต่อศาลขอพิจารณาลับ ศาลจึงมีคำสั่งให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องพิจารณา
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนพิจารณา เมื่อเวลา 15.00 น. นางประนอม เปิดเผยว่า นางศิริพร บุตรสาวคนโต ไม่เดินทางมาศาล พร้อมยืนยันว่า ไม่มีผู้ใหญ่มาเจรจาให้ถอนฟ้องในคดีที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันและศาลจังหวัดนครปฐม อย่างไรก็ดีวันนี้ยังมอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้องนางศิริพร และนายสุชาติ ในคดีอาญา ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน เรื่องการโอนหุ้นด้วย
ด้านนายพิสิษฐ์ ทนายความของนางประนอม กล่าวว่า วันนี้ศาลได้สอบถามคู่ความว่าจะไกล่เกลี่ยกันได้หรือไม่ โดยฝ่ายทนายความจำเลยได้แถลงต่อศาลว่า ไม่สามารถรับเงื่อนไขได้ ซึ่งศาลเห็นว่าเงื่อนไขข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะเรื่องหุ้น ที่ดิน ไม่สามารถตกลงกันได้ หลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนของกฎหมาย แต่ถ้าคู่ความยังสามารถเจรจาได้ ก็จะไกล่เกลี่ยต่อไป
สำหรับคดีอาญา ที่นางประนอมยื่นฟ้องนางศิริพรและนายสุชาติเรื่องโอนหุ้นนั้น ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ศาลจังหวัดนครปฐมนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ น.ส.ศิริวัลย์ แดงสุภา บุตรสาวคนที่ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางศิริพร พี่สาว ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร ฉ้อโกงทรัพย์มรดก
ขณะที่ นายทวิชา ทนายความของนางศิริพร กล่าวว่า การไกล่เกลี่ยมีเงื่อนไขตามข้อตกลง 4 ข้อ แต่ไม่มีเรื่องหุ้น โดยวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา นางศิริพรได้เตรียมเช็คเงินสด 1 ล้านบาท ให้นางประนอม แต่วันเดียวกันนางประนอมให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ว่ามีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลง โดยต้องการเงินเพิ่มอีก 300 ล้านบาท ทำให้การมอบเช็คเงินสดต้องระงับไป อย่างไรก็ตามทุกโอกาสสามารถไกล่เกลี่ยได้ แต่เมื่อข้อตกลงเปลี่ยนไปแล้วไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้คงต้องใช้เวลา
ทั้งนี้ศาลเห็นว่าข้อตกลงเปลี่ยนแปลงไปมาก จึงนัดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งอนุญาตถอนฟ้อง ในวันที่ 13 กรกฎาคม โดยฝ่ายนางประนอม จะนำพยานเข้าไต่สวน 2 ปาก ส่วนนางศิริพรเตรียมพยานไต่สวนไว้ 9 ปาก ส่วนที่ทนายความโจทก์ไม่สามารถติดต่อจำเลยได้ขอให้ใช้ดุลพินิจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการถอนฟ้อง นางประนอมให้ใครมายื่นคำร้อง นายทวิชากล่าวว่า นางประนอมเป็นผู้ลงนามในคำร้องเอง และมอบอำนาจให้เสมียนทนายความยื่นต่อศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่นางประนอมเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางศิริพร บุตรสาวคนโต และนายกำธร ประยูรสตางค์ เป็นจำเลย ต่อศาลจังหวัดนครปฐม ในความผิดเกี่ยวกับเอกสารและฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268 และ 341 ศาลนัดฟังผลการไกล่เกลี่ยในวันที่ 14 มิถุนายนนี้



