
รัฐบาลฮานอย..พันธมิตรใหม่ของอเมริกาหรือ
รัฐบาลฮานอย..พันธมิตรใหม่ของอเมริกาหรือ : มองมุมยุทธศาสตร์ เรือรบ เมืองมั่น
ข่าวการเยือนเวียดนามของประธานาธิบดีปีสุดท้ายอย่างบารัก โอบามาของสหรัฐ กระตุกให้บรรดานักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์เอเชียแปซิฟิกมองว่านี่เป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อจีนในปัญหาทะเลจีนใต้แน่แล้ว และการกระชับความเป็นมิตรของอดีตศัตรูในสงครามเย็น (แต่จริงๆ ร้อนมากในพื้นที่ที่เคยเรียกว่าไซ่ง่อนและใกล้เคียง) น่าจะนำไปสู่การร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมใหม่ๆ อีกมาก แต่เมื่อมองอนาคตข้างหน้าแล้ว สองประเด็นนี้กลับยังไม่ชัดเจนนัก
กับการที่อเมริกายกเลิกการห้ามขายอาวุธให้แก่เวียดนามนั้นถือว่าเป็นเรื่องน่าจะทำนานแล้ว ช้าเกินไปด้วยซ้ำ เพราะหลายชาติอาศัยความขัดแย้งในทะเลจีนใต้และความไม่มั่นใจตนเองต่อการรับมือจีนของเวียดนาม ผูกสัมพันธ์ด้านการอาวุธกับเวียดนามไปก่อนนานแล้ว แม้แต่ฝรั่งเศส หนึ่งในหัวขบวนประชาธิปไตยแอตแลนติกก็ขายอาวุธทางเรือให้เวียดนาม รัสเซียนี่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องขายเรือดำน้ำชั้นกิโล การกลับเข้ามาใช้อ่าวคัมรานห์อย่างกึ่งไม่เปิดเผยก็เป็นสิ่งที่สหรัฐหวั่นใจ อินเดียก็มีความร่วมมือทางนิวเคลียร์และจรวดกับกองทัพเวียดนาม ญี่ปุ่นดูเหมือนมาล่าสุด แบ็กเวียดนามไม่น้อยหน้าฟิลิปปินส์ ดังนั้น เรื่องการสนับสนุนทางยุทโธปกรณ์ของสหรัฐ จึงถือว่ามาช้า ทั้งยังจะเกิดขึ้นจริงได้ขนาดไหนยังสงสัย ถึงมีก็คงไม่มากนัก เพราะของมะกันนั้นแพงเหมือนกัน งานนี้จึงน่าจะได้ประโยชน์ในแง่สัญลักษณ์มากกว่า ต่อไป เวียดนามอาจได้สถานะพันธมิตรนอกนาโตก็ได้ แต่ก็ไม่สลักสำคัญอะไร
ในโลกยุคใหม่ ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร อดีตศัตรูอาจพร้อมเป็นมิตรกันเมื่อเจอภัยคุกคามร่วม อเมริกายังเป็นมิตรกับญี่ปุ่นได้ อเมริกากับเวียดนามก็น่าจะเป็นเช่นนั้นในแง่ของหลักการ แต่ในความเป็นจริง ถึงเป็นมิตรกันก็จะกระชับแนบแน่นได้ขนาดไหน เวียดนามยังเป็นคอมมิวนิสต์อยู่ บนแผ่นดินมีผู้ไม่ชอบรัฐบาลฮานอยมิใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเหล่านักสิทธิมนุษยชนที่ไม่พอใจการข่มเหงคนกลุ่มน้อยชาวเขาทางตอนกลางของประเทศ หรือชาวเวียดนามใต้ที่ไปตั้งหลักแหล่งในสหรัฐ หลังจากพ่ายแพ้สงครามให้แก่เวียดนามเหนือ รุ่นที่สองที่สามของพวกเขาจำนวนมากยังคิดต่างกับรัฐบาลคอมมิวนิสต์ คนอเมริกันที่ยังระแวงคนที่ในอดีตพวกเขาเรียกว่าเวียดกงก็มีไม่น้อย
ถึงอย่างไร หมากตานี้ก็เป็นสิ่งที่สหรัฐต้องทำ การผนึกกำลังปิดล้อมจีนในแปซิฟิกจะเกิดรูรั่วถ้าถุงมีรูอ้า เราจึงจะเห็นการกระชับความสัมพันธ์กับกัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือแม้แต่บรูไนมากขึ้นแน่ ประเทศเหล่านี้คงไม่มีใครคาดว่าจะรวมหัวกันรบกับจีน แต่ถ้าพวกเขามีแนวทางไปด้วยกันแนวทางเดียวที่จะสกัดกั้นอิทธิพลจีนในแปซิฟิกจริง โดยแนวทางนั้นสอดคล้องกับสหรัฐด้วย ก็เป็นความพอใจของสหรัฐแล้ว รัฐบาลวอชิงตันคงคิดอย่างนี้กับเวียดนามด้วย ส่วนประเด็นที่คนไทยบางส่วนกังวลใจว่าอเมริกามองข้ามเราไปให้ความใส่ใจกับเวียดนามนั้นก็ไม่ต้องห่วง ของใหม่อย่างเวียดนามหรือเมียนมาร์ อเมริกาก็ให้ความสนใจมากหน่อย ถ้ายุทธศาสตร์ของสหรัฐ ในแปซิฟิกยังเป็นการถ่วงดุลอำนาจจีนและรัสเซีย ในภูมิภาคนี้ สหรัฐก็จะยังรักทุกประเทศล่ะครับ



