ข่าว

นำภาพตัดต่อธัมมชโยโชว์ศิษย์เตรียมฟ้อง

นำภาพตัดต่อธัมมชโยโชว์ศิษย์เตรียมฟ้อง

29 พ.ค. 2559

ศิษย์ธรรมกายเตรียมเอาผิดนักจัดปาร์ตี้ นำภาพตัดต่อธัมมชโย-มหาเจดีย์โชว์ ส่งต่อข้อมูล พศ.จัดการด้วย

            เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 29 พ.ค. 59 นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกนิทา คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้แถลงข่าวกรณีการจัดกิจกรรมปาร์ตี้เพื่อความบันเทิงที่อ้างเป็นความสนุกแปลกใหม่ในสไตล์ Trasher Bangkokโดยกำหนดรูปแบบการแต่งกายด้วยยูนิฟอร์มต่างๆ  เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 59 บนห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพมหานคร

            นายองอาจ กล่าวต่อว่า กิจกรรมดังกล่าวได้มีการนำภาพตัดต่ออันเป็นเท็จของพระเทพญาณมหามุนี หรือหลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มาประกอบการแสดงบนเวที เพื่อบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิดจากความเป็นจริง อันเป็นการกระทำที่จงใจ ดูหมิ่นและสร้างความเสื่อมเสียให้เกิดขึ้นกับหลวงพ่อธัมมชโย

            นอกจากนี้ยังมีการนำภาพศาสนสถานทางพระพุทธศาสนาคือมหาธรรมกายเจดีย์เจดีย์แห่งพระรัตนตรัยไปใช้ประกอบการแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางวัดพระธรรมกาย และเป็นการแสดงภาพประกอบที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งอีกครั้งในกิจการเดียวกันยังปรากฏบุคคลแต่งกายในลักษณะการเลียนแบบเครื่องนุ่งห่มของพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ซึ่งมีกฎหมายคุ้มครองในกรณีนี้อยู่ด้วยเช่นกัน

            นายองอาจ กล่าวด้วย ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายต่างรู้สึกเสียใจและสะท้อนใจเป็นอย่าง ยิ่งต่อพฤติกรรมการจัดช่วงล่วงเกินเพราะเถระผู้ใหญ่ทรงสมณศักดิ์ และศาสนสถานในพระพุทธศาสนาโดยขาดความเคารพทั้งที่ประเทศไทยนั้นเป็นเมืองพุทธและเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลกในฐานะชาวพุทธขอประณามการกระทำดังกล่าว และได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งตัวการผู้สนับสนุนและผู้เผยแพร่ส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จให้ถึงที่สุดและจะได้เรียกร้องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเท่าจัดการกรณีที่เกิดขึ้นนี้อย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาต่อไป

 

 แจงกำหนดพระพุทธศาสนาเถรวาทในร่างรธน. 
 
            นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ตั้งคำถามต่อประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ว่า "รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแพร่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาท" พร้อมระบุว่าว่าการกำหนดเนื้อหาดังกล่าวไว้จะทำเพิ่มความขัดแย้งให้สังคมไทย โดยนายชาติชาย กล่าวว่า กรธ.ได้ศึกษาเรื่องนี้มาอย่างรอบคอบแล้ว ดูทั้งงานวิจัย และสอบถามจากผู้รู้และพระผู้ใหญ่
 
            “ที่ต้องกำหนดลงไปว่าเป็นพระพุทธศาสนาเถรวาทเพราะต้องการให้เกิดความชัดเจน เพราะเป็นนิกายที่คนไทยนับถือ เวลานี้ศาสนาพุทธมีหลายนิกายและนับวันจะมีนิกาย มีลัทธิใหม่ๆ ลัทธิแผลงๆเกิดขึ้นมากมายมาย จึงต้องการให้กำหนดไว้ให้ชัดเจนว่าศาสนาพุทธที่รัฐพึงสนับสนุนคือเถรวาท เพื่อรักษาพุทธแท้ตามพระไตรปิฎก เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเสรีภาพในการนับถือศาสนาของประชาชน ทุกคนยังสามารถเลือกนับถือศาสนาใดก็ได้ ส่วนที่กำหนดนี้เป็นเรื่องของหน้าที่ของรัฐเท่านั้น”
 
            โฆษก กรธ. บอกว่า ไม่คิดว่าการกำหนดเช่นนี้จะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกแต่อย่างใด ต่างจากกรณีที่มีการเรียกร้องให้กำหนดให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ที่ กรธ.พิจารณาแล้วเห็นว่าหากไปกำหนดอย่างนั้นจะทำให้เกิดปัญหาตามมา ทั้งความเหลื่อมล้ำ แตกแยก จึงไม่ได้กำหนดลงไป
 
            เมื่อถามย้ำว่าทำไมต้องกำหนด “พระพุทธศาสนาเถรวาท” ไว้ ทั้งที่รัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆก็ไม่เคยเขียน นายชาติชาย กล่าวว่า เพราะสมัยก่อนเรื่องเกี่ยวกับศาสนาอาจไม่อ่อนไหวเหมือนปัจจุบัน ปัจจุบันถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของสถาบันศาสนาทั่วโลก เกิดลัทธิ นิกาย พิธีกรรมแปลกๆใหม่ๆ จึงจำเป็นต้องเขียนไว้ให้ชัดเจน
 
            ทั้งนี้เรื่องนี้กำหนดอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ มีเนื้อหาอยู่ 2 วรรค คือ "รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น
 
            ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาทเพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด และพึงส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชน มีส่วนร่วมในการดำเนินมาตรการหรือกลไกดังกล่าวด้วย"