
สั่งหาข่าวเชิงลึกไฟไหม้ป้อมตร.
28 พ.ค. 2559
เร่งเช็กวงจรปิด-หาข่าวเชิงลึกเหตุไฟไหม้ป้อมจราจรหน้าสนามบินดอนเมือง คาดถูกวางเพลิง
ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ป้อมจราจรริมถนนวิภาวดีรังสิต ช่องทางออกสนามบินดอนเมือง ช่องทางที่ 5 แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เสียหายทั้งหมดจนเหลือแต่โครงเหล็ก เมื่อเช้าตรู่วันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งปมเหตุน่าจะมาจากการวางเพลิง แต่การสืบสวนสอบสวนพบปมขัดแย้งผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผกก.สน.ดอนเมือง เปิดเผยความคืบหน้าเหตุไฟไหม้ป้อมจราจร สน.วิภาวดี หน้าสนามบินดอนเมืองว่า คดีนี้ผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจ โดย สน.ดอนเมืองได้ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบพยานไป 3-4 ปากแล้ว มีคนหนึ่งเป็น รปภ.ของบริษัท พลังร่วม จำกัด ที่เข้าเวรดึก แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าเห็นตัวผู้ก่อเหตุ หรือบุคคลใดที่อยู่บริเวณนั้น ซึ่งเห็นเพียงตอนที่ไฟไหม้ป้อมดังกล่าวแล้ว จากนั้นได้ช่วยนำน้ำไปดับไฟ
“ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนออกหาภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งจากการวางเพลิงจากผู้ขับรถแท็กซี่ที่ถูกจัดระเบียบจราจร หรือคนจรจัดที่มาสูบบุหรี่แล้วทิ้งก้นบุหรี่ไว้ หรือจากไฟสปอตไลท์บริเวณด้านบนของตัวป้อม โดยกำชับให้ฝ่ายสืบสวนออกหาข่าวในเชิงลึกด้วย” พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า จากที่กองพิสูจน์หลักฐานลงตรวจพื้นที่หลังจากเกิดเหตุได้ไม่กี่ชั่วโมงพบว่าไม่มีกลิ่นน้ำมันแต่อย่างใด ซึ่งหากวางเพลิงโดยใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงต้องมีกลิ่นน้ำมันหลงเหลืออยู่บ้าง แต่มีก้นบุหรี่ตกอยู่จำนวนมาก เพราะภายในการท่าอากาศยานห้ามสูบบุหรี่ จึงมีคนมายืนสูบบุหรี่แล้วอาจจะทิ้งตรงที่มีถุงพลาสติกวางกองอยู่
รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า มีการส่งต่อข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเล่าถึงเหตุการณ์ที่อาจเป็นชนวนเหตุ ซึ่งอาจจะเกิดจากความไม่พอใจของผู้มีอิทธิพล ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มวินแท็กซี่เถื่อน ที่มักจะจอดเข้าคิวรอผู้โดยสารอยู่ที่ด้านหน้าประตู 5-6 ของสนามบินดอนเมือง บนถนนวิภาวดีรังสิต โดยจะมีรถจักรยานยนต์รับจ้าง 1 คัน คอยตระเวนเข้ามาเรียกผู้โดยสารที่อยู่ในสนามบิน จากนั้นจะมีการเก็บค่าหัวคิวแท็กซี่ประมาณคันละ 20 บาท
รายงานข่างแจ้งด้วยว่า ต่อมาผู้โดยสารมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานท่าอากาศยานดอนเมือง และโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียว่า ถูกคนขับรถแท็กซี่ที่จอดอยู่ด้านนอกสนามบินดอนเมืองเก็บค่าโดยสารเกินราคา และถูกทิ้งไว้กลางทาง จนตกเป็นข่าวครึกโครมอยู่หลายครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาจัดระเบียบ โดยไม่ให้มีการจอดรถยังจุดบริเวณดังกล่าวอีก และสร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้ที่เสียผลประโยชน์ในการจัดระเบียบดังกล่าว



